เปิดวีรกรรม “โค้ชเอก” ฮีโร่ช่วย 12 เด็ก ยอมอดเพื่อทุกคนอิ่ม – “ธวัชชัย” ห่วงซึมเศร้า (คลิป)

วันที่ 4 ก.ค. 61 นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) และโฆษกกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกระแสข่าวที่เกี่ยวข้องกับนายเอกพล จันทะวงษ์ หรือ โค้ชเอก หนึ่งในจำนวน 13 คนที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ซึ่งเป็นผู้เสียสละและดูแลเด็กๆ ทีมหมูป่าทุกคนจนปลอดภัยว่า “คนแปลกหน้าที่ผมอยากสวมกอดมากที่สุดในโลก ตามกระแสข่าวโค้ชเอกสุขภาพอ่อนแอสุด เหตุสละอาหารให้เด็ก ตัวเองไม่กิน ในฐานะที่เป็นผู้นำ สิ่งที่ผมกลัวมากที่สุด คือ กลัวว่าโค้ชเอกจะโทษตนเอง และสำนึกแบบสำคัญผิดว่า เหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความผิดของตนเอง และไม่ยอมยกโทษให้ตนเอง อันนำไปสู่การพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้า และทำร้ายตนเองได้ ในฐานะที่ผมเป็นคนทำงานด้านเด็ก และเคยเป็นอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จึงมีประสบการณ์ที่เคยเห็นและสัมผัสความรู้สึกเหล่านี้จากเด็กๆ ที่เคยดูแลมา”

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

นายธวัชชัยระบุด้วยว่า “ผมจึงอยากให้ คนไทยทั้งประเทศส่งกำลังใจไปให้ฮีโร่ในดวงใจที่ชื่อ “โค้ชเอก” ครับ และโอกาสแรกที่ท่านได้พบโค้ชเอก ช่วยบอกเขาด้วยครับว่า ผมอยากกอดเขามากที่สุดในโลกครับ”

วัดพระธาตุดอยเวา จ.เชียงราย

ที่วัดพระธาตุดอยเวา ที่นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือ โค้ชเอก เคยมาช่วยเหลืองานวัด และมาพักอาศัยบางครั้ง โดยพระครูประยุทธ์ เจติยานุการ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา เปิดเผยว่า ตนทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่พบเด็กและโค้ชเอกแล้ว วินาทีที่ทราบข่าว รู้สึกปีติยินดี เหมือนยกภูเขาออกจากอก เพราะที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมาน ที่ต้องลุ้นว่าเจ้าหน้าที่จะเจอเด็กและโค้ชเอกหรือไม่

พระครูประยุทธ์ เจติยานุการ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา

ซึ่งในตอนนี้ เจ้าหน้าที่จะนำตัวโค้ชเอกออกมาจากถ้ำได้ตอนไหนตนก็ไม่ได้ติดใจ ที่ผ่านมา ตนเชื่อมั่นว่าโค้ชเอกจะสามารถดูแลเด็ก ๆ ทุกคนให้ปลอดภัยได้ เพราะโค้ชเอกเป็นคนที่มีความอดทน และมีสติดี ทั้งนี้ ก่อนเข้าถ้ำ 1 วัน โค้ชเอกได้ซื้อขนมมาจากห้างฯ กว่า 1,000 บาท ซึ่งวันที่โค้ชเอกหายไป ก็พบว่าขนมดังกล่าวหายไปด้วย จึงคิดว่าโค้ชเอกน่าจะเอาขนมเข้าไปในถ้ำให้เด็ก ๆ ได้กิน ซึ่งแสดงถึงการเตรียมการไว้แล้ว

นอกจากนี้ โค้ชเอกยังเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ชอบออกกำลังกาย โดยจะใช้จักรยานในการเดินทาง ก่อนหน้านี้ก็เคยพาเด็ก ๆ ในทีมปั่นจักรยานไปในที่ต่าง ๆ ที่ไกลที่สุดที่ทราบคือ สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งห่างจากแม่สายประมาณ 30 กิโลเมตร โดยคิดว่าเหตุที่ผู้ปกครองเชื่อใจให้โค้ชเอกดูแลลูกหลาน ก็เพราะว่าโค้ชเอกมีความรับผิดชอบ ทุกเย็นหลังซ้อมฟุตบอล โค้ชเอกจะปั่นจักรยานไปส่งทุกคนที่บ้านตลอด

นายนัท เพื่อนโค้ชเอก พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

ขณะที่นายนัท เจ้าหน้าที่วัด เพื่อนโค้ชเอก เปิดเผยว่า ทันทีที่ทราบข่าวว่าเจอโค้ชเอกแล้ว ตนดีใจมาก หลังจากนั้นก็รีบโทรแจ้งคุณยายของโค้ชเอก ที่อาศัยอยู่ประเทศเมียนมา ซึ่งคุณยายก็ร้องไห้แสดงความดีใจที่จะได้เจอหลาน ซึ่งก่อนหน้านี้ที่มีข่าวลือเรื่องที่อาจจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด คุณยายก็เป็นกังวล แต่ส่วนตัวเชื่อมั่นในตัวเพื่อนว่าไม่มีทางไปยุ่งเกี่ยวกับขบวนการยาเสพติด จึงอธิบายให้คุณยายฟังจนเข้าใจ

ทั้งนี้ โค้ชเอกเป็นคนรักเด็กและรักทีมฟุตบอลมาก เคยมีความฝันอยากมีทีมฟุตบอลเป็นของตัวเอง ซึ่งหลังจากที่ได้มาเป็นผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าฯ ก็ดูมีความสุข ส่วนที่ติดในถ้ำตอนแรกนั้น ตนเป็นห่วงแค่เรื่องการแพ้อากาศของโค้ชเอก

keyboard_arrow_up