เพื่อนห่วง “โค้ชเอก” จิตตก โทษตัวพาเด็กติดถ้ำ ยันตัวจริงเสียสละ – ญาติขอบคุณใช้สติช่วยรอด (คลิป)

หลังจากเจ้าหน้าที่ค้นหาจนพบทีมฟุตบอลเยาวชนและครูฝึกสอนทั้ง 13 คน ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังติดอยู่ในถ้ำร่วม 10 วัน ซึ่งจากกระแสสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์โค้ชเอกทั้งให้กำลังใจและอาจต่อว่า ว่าเป็นสาเหตุทำให้ทั้งหมดติดอยู่ในถ้ำ ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเป็นห่วงโค้ชเอก เนื่องจากเกรงว่า โค้ชเอกอาจจะรู้สึกผิดมาก จนอาจกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

วันที่ 5 ก.ค. 61 นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยหลังโพสต์ความว่า ในฐานะที่โค้ชเอกเป็นผู้นำเด็ก ๆ สิ่งที่ตนกลัวมากที่สุดคือ โค้ชเอกจะโทษตนเองและสำนึกแบบสำคัญผิดว่าเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นความผิดของตัวเอง จนไม่ยอมยกโทษให้ตัวเอง อันนำไปสู่การพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้า และทำร้ายตนเองได้

นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนเป็นคนทำงานด้านเด็ก และเคยเป็นอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จึงมีประสบการณ์ที่เคยเห็นและสัมผัสความรู้สึกเหล่านี้จากเด็ก ๆ ที่เคยดูแลมา จึงอยากให้คนไทยทั้งประเทศ ส่งกำลังใจไปให้ฮีโร่ในดวงใจที่ชื่อโค้ชเอก และหากได้พบโค้ชเอก ช่วยบอกเขาด้วยว่า ตนอยากกอดมากที่สุด

นายธวัชชัย ระบุว่า ตนทราบว่าโค้ชเอกร่างกายยังไม่แข็งแรง เนื่องจากเสียสละอาหารให้เด็ก ๆ ในถ้ำ ตนจึงขอชื่นชมโค้ชเอก ทั้งนี้ ตนเกรงว่าโค้ชเอกจะคิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุให้เด็ก ๆ ติดถ้ำ เมื่อตนได้อ่านประวัติของโค้ชเอก ตนยิ่งรู้สึกกังวล เพราะโค้ชเอกยังไม่ได้สัญชาติไทย เมื่อมีข่าวโจมตีก็เกรงว่าอาจจะมีผลต่อจิตใจ

นอกจากนี้ ตนอยากให้กำลังใจโค้ชเอก อยากบอกว่า สุดยอดที่ทำใหัเด็กอยู่รอดได้กว่า 10 วัน และถ้ามีโอกาส ตนจะเดินทางไปที่ จ.เชียงราย แน่นอน คงจะมีโอกาสได้พบโค้ชเอก จะไปให้กำลังใจ จะไปบอกว่าโค้ชเอกเป็นต้นแบบที่ดี

นพดล กันทะวงศ์ เพื่อนสนิทโค้ชเอก

นายนพดล กันทะวงศ์ หรือ ดล น้องชายโค้ชนพ เพื่อนสนิทของโค้ชเอก เปิดเผยว่า หลังเห็นคลิปโค้ชเอกและเด็ก ๆ ทั้ง 12 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำ รู้สึกตกใจมาก ดูแปลกตาไปเยอะ เพราะอดอาหารไปหลายวัน จากเดิมที่เคยเห็นเป็นคนที่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ตอนนี้เท่าที่เห็น บางคนผอมจนเห็นกระดูก ตนรู้สึกสงสาร

นายนพดล กล่าวต่อว่า ตอนแรกก็กังวลว่าหลังจากทุกคนออกมาจากถ้ำได้แล้ว โค้ชเอกจะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนพาเด็ก ๆเข้าไปติดอยู่ในถ้ำ และกลัวว่าตัวโค้ชเอกเองจะคิดแบบนั้นด้วย แต่เมื่อเห็นกำลังใจจากคนไทยทั้งประเทศที่ส่งมาให้โค้ช น่าจะรู้สึกดีขึ้นในระดับหนึ่ง และไม่กลัวว่าโค้ชเอกจะคิดโทษตัวเองจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า เพราะทุกคนคอยให้กำลังใจและพร้อมที่จะให้โอกาส ไม่ซ้ำเติมโค้ชเอกอยู่แล้ว

