ใจมหาสมุทร! 2 เจ้าของเครื่องสูบน้ำ ยอมทิ้งเงินแสนต่อวัน จนกว่า 13 ชีวิตออกถ้ำหลวง (คลิป)

วันที่ 5 ก.ค. 61 บริเวณหน้าถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ยังคงระดมกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ซึ่งอยู่ระหว่างการรอเคลื่อนย้ายออกจากถ้ำ ทั้งนี้ การเร่งสูบน้ำออกจากถ้ำหลวง จำเป็นต้องใช้เครื่องสูบน้ำที่มีประสิทธิภาพเพื่อทำให้ระดับน้ำในถ้ำลดลง โดยบริษัท สหกิจโยธาบาดา ส่งเครื่องเจาะบาดาล เพื่อสูบน้ำออกจากถ้ำหลวง และอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ที่ช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต

น.ส.พิฐชญาณ์ พงศ์ภักร์กุลธนา เจ้าของบริษัทสหกิจโยธาบาดาล

น.ส.พิฐชญาณ์ พงศ์ภักร์กุลธนา เจ้าของบริษัทสหกิจโยธาบาดาล เปิดเผยว่า ตนทางเข้าไปช่วยปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 3 หลังจากทราบข่าว โดยส่งเครื่องสูบน้ำบาดาล ทั้งหมด 7 เครื่องช่วยสูบน้ำออกจากถ้ำหลวง สามารถสูบน้ำได้ 30 คิว ต่อ 1 ชั่วโมง โดยเปิดใช้งาน 7 เครื่องพร้อมกัน ทั้งนี้ 1 เครื่องมีค่าใช้จ่าย 10,000 ต่อวัน รวมค่าใช้จ่ายที่ตนเองต้องจ่ายต่อวันประมาน 100,000 บาท และยืนยันว่า จะยังคงระบายน้ำออกมา จนกว่าทั้ง13 คนจะออกมาจากถ้ำได้

เครื่องสูบน้ำออกจากถ้ำหลวง

ส่วนเรื่องที่มีบางส่วนมองว่าเป็นการช่วยเพื่อสร้างกระแส น.ส.พิฐชญาณ์ ระบุว่า ตนไม่เคยคิดแบบนั้น เพราะสิ่งที่ตนทำนั้น ทำด้วยใจ ถ้าจะสร้างกระแสจริง ก็คงไม่มีใครยอมเสียเงินหลักแสนเพื่อสร้างกระแสให้ตัวเอง จึงวอนขอร้องสังคมให้เห็นใจ เปลี่ยนจากการดูถูกกัน มาให้กำลังใจกัน และช่วยกันหาทางให้น้อง ๆ ออกมาให้เร็วที่สุดดีกว่า

นอกจากนี้ น.ส.พิฐชญาณ์ กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่เจ้าหน้าที่พบน้อง ๆ ยืนน้ำตาไหลอยู่หน้าถ้ำ ดีใจที่ได้ช่วยเหลือ และจะยังทำภารกิจต่อไป หลังจากช่วยน้อง ๆ ออกมาได้แล้ว ก็จะทยอยขนเครื่องเจาะบาดาลกลับ โดยจะออกค่าใช้จ่ายเอง

นายพนม ชื่นภิรมย์ เจ้าของเครื่องสูบน้ำ

นายพนม ชื่นภิรมย์ ชาวสมุทรสาคร จิตอาสาเจ้าของเครื่องสูบน้ำ นำเครื่องสูบน้ำขนาดที่ใช้ในการเกษตรกรรมนากุ้ง ช่วยสูบน้ำออกจากถ้ำทรายทอง เพื่อช่วยลดระดับน้ำที่จะไหลเข้าไปในถ้ำหลวง ซึ่งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ สามารถสูบน้ำได้ 7 แสนลิตรต่อนาทีต่อเครื่อง โดยใช้ 3 เครื่อง และทางปลายน้ำอีก 1 เครื่อง รวม 4 เครื่อง โดยสูบตลอด 24 ชั่วโมง กว่า 7 วันแล้ว

เครื่องสูบน้ำที่ใช้สูบน้ำออกจากถ้ำหลวง

นายพนม เปิดใจว่า ตนยอมสูญเสียรายได้วันละกว่า 10,000 บาท เสียรายได้เกือบ 100,000 บาท มาช่วยสูบน้ำ เพราะรู้ว่าน้อง ๆ ลำบากมากกว่า สงสารที่อยู่ในถ้ำ ทั้งมืดทั้งหนาว ทั้งนี้ ตนดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ และดีใจมากที่น้อง ๆ ยังปลอดภัย เพราะตลอดที่ยังหาน้อง ๆ ไม่เจอ ตนกินไม่ได้ นอนไม่หลับเลย และหลังจากนี้จะช่วยสูบน้ำจนกว่าน้อง ๆ จะได้ออกจากถ้ำ

