เปิดนาทีสุดแกร่ง ทหารแบกท่อหนักอึ้ง ขึ้นถ้ำหลวง ใช้โฟมจับทิศ เบี่ยงน้ำ (คลิป)

วันที่ 4 ก.ค. 61 หน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือ หน่วยซีล ยังคงทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือ 13 ผู้สูญหายให้กลับออกจากถ้ำหลวงโดยเร็วที่สุด แต่ภายใต้ภารกิจในถ้ำหลวงยังมีเจ้าหน้าที่ภายนอกรวมกำลัง ทำงานตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อหาวิธีการช่วยเหลือในแบบอื่น ๆ

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่า

ขณะที่ทีมเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย อาสาพาน้องกลับบ้าน ซึ่งได้ปฏิบัติการร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ทำการสำรวจโพรงเหนือถ้ำ บริเวณดอยผาหมี ซึ่งวันนี้ ได้กลับขึ้นไปสำรวจโพรงถ้ำที่คาดการณ์ว่าจะมีการเชื่อมต่อไปยังถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามี 2 โพรง สามารถโรยตัวลงโพรงได้ 3-4 เมตร จากนั้นก็กลายเป็นทางตัน ส่วนโพรงที่ 3 ขณะนี้ยังไม่มีรายงานกลับมา ว่าภายในโพรงที่ลงไปสำรวจนั้น เป็นอย่างไรบ้าง แต่เบื้องต้นโพรงที่พบสามารถโรยตัวลงไปได้ยังไม่พบทางตัน

นายรณยุทธ กุลพันธ์ ผอ.ศูนย์ประสานงานอาสากูภัย อาสา พาน้องกลับบ้าน

ทั้งนี้ นายรณยุทธ กุลพันธ์ ผอ.ศูนย์ประสานงานอาสากูภัย อาสา พาน้องกลับบ้าน ที่ลงไปปฏิบัติงานยัง บอกว่า บางช่วงของโพรง เป็นทางแคบ จึงต้องอาศัยเครื่องขุดกระแทก เพื่อสกัดเปิดโพรงให้กว้างขึ้น แต่ก็ยังเจอ อุปสรรคเกิดขึ้นอีกคือเครื่องขุดกระแทกเสีย จึงต้องใช้เวลาในการขนส่งขึ้นลงเขาด้วยระยะเวลานานพอสมควร

เจ้าหน้าที่สำรวจหาเส้นทางน้ำวน

เช่นเดียวกับ ปฏิบัติการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย หรือ ปภ. ที่แม้จะเป็นหน่วยงานควบคุมปริมาณน้ำออกจากถ้ำ แต่วันนี้ยังพบกับปัญหาเพิ่มเติม ที่มีเจ้าหน้าที่ปลายน้ำ แจ้งมาว่ามีหลุมน้ำบางจุดไม่ทราบว่าน้ำไหลไปจุดใด และคาดการณ์ว่าจะกลายเป็นหลุมน้ำวนกลับเข้าถ้ำ

นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ด้าน นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้ออกสำรวจบริเวณหลุมน้ำดังกล่าว ตามที่ได้รับรายงาน ซึ่งจากการสำรวจพบว่าบางจุด มีน้ำไหลลงรู แต่ไม่ทราบว่าน้ำไหลไปนะจุดใด ดังนั้นเพื่อให้ปฎิบัติการสูบน้ำออกจากถ้ำเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่มีน้ำไหลกลับเข้าไปภายในถ้ำช้ำเติม จึงต้องมีการ ใช้เม็ดโฟมสีต่างๆ ปล่อยเขาไปตามหลุมน้ำในแต่ละจุด เพื่อทราบว่าหลุมน้ำ เหล่านั้นได้ไหลกลับเข้าไปในถ้ำหลวง อีกหรือไม่

ล่าสุด ทีมข่าวได้รับการประสานงานจากศูนย์ประสานว่าถึงแม้จะมีการพบตัว 13 ผู้สูญหายแล้ว แต่กำลังเจ้าหน้าที่รวมถึงผู้ปฏิบัติงานยังคงต้องการขอรับการช่วยเหลือ ด้านอาหาร ยาเวชภัณฑ์ และน้ำดื่ม ซึ่งผู้ที่สนใจอยากร่วมบริจาคสามารถส่งไปได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผาหรือหน่วยกู้ภัยวัดน้ำจำ

สำหรับจุดที่การบรรจุขวดอากาศ เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำใช้ในปฏิบัติการและเพื่อการฝึกหายใจภายในถ้ำ ซึ่งจะเห็นว่าอากาศยังคงถูกบรรจุเข้าไปขวดตลอดเวลา