โดยตามปกติแล้ว โค้ชเอกเป็นคนร่าเริง ชอบช่วยเหลือคน รักเด็ก เสียสละ ให้กำลังใจกับเด็ก ๆ ส่วนตัวรู้จักกับโค้ชเอกมาตั้งแต่โค้ชเอกสึกจากสามเณรใหม่ ๆ และมาขี่จักรยานตามทริปด้วยกัน โค้ชเอกจะคอยดูแลทุกคนในทีม เสียสละแบกเสบียงอาหาร แบกน้ำให้ ไม่เคยทิ้งเพื่อน จึงมีแต่คนรัก แต่มาสนิทกันในช่วง 5 ปีก่อนหน้านี้ ที่เริ่มมาเป็นโค้ชฟุตบอล

นายนพดล กล่าวทิ้งท้ายว่า ฝากกำลังใจไปถึงโค้ชเอก ขอให้พาน้อง ๆ และตัวเองกลับออกมานอกถ้ำได้อย่างปลอดภัย ทุกคนเป็นกำลังใจให้ โค้ชเอกเข้มแข็ง มีสติ อย่างที่เคยบวชเรียนมา อะไรที่ผิดพลาดไปแล้ว ก็ไม่มีใครซ้ำเติม และตัวโค้ชเอกเองคงไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ ถ้าโค้ชเอกได้มีโอกาสฟังเสียงที่ตัวเองพูด อยากจะบอกว่า เป็นห่วง และรักเหมือนน้องคนหนึ่ง

นางเกี๋ยงคำ จันทาพูน ยายของน้องโน้ต

นางเกี๋ยงคำ จันทาพูน ยายของด.ช.ประจักษ์ สุธรรม หรือ น้องโน้ต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า หลังจากที่เห็นคลิปน้องโน้ตที่อยู่ในถ้ำ อยากขอบคุณทุกหน่วยงาน และกราบในหลวง ร.10 ที่ทรงพระราชทานความช่วยเหลือ เปรียบเสมือนเป็นปาฏิหาริย์ ตอนนี้รู้สึกอุ่นใจที่เด็กปลอดภัย และอยู่ภายในถ้ำกับทางทีมแพทย์ ซึ่งคงดีกว่าก่อนหน้านี้ที่ต้องอยู่ภายในโลกที่มืดมิด

ส่วนที่โค้ชเอกดูแลเด็กที่อยู่ภายในถ้ำได้เป็นอย่างดี ตนถือว่ามีความเป็นผู้นำ และอยากขอบคุณ ซึ่งถ้าตนได้อัดคลิปวิดีโอไปให้เด็ก ๆ ดูนั้น อยากบอกว่ายายรักทั้ง 13 คนมาก และรู้สึกเป็นห่วง ซึ่งคนจากทั่วประเทศทุกศาสนาคอยสวดมนต์เอาใจช่วยเด็กๆอยู่ซึ่งตนก็รู้สึกขอบคุณเด็กๆเหล่านี้

หลังจากนี้ ตนคิดว่า หากโค้ชเอกออกมา ต้องมีการเยียวยาสภาพจิตใจและทางตนไม่คิดจะโทษโค้ชเอก เพราะแต่ละคนมีความรักและความผูกพันกันเป็นอย่างมาก ซึ่งตนเชื่อว่าหากวันที่เด็กต้องดำน้ำออกมา โค้ชเอกสุขภาพร่างกายดีพอก็จะพาเด็ก ๆ ออกมาได้ด้วยเช่นกัน และโชคดีที่น้องโน้ตว่ายน้ำเป็นบ้าง

นอกจากนี้ คำพูดของครูบาบุญชุ่ม ถ้าพูดออกมา เชื่อว่าจะสมดั่งใจปรารถนา พร้อมพูดถึงน้องโน้ตทั้งน้ำตาว่า ตนหวังให้หลานของตนออกมาอย่างปลอดภัย ซึ่งถ้าหลานออกมาก็อยากบอกว่า ตนรักเหมือนแก้วตาดวงใจ และตนเป็นห่วงมาก

นางอิน วารินต๊ะ อาของโค้ชเอก

นางอิน วารินต๊ะ อาของโค้ชเอก เปิดเผยว่า ตอนนี้ความเป็นห่วงลดลงมากแล้ว เพราะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล ส่วนตัวมีความภูมิใจในความเสียสละของโค้ช เพราะโค้ชเป็นคนที่ชอบแบ่งปันเด็ก ๆ เสมอ ให้ทุกสิ่งทุกอย่างได้ ทำทุกอย่างเพื่อเด็ก ๆ ได้ คิดว่านิสัยเหล่านี้อาจเกิดจากสิ่งที่โค้ชเคยบวชมาตั้งแต่เด็ก ส่วนเรื่องที่โค้ชเข้าไปตามหาเด็ก ๆ หลังติดถ้ำหรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่ทราบ เพราะขณะนั้นตนเองอยู่ที่จังหวัดลำพูน