นอกจากนี้ ทีมข่าวเดินทางมาที่หมู่ 2 หมู่ บ้านดง ชาวบ้านเกือบ 500 คน จากหมู่บ้านบ้านดง หมู่บ้านสันทราย และหมู่บ้าน ๆ อื่นรวม 12 หมู่บ้าน นำกำลังเข้าช่วยเจ้าหน้าที่ สร้างฝายและเบี่ยงทางน้ำไหล ที่ไหลมาจากจุดผาฮี้ และผาหมี มารวมกันที่ห้วยมะกอก ซึ่งคาดการณ์ว่าน้ำจากห้วยมะกอก จะไหลลงไปตามโพรงต่าง ๆ เข้าสู่ถ้ำหลวง

ห้วยมะกอก จุดสร้างฝายเบี่ยงทางน้ำออกจากถ้ำหลวง

จุดเบี่ยงทางน้ำจุดที่ 1 ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จากบริษัท SCG ช่วยกันขุดหินที่ขวางทางน้ำออก และใช้แผ่นผ้าใบคอนกรีต ปิดรูที่น้ำจะไหลเข้าถ้ำ จะช่วยกั้นน้ำและเบี่ยงเส้นทางน้ำให้ไหลมาอีกด้านหนึ่ง แทนที่จะไหลเข้าสู่ตัวถ้ำ โดยผ้าใบคอนกรีตมีขนาดหน้ากว้าง 1 เมตร ความยาว 5 เมตร น้ำหนัก 60 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จะต้องใช้ผ้าใบทั้งหมด 8-9 ม้วน หรือตามระยะทางราว 30 ตารางเมตร

น.ส.ดาวเรือง ปิ่นตาวงค์ ชาวบ้าน หมู่ 2 บ้านดง

น.ส.ดาวเรือง ปิ่นตาวงค์ ชาวบ้านจากหมู่ 2 บ้านดง เปิดเผยว่า ชาวบ้านจะต้องช่วยเจ้าหน้าที่ต่อท่อพีวีซี และวางผ้าใบคอนกรีต เพื่อเบี่ยงทางน้ำไหล จากที่น้ำบางส่วนต้องเข้าถ้ำหลวง ก็จะไหลเข้าสู่ท่อไปยังร่องน้ำของหมู่บ้านบ้านดงแทน แล้วจะระบายไปตามร่องน้ำสู่ตำบลอื่น ๆ โดยน้ำที่ไหลผ่านร่องน้ำนั้นจะไม่ไหลเข้าท่วมหมู่บ้าน

ทองแสง จันทร์แก้ว นักเรียนวิทยาลัยอาชีวะศึกษาแม่สาย

ขณะเดียวกัน นายทองแสง จันทร์แก้ว นักเรียนจากวิทยาลัยอาชีวะศึกษาแม่สาย ชั้น ปวช.ปีที่ 3 จิตอาสา เปิดเผยว่า ตนและเพื่อนได้เข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ขนย้ายผ้าใบคอนกรีต ที่จะมากั้นทางฝายน้ำ จำนวน 7-8 ห่อ น้ำหนักรวมกันเกือบ 500 กิโลกรัม โดยตนและเพื่อนอีกจำนวน 17 คน ตั้งใจที่จะมาเป็นจิตอาสา เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังพลในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการสร้างฝาย

จุดที่ใช้สร้างฝาย และเป็นจุดเริ่มต้นวางท่อพีวีซี

ทีมข่าวเดินทางจากจุดเบี่ยงทางน้ำ ไปยังจุดที่ 2 ซึ่งเป็นจุดที่ใช้สร้างฝายและเป็นจุดเริ่มต้นวางท่อพีวีซี โดยใช้ระยะทางเดินเท้าอีกประมาณ 500 เมตร ระหว่างทางพบเจ้าหน้าที่จากบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด

เจ้าหน้าที่จากบริษัทเชฟรอน

นายธีรพงษ์ อัครปรีดาพงษ์ คอนสตรัคชั่นเอนจิเนีย และ นายปริญญา ผลบุตร นักธรณีวิทยา เปิดเผยว่า บริษัทช่วยนำท่อพีวีซีจำนวน 4 เส้น ความยาวระยะทาง 1,200 เมตร มาช่วยเบี่ยงทางน้ำให้เลยผ่านโพรง จุดที่น้ำจะไหลเข้าถ้ำ โดยทำการเบี่ยงน้ำสำเร็จแล้ว ซึ่งได้ดำเนินการทั้งสิ้น แล้ว 2 ฝาย ในจุดห้วยผ้าฮี้  โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กลุ่มอาสาออฟโรด หน่วยงานกู้ภัย และ ชาวบ้าน ช่วยกันลำเรียงท่อขึ้นมา ทำให้มีการกระจายกำลังช่วยกัน จึงไม่พบอุปสรรคหรือปัญหาระหว่างการดำเนินการ

keyboard_arrow_up