เจ้าหน้าที่เดินสายสัญญาณสื่อสาร

ภายหลัง บริษัทแคท เทเลคอม ได้ทำการติดตั้งสายสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต เข้าไปยังภายในถ้ำหล่วงขุนน้ำนางนอน นั้น ล่าสุด ชุดทำงานได้ทำการติดตั้งสายโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อเวลา 19.00น. โดยจุดที่มีการติดตั้ง คือ บริเวณโถงที่สามของตัวถ้ำ บริเวณดังกล่าว คือ จุดที่การไฟฟ้าได้วางแนวสายไฟฟ้าไปถึง ดังนั้นจึงวางสายได้แค่บริเวณจุดนั้น จากจุดที่ติดตั้งอินเตอร์เน็ตเอาไว้ และจากจุดที่มีการวางระบบสาย ถ้าหากมีการเชื่อมต่อไปยังจุดที่เด็กอยู่ จะต้องเชื่อมเข้าไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร

ด้านเจ้าหน้าที่วางสื่อสาร บริษัทแคทฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์เชื่อมต่อสัญญาณเสร็จแล้วสามารถใช้งานได้ รวมถึงอุปกรณ์มือถือสามารถเชื่อมต่อใช้งาน Wifi ได้เช่นเดียวกัน อีกทั้งยังรองรับแอปพลิเคชั่นได้ทุกรูปแบบ ไม่มีการปิดกั้นการใช้งานแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่ลำเลียงท่อพีวีซี

ภายหลังจากที่นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ออกมาเปิดเผยว่า พบว่าลำห้วย 2 ห้วยคือ ผาฮี้ และผาหมี ที่น้ำไหลรวมกันเป็นห้วยมะกอก ซึ่งเป็นเส้นทางที่ทำให้น้ำไหลเข้าไปสู่ในถ้ำหลวงทางทิศใต้ หรือที่เรียกว่าจุดปลายถ้ำ ทีมข่าวลงพื้นที่หมู่บ้านบ้านดง ตำบลโป่งงาม ซึ่งเมื่อเข้าไปในหมู่บ้านตรงจุดทางเข้าป่า พบว่าเจ้าหน้าทหารกำลังขนย้ายท่อพีวีซี ความยาว 100 เมตร เข้าไปภายในจุดสร้างฝาย โดยท่อพีวีซีสีดำจะนำเข้าไปเพื่อใช้เบี่ยงเส้นทางน้ำที่ไหลจากผ้าฮี้และผาหมี มารวมกันในจุดที่เรียกว่าห้วยมะกอก โดยคาดว่าน้ำจากห้วยมะกอกจะไหลลงสู่โพรงที่น้ำสามารถไหลเข้าไปยังถ้ำหลวงได้

เจ้าหน้าที่ลำเลียงท่อพีวีซี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องใช้วิธีการเดินเท้านำท่อพีวีซีเหล่านี้ เข้าไปอีก 3 กิโลเมตร เพื่อนำไปสร้างฝายในจุดที่ 3 โดยการสร้างฝายแต่ละจุด คาดว่าจะต้องใช้ท่อพีวีซี ขนาดความยาว 300 เมตร ทั้งหมด 4 ท่อ หรือเท่ากับเส้นทางระยะ 1,200 เมตร และหากทำเสร็จจะช่วยลดปริมาณน้ำจากจุดนี้ที่จะไหลเข้าไปในถ้ำหลวงเฉลี่ย 10,000 ลิตร

เบื้องต้นมีการสร้างฝายเบี่ยงน้ำสำเร็จไปแล้ว 2 จุด และทำให้อุดโพรงที่ทำให้น้ำไหลต่อเข้าถ้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า ใช้เวลาในการเชื่อมต่อท่อแต่ละจุดนั้นไม่ยาก ส่วนฝายที่ทำเบี่ยงทางน้ำไว้ เมื่อดำเนินภารกิจแล้วจะมีการรื้อออกเพื่อให้กลับสู่สภาพธรรมชาติตามเดิม

พื้นที่รับน้ำ ไร่ของนายทวีศักดิ์

นอกจากนี้ ทีมข่าวลงพื้นที่ ต.โป่งงาม ซึ่งพื้นที่นาของชาวบ้านเป็นที่รองรับน้ำที่ระบายออกมาจากถ้ำหลวง โดยระดับน้ำในพื้นที่นาของชาวบ้านลดลงมาก โดยพื้นที่นาบางจุดสามารถมองเห็นพื้นดินได้แล้ว

เจ้าหน้าที่ธกส. ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย

ขณะเดียวกันมีเจ้าหน้าที่จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ได้ลงพื้นที่มาสำรวจความเสียหายด้วย โดยชาวนาจะได้รับเงินเยียวยาจากกระทรงเกษตรและสหกรณ์เป็นจำนวน 1,113 บาท/ไร่ แล้ว หากชาวนาเข้าร่วมโครงการประกันข้าวด้วย จะได้รับเงินชดเชยจาก ธกส. อีกเป็นจำนวน 1,260 บาท/ไร่ โดยโครงการนี้ชาวนาจะต้องจ่ายเบี้ยประกัน 90 บาท/ไร่ ซึ่งรัฐบาลจะช่วยเหลือเบี้ยประกัน 54 บาท/ไร่ ส่วนลูกค้า ธกส. ธนาคารจะช่วยเหลืออีก 36 บาท/ไร่ แต่ทั้งนี้ เบี้ยประกันดังกล่าว ชาวนาที่เป็นลูกค้าของ ธกส.ไม่ต้องชำระในปีนี้

นายทวีศักดิ์ ศรีเกษม ชาวนา

โดยนายทวีศักดิ์ ศรีเกษม ชาวนา เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่พบเด็กและโค้ช 13 คน ตนก็รู้สึกดีใจที่เด็กปลอดภัย ซึ่งตนเองก็ได้มีส่วนช่วยในตอนปลายน้ำ ซึ่งตนน้ำคือมาจากถ้ำ และถึงแม้จะมีผลกระทบบ้าง แต่ก็ถือว่าได้ช่วยเด็กๆ ส่วนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะช่วยเหลือชาวนาในการให้เงินสนับสนุนนั้น ตนยังไม่ทราบเรื่อง แต่ปกติแล้วชาวนาจะต้องไปขึ้นทะเบียนผู้ปลูกนาปี และทำประกันข้าวกับ ธกส. แต่ปีนี้ตนเองยังไม่ได้ไปทำประกันไว้ ทั้งนี้ ตนอยากให้เจ้าหน้าที่มีการสำรวจจริงๆ ก่อนที่จะมอบเงินเยียวยา เพราะบางคนก็ใช้โอกาสนี้ในการอ้างว่านาเสียหาย ทั้งที่ ต้นข้าวเหนียวสามารถทนน้ำได้ 7 วัน และข้าวจ้าวทนน้ำได้ 10 วัน

นายทวีศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากที่สังเกตการณ์คือน้ำท่วมทุกปี แต่ปีนี้น้ำที่ท่วมนา ส่งผลให้เป็ดที่เลี้ยงไว้ไม่มีข้าวกิน เป็ดจึงอดตายไปบ้าง ส่วนกบที่นำมาเลี้ยงไว้ก็กระโดดหนีน้ำ ซึ่งหากถามว่าเงินลงทุนเยอะไหม มันก็เยอะ แต่ชีวิตเด็ก 13 คนเยอะกว่า ต้นนาที่โดนน้ำท่วมไปก็ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้น้ำลดลงแล้วประมาณ 90% จึงต้องอาศัยการระบายน้ำเข้ามาช่วย

ส่วนตัวตอนนี้ดีใจมากที่เด็กกำลังจะได้ออกมา เพราะเด็กกลุ่มนี้ร่างกายค่อนข้างแข็งแรง นัยตาก็ดูแกร่งอีกทั้งยังเป็นนักกีฬาด้วย สำหรับเหตุการณ์ที่ครูบาบุญชุ่มมาช่วยเหลือเด็กๆนั้น ตนยอมรับว่าตัวเองค่อนข้างเคารพนับถือท่าน เพราะท่านเปรียบเสมือนพระเกจิ และมีจิตบริสุทธ์ผุดผ่อง ตนเคยไปกราบไหว้ท่านถึงประเทศพม่า ตนเชื่อว่าท่านนั่งญาณจนแกร่งกล้า สามารถหาห้ามฟ้าห้ามฝนได้ ทำให้ชาวภาคเหนือและคนพม่าค่อนข้างนับถือ

ทั้งนี้ ตนเคารพนับถือครูบาบุญชุ่มมา 20 ปี แต่ครั้งนี้ไม่ได้เข้าไปพบ เพราะการเข้าพบท่านแต่ละครั้งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ซึ่งตนเชื่อว่าบารมีของท่าน เกื้อหนุนได้สูง เนื่องจากก่อนที่จะพบเด็ก เห็นว่าฝนไม่ตกลงมาเติมลงน้ำในถ้ำ ทำให้ได้เจอเด็กได้เร็ว แม้บางคนจะไม่เชื่อหรือศรัทธาท่าน แต่ตนก็คงไปห้ามไม่ได้

keyboard_arrow_up