หมอ ยัน 13 หมูป่าติดถ้ำ 10 วัน ฟื้นตัวง่าย ภูมิคุ้มกันดี แนะถนอมสายตา ขอสื่องดใช้แฟลช (คลิป)

วันที่ 3 ก.ค. 61 ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต 1 พร้อม นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมในการรอรับ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำ

นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต 1

นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงษ์ ระบุว่า โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มีศักยภาพรองรับผู้ป่วย ด้วยจำนวนเตียง 800 เตียง โดยจัดหอผู้ป่วยสามัญอุบัติเหตุ ชั้น 8 อาคารอุบัติเหตุซึ่งเป็นตึกใหม่ไว้รองรับพร้อมอุปกรณ์ โดยจะจัดให้อยู่รวมในหอผู้ป่วยเดียวกัน แยกชั้นจากผู้ป่วยรายอื่น เนื่องจากน้อง ๆ อยู่ในถ้ำมาหลายวัน อาจจะมีการติดเชื้อได้ โดยห้องที่จัดเตรียมไว้ คือห้องแยกโรค จะทำการตรวจอย่างละเอียดทันทีที่มาถึง คาดว่าสามารถรู้ผลได้ภายใน 24 ชั่วโมง โดยหลังจากนั้น จึงจะอนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมได้ ซึ่งทางโรงพยาบาลได้จัดเตรียมห้องไว้ให้ญาติแล้ว

นอกจากนี้ ทีมแพทย์ยังมีความเป็นห่วงทีมช่วยเหลือที่เข้ามาดูแลน้องทั้ง 13 คน โดยได้เตรียมทำการบริการดูแลสภาพร่างกายให้ ไม่มีการกักตัว แต่ให้กลับไปเฝ้าระวังที่บ้านด้วยตัวเอง

โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

ด้านโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ บริเวณด้านหน้า และด้านข้างอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน มีการจัดเตรียมเปลผู้ป่วยสำหรับทีมนักฟุตบอลทั้ง 13 ที่จะเดินทางมารักษาตัวที่โรงพยาบาล พร้อมเตรียมความพร้อมบุคลากรทั้งแพทย์และพยาบาล มีการจัดแบ่งชุดดูแลทั้ง 13 คน ซึ่งหากพื้นที่ส่งสัญญาณมาว่า นำตัวน้อง ๆ ออกจากถ้ำแล้ว ทางโรงพยาบาลก็จะดำเนินการทำตามแผนที่วางไว้ทันที

อุปกรณ์สำหรับเตรียมช่วยเหลือทีมหมูป่า
อุปกรณ์สำหรับเตรียมช่วยเหลือทีมหมูป่า

ซึ่งการเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์จากลานจอด ฮ. ที่ อ.แม่สาย มายังสนามบินเก่า อ.เมือง จ.เชียงรายนั้น ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เมื่อลงจากเฮลิคอปเตอร์รถฉุกเฉินของทางโรงพยาบาลจะจอดรอรับ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทั้งแพทย์และพยาบาลนั่งไปด้วย จะรับกลับมาที่โรงพยาบาล ใช้เวลาประมาณ 7 นาที ทั้งนี้ ด้านหน้าทางเข้าอาคารฉุกเฉิน ได้เคลียร์พื้นที่ ห้ามจอดรถขวางทางเข้าออกแล้ว

ทั้งนี้ หลังจากศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือ 13 ผู้สูญหาย นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ออกมายืนยันความชัดเจนว่า หน่วยซีลพบผู้สูญหาย และขณะนี้ถ้าเป็นไปตามแผนที่ 2 ของปฏิบัติการค้นหาครั้งนี้ คือการเร่งระบายน้ำเพื่อให้ความช่วยเหลือนั้น

เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยได้มีการเตรียมความพร้อม สำหรับการรับตัว 13 คน ส่งขึ้นรถพยาบาลจากปากถ้ำ ไปที่เต็นท์โรงพยาบาลภาคสนามกองทัพบก ระยะทาง 100 เมตร  เพื่อตรวจสุขภาพ คัดกรองโรคอย่างละเอียด ก่อนประเมินตามอาการ หากต้องส่งตัวฉุกเฉิน ก็จะรีบส่งตัวขึ้นรถพยาบาล ขับไปส่งที่สนามจอดเฮลิคอปเตอร์ที่ห่างจากปากถ้ำประมาณ 3-4 กิโลเมตร แต่หากมีอาการไม่รุนแรง ก็จะส่งตัวขึ้นรถพยาบาลที่เตรียมไว้ 13 คัน ตามจำนวนผู้สูญหาย และส่งตัวไปที่โรงพยาบาลปลายทางตามแผน

น.อ.วุฒิชัย ภู่เจริญยศ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการชุดปฏิบัติการพิเศษกองทัพเรือ

ด้าน น.อ.วุฒิชัย ภู่เจริญยศ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการชุดปฏิบัติการพิเศษกองทัพเรือ บอกถึงแนวทางการพา 13 คนที่ติดถ้ำออกมา โดยจะทำได้ 3 แนวทาง คือ การสอนให้ทุกคนดำน้ำเป็น โดยการฝึกให้มีการหายใจและการลอยตัว รวมถึงเร่งสูบน้ำ เจาะรูถ้ำ แต่แนวโน้มที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ การสอนดำน้ำ ขณะนี้มีอุปกรณ์พิเศษสามารถหายใจได้อย่างง่าย ไม่เป็นอันตราย อีกทั้งในขณะนี้ได้มีการบูรณาการทางการแพทย์ ยืนยันว่า ทุกขั้นตอนมีความพร้อมแล้วสามารถส่งต่อไปที่โรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว

น.อ.วุฒิชัย ยืนยันว่าตอนนี้ทีมหมูป่าที่ติดอยู่ภายในถ้ำมีสภาพจิตใจดี และอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยซีล รวมถึงทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด หากพร้อมก็จะพาตัวออกมาทันที

นางสาวจิตรา พรหมจักร พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ประจำโรงพยาบาลสนาม

เช่นเดียวกับ นางสาวจิตรา พรหมจักร พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ประจำโรงพยาบาลสนาม เปิดใจว่า ทุกขั้นตอนมีความพร้อมสมบูรณ์ ตามแผนที่มีการซักช้อมไปแล้ว หากทั้ง 13 คน ถูกนำตัวออกมาจากถ้ำ ก็สามารถส่งตัวไปตามโรงพยาบาลที่วางแนวทางเอาไว้ ซึ่งรถพยาบาล 1 คัน ประกอบด้วย ทีมแพทย์ พยาบาล คนขับ และผู้ช่วยที่มีความเชี่ยวชาญ อยู่ร่วมกันแต่ละคน ตั้งแต่หน้าถ้ำจนถึงโรงพยาบาล และในรถทุกคันก็ได้เตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ช่วยเหลือรองรับเอาไว้แล้ว

พญ.ชุติมน สิริภัสสร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาจักษุวิทยา รพ.ยันฮี

พญ.ชุติมน สิริภัสสร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาจักษุวิทยา โรงพยาบาลยันฮี อธิบายว่า ม่านตาจะปรับหดเมื่อตาได้รับแสงจ้า และจะขยายเพื่อให้ได้รับแสงมากขึ้นเมื่ออยู่ในที่มืด ปกติแล้วการทำงานของดวงตาจะมีการปรับการทำงาน จากที่สว่างไปที่มืด ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที จากที่มืดไปที่สว่าง ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ส่วนในกรณีของน้อง ๆ ทีมหมูป่าและโค้ช ที่ติดอยู่ในถ้ำที่มืดเป็นเวลา 10