นางอิน กล่าวต่อว่าว่า หากเจ้าหน้าที่เชื่อมสัญญาณโทรศัพท์เข้าไปในจุดเนินนมสาวได้ สิ่งแรกที่จะพูดกับโค้ชคือ ขอให้โค้ชสู้ ๆ ทุกคนเป็นกำลังใจให้ ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ไม่คาดคิดเป็นภัยจากธรรมชาติ ส่วนเรื่องที่อาจจะมีบางคนคิดว่าโค้ชผิด จนไม่อยากให้ออกมาจากถ้ำนั้น ตนเองไม่อยากให้โค้ชคิดแบบนั้น

นายจ้อย คำผาย หรือ บอล รุ่นพี่โค้ชเอก

นายจ้อย คำผาย หรือ บอล รุ่นพี่โค้ชเอก เผยว่า โค้ชเอกเป็นคนนิสัยดี รักเด็ก มีน้ำใจช่วยเหลือเด็กในทีมฟุตบอล ทำให้ค่อนข้างสนิทกับเด็กเหล่านี้ ผู้ปกครองในทีมหมูป่า ก็ค่อนข้างรักและไว้ใจโค้ชเอก เพราะโค้ชตั้งใจและเต็มใจสอนเด็กอย่างเต็มที่ ตนเชื่อว่าโค้ชเอก เป็นคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ชีวิตค่อนข้างสูง

ส่วนกรณีดราม่าเรื่องโค้ชเอก ตนคิดว่าสังคมโซเชียลชอบเรื่องดราม่า ทั้งที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ ไม่ได้รู้จักกับโค้ชเอกจริง ๆ ก็ไปวิจารณ์แบบนั้น ตนคิดว่าคนที่รู้จักและไม่รู้จักก็ต่างก็ให้กำลังใจ บางคนบอกว่า โค้ชเอกไม่มีญาติมารอหน้าถ้ำ ตนอยากชี้แจงว่าไม่ใช่ความจริง โค้ชเอกก็ยังมีป้า มีเด็กลูกศิษย์วัด และมีตนคอยให้กำลังใจ หากไม่มีใครไปรอรับ ตนเองก็จะไปรอรับหน้าถ้ำด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ตนคิดว่าตอนนี้โค้ชเอกคงจิตตกพอสมควร เพราะเท่าที่ตนดูจากในคลิปของหน่วยซีล สังเกตเห็นว่าโค้ชเอกไม่ยอมพูดอะไรหรือให้สัมภาษณ์ใด ๆ โค้ชเอกอาจคิดว่าตัวเองมีความผิดที่พาเด็ก ๆ เข้าไป แต่ตนอยากให้กำลังใจว่า ทั่วโลกและทั่วประเทศยังให้กำลังใจอยู่ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้มีช่องทางติดต่อสื่อสารกันได้โดยเร็ว อยากให้โค้ชเอกได้ระบายความรู้สึก หรือพูดคุยกับญาติพี่น้องคนสนิทบ้าง ตนอยากบอกว่าทุกคนไม่ได้โกรธเคืองอะไร ขอให้โค้ชกลับออกมาแล้วสอนเด็กได้เหมือนเดิม เพราะเหตุการณ์นี้ ไม่มีใครอยากให้เกิด มันเป็นอุบัติเหตุทางธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าคนที่วิพากษ์วิจารณ์โค้ชเอก เขาคงไม่รู้ก็เลยพูด แทนที่จะมองว่าคนไทยส่งกำลังใจไปที่ถ้ำหลวงกัน ตนอยากให้มองที่ด้านบวกมากกว่าด้านลบ ยอมรับว่าหากโค้ชเอกออกมาจากถ้ำแล้ว ก็คงมีความวิตกกังวล ไม่กล้าที่จะสู้หน้าใคร เพราะกลัวถูกต่อว่าจากสังคมหรือผู้ปกครอง อีกทั้ง คงวิตกว่าหากออกจากถ้ำมาแล้ว ผู้ปกครองไม่ให้เด็กมาเตะฟุตบอลกับโค้ชอีก โค้ชก็อาจจะอยากอยู่คนเดียว ส่วนตัวอยากให้กำลังใจโค้ชเอกให้เข้มแข็งไว้ เพราะไม่มีใครโทษโค้ชเอก

keyboard_arrow_up