“ครูเงาะ” แนะควรให้นักจิตวิทยาคุยกับเด็กๆ หวั่นปรับตัวไม่ทัน เมื่อกลายเป็นคนดังไม่รู้ตัว (คลิป)

สำหรับคนในแวดวงบันเทิงอีกหนึ่งคนอย่าง ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูสอนการแสดงชื่อดัง ก็ออกมาออกความคิดเห็นในเรื่องของทั้ง 13 ชีวิตที่ติดในถ้ำหลวงด้วย โดนโพสต์อินสตาแกรมว่า หากน้อง ๆ ออกมาจะกลายเป็นผู้โด่งดังแบบไม่ทันตั้งตัวเหมือนนักร้อง AF รุ่นแรก ค่อยๆซึมซับความรักอย่างมีสตินะลูก

รสสุคนธ์ กองเกตุ หรือ ครูเงาะ ครูสอนการแสดง โพสต์อินสตาแกรม

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ก็เลยได้ไปสัมภาษณ์ครูเงาะถึงประเด็นนี้ เจ้าตัวเผยว่า เด็ก ๆ ทั้งหมดที่เข้าไป เหมือนเขาไปเที่ยว แล้วติดถ้ำ แต่ข่าวไปไกลระดับโลก ก็เหมือนกับเด็ก AF ที่ไม่เห็นโลกภายนอก พอออกมาก็งงว่านี่เราดังหรอ โอกาสที่เขาจะปรับตัวไม่ทันมี อันนี้น่ากลัว แล้วถ้าวันหนึ่งกระแสหมด ทุกอย่างหาย เขาอาจจะคว้าง หากเป็นไปได้ อยากให้ใครที่มีจิตวิทยา เข้าไปคุยกับเด็ก ๆ และโค้ชก่อน แนะนำเบื้องต้นว่า ข้างหน้าจะมีอะไร และเตือนสติเขาว่า ไม่ใช่เพราะกลุ่มนี้เท่านั้นนะ กลุ่มไหนก็ได้ที่เข้ามาอยู่ก็จะเป็นแบบนี้เหมือนกัน นอกจากนี้ ชีวิตส่วนตัวอาจจะไม่เหมือนเดิม เด็กเขาอาจอยากกลับไปเล่นบอลไหม แต่อาจจะต้องมาเดินสายตอบคำถามสื่อ ตั้งโต๊ะแถลงทีเดียวเลยดีไหม

รสสุคนธ์ กองเกตุ หรือ ครูเงาะ ครูสอนการแสดง

ในส่วนของข่าวนี้ ครูเงาะ เผยว่า ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป หมด กระแสข่าวอะไรเข้ามา ก็ต้องเสื่อมหายไป เพราะฉะนั้นอยากให้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้ อาทิ ความรักความสามัคคีของคน หรือ ความดีของมนุษย์ หลายคนมองว่าเหตุการณ์นี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ครูเงาะ บอกว่า ทุกอย่างถ้าเรามองเป็นการเรียนรู้มันจะมีแต่ข้อดี เหตุการณ์นี้มีแต่บวก ๆ จะมีลบตรงไหน อย่างหนึ่งคือได้เห็นความรักความสามัคคีของคนในชาติ จึงอยากให้เสพข่าวนี้อย่างมีสติ อย่าเอามาเป็นดราม่าในชีวิต

สำหรับการถามคำถาม ควรถามอะไรที่ไปถึงอนาคต หากถามว่าเข้าไปทำไม ตนก็ถามกลับเลยว่า ถามทำไม มันไม่ได้เดินหน้า การถามที่เป็นประโยชน์ คือถามแล้วสังคมเดินไปข้างหน้า

รสสุคนธ์ กองเกตุ หรือ ครูเงาะ ครูสอนการแสดง

โดยสิ่งหนึ่งที่ตนอยากจะบอกโค้ช เราคาดการณ์จากภาพที่เห็นว่าดูเหมือนกำลังโทษตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าจริง ๆ อาจจะอ่อนเพลียหรือเปล่า แต่ถ้าโค้ชรู้สึกผิดจริง ๆ ก็อยากจะบอกว่า หากโค้ชสอนเด็กแล้ว เด็กยิงประตูไม่เข้า ก็คงไม่ทำโทษให้เด็กด่าตัวเองหรอกเนอะ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าทำดีที่สุดแล้ว เหมือนกัน การมาถ้ำครั้งนี้ไม่ใช่ความผิดโค้ช แต่มันดันเกินอุบัติภัย ถ้าโค้ชเคยเอามือลูบหลังเด็กว่าไม่เป็นไรนะ อยากให้เอามือนี้ลูบตัวเองแล้วบอกว่าไม่เป็นไรนะ เราเจตนาดี ครูเงาะศรัทธาในโค้ชเอกมาก จัดการทุกอย่างในถ้ำ 10 วันได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น นำธรรมะที่ศึกษามาทั้งชีวิต เราเมตตาคนทั้งโลก ถึงเวลาแล้วที่จะเมตตาตัวเอง ถ้าเกิดเผลอรู้สึกผิดไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่ความผิดของเรา

ส่วนที่สังคมบางส่วนกล่าวโทษโค้ชเอก ครูเงาะ มองว่า พ่อแม่เด็กยังไม่โทษโค้ชเลย แล้วคนที่โทษเป็นอะไรหรอ แต่คิดว่าโค้ชคงเข้าใจ เพราะเป็นคนอยู่ในศีลในธรรม จะให้คนในสังคมชอบเราทั้งหมดมันเป็นไปไม่ได้หรอก สำหรับคนที่มองเรื่องนี้แต่ในแง่ร้าย เราต้องสงสารเขา เพราะชีวิตเขาคงเจอแต่เรื่องร้าย ๆ จนทำให้เขาไม่เชื่อว่าความดีมีอยู่จริง ไม่ต้องไปโกรธคนเหล่านี้ แต่เราต้องสงสารเขา เขาคงต้องเจอเรื่องแย่ ๆ มาทั้งชีวิต

keyboard_arrow_up