“ทราย เจริญปุระ” ลั่นอย่าดูถูกใครหากไม่เชื่อ แจงครูบาบุญชุ่มมีส่วนช่วยเรื่องกำลังใจ เผยโค้ชเอกเสี่ยงซึมเศร้า (คลิป)

ผู้ใช้สื่อออนไลน์ส่วนหนึ่งได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า ครูบาบุญชุ่มไม่ได้มีส่วนช่วยให้เจอทั้ง 13 คนที่ติดในถ้ำหลวง ไม่ควรไปขอบคุณ แต่ควรขอบคุณเจ้าหน้าที่ซีลมากกว่า โดยทราย เจริญปุระ นักแสดงและนักเขียน ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า เราก็สามารถขอบคุณทั้งหน่วยซีลและครูบาบุญชุ่มไปพร้อมกันก็ได้ใช่หรือไม่

 

วันที่ 5 ก.ค. 61 ทราย เจริญปุระ เปิดเผยว่า ที่ตัวเองโพสต์เฟซบุ๊กไปแบบนั้น ไม่ได้เป็นการดูถูกความสามารถของฝั่งไหน แต่รู้สึกว่าเรื่องของกำลังและจิตใจมันควรจะไปด้วยกัน ซึ่งสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจก็ช่วยได้ ขนาดสมัยก่อนนักรบยังผูกชายผ้าถุงแม่ ซึ่งก็ไม่ได้การันตีว่าจะรบชนะ แต่ได้ความอุ่นใจ ตัวเองมีรอยสักพ่อที่แขน ก็รู้สึกว่าพ่อยังอยู่กับเรานะ คือช่วยในเรื่องกำลังใจมากกว่า แต่ที่มันเป็นประเด็นขึ้นมา เพราะมีคนไปบอกว่าถ้าไม่ได้ท่านหน่วยซีลก็ไม่เห็นเด็กหรอก อันนี้ตนว่ามันเกินจริง เกินสิ่งที่ท่านทำจริงๆ แล้วยังเป็นการไปลดค่าสิ่งที่หน่วยซีลทำ จริงๆ เราเลือกได้ทั้ง 2 อย่าง พระก็ไหว้ได้ เอาใจช่วยหน่วยซีลก็ได้ ไม่เห็นต้องเชื่ออย่างหนึ่งแล้วก็ไม่เอาอีกอย่างหนึ่ง ความเชื่อของเราไม่จำเป็นต้องไปกดคนอื่น ไม่เห็นต้องไปดูถูกว่าสิ่งที่คนอื่นเขาเชื่อมันไม่มีเหตุผล

สำหรับเรื่องที่ท่านออกมาบอกว่าอีกกี่วันจะเจอ ตนคิดว่าเป็นใครก็ต้องบอกอีกวันสองวัน จะมีใครพูดอีก 2 อาทิตย์ไหม เหมือนท่านพูดเป็นกำลังใจให้คน หากเป็นลูกเราติดอยู่ในนั้น แล้วมีคนมาบอกไม่มีหวังแล้ว ก็มีสิทธิ์กลับไปโดดน้ำตายเหมือนกัน แต่ถ้ามีคนบอกให้รอหน่อย อีกนิดเดียว ใจมันก็ชื้น ตนว่าครูบาบุญชุ่มช่วยในเรื่องกำลังใจล้วนๆ

ส่วนของเรื่องโค้ชเอก ที่ตอนนี้ดูเหมือนว่ากำลังจะโทษตัวเองอยู่ ตนในฐานะที่เคยเป็นโรคซึมเศร้าจึงเข้าใจภาวะของโค้ชเอกที่กำลังประสบพบเจอ และบอกเลยว่าเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้ามากๆ ก็เข้าใจที่โค้ชอาจจะโทษตัวเองว่าประมาท ไม่ได้คิดรอบคอบ จริงๆ ก็ไม่มีใครทำถูกทุกอย่างในชีวิต แต่ถ้าคิดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นความรับผิดชอบ เป็นความผิดของคุณ มันไม่ใช่ ของแบบนี้มันเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ยังไงชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป คุณอายุแค่นี้เอง สิ่งที่คุณรับผิดชอบคุณก็ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว น้องๆ ทั้ง 12 คน ก็ปลอดภัยและกำลังใจดี มันก็ที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ หากคุณเป็นที่รับผิดชอบมากเท่าไร ก็ยิ่งโทษตัวเองมากเท่านั้น สปิริตของเขาทำให้เขาโทษตัวเอง หากเป็นคนชุ่ย เขาก็กองเด็กไว้ตรงนั้นแล้วก็ออกมาเลย แอบหนีไปคนเดียวก็ได้ ติดอยู่แบบนั้น 3-4 วัน คนเราก็อาจจะมีความคิดพิสดารขึ้นมาก็ได้

นอกจากนี้ เมื่อออกมาโค้ชเอกอาจจะช็อกกับกระแสด้วย เพราะเรื่องนี้ค่อนข้างจะใหญ่โต รวมถึงหากได้ไปอ่านสิ่งที่ชาวเน็ตพูดถึงอาจจะไปกันใหญ่ ทั้งนี้หากโค้ชเอกออกมาแล้วอยากคิดแบบนี้เพื่อให้หลุดจากการจะเป็นโรคซึมเศร้า คือห้ามโทษตัวเอง ลองคิดว่านี่มันคือที่สุดแล้วเท่าที่จะทำได้ ในสถานการณ์แบบนี้ ทางเลือกคุณมีเท่านี้ คุณทำได้ดีที่สุดแล้วจริงๆ ไม่ใช่ความผิดของคุณ คุณรับผิดชอบทุกอย่างบนโลกนี้ไม่ได้ สิ่งที่ได้ทำก็ทำครบแล้ว คือการดูแลน้องๆ เป็นอย่างดี ส่วนเรื่องทำไมไม่ห้ามน้อง ทำไมประมาท มันผ่านมาแล้ว กลับไปแก้ไขไม่ได้ ทรายเชื่อว่าตัวทรายเองคงทำไม่ได้ดีเท่านี้ด้วยซ้ำ ก็อยากเป็นกำลังใจให้

สุดท้ายก็อยากเป็นกำลังใจให้เด็กๆ ทั้ง 12 คนด้วย หนูจะรู้ไหมว่าทุกคนลุ้นมาก พลังความร่าเริงของน้องๆ ครั้งแรกที่เจอตัว มันส่งให้กับทุกๆคนได้จริงๆ พอได้เห็นหน้าน้องก็รู้สึกโล่งใจ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน อดทนอีกนิด เดี๋ยวก็ได้ออกมาข้างนอกแล้ว

 

 

keyboard_arrow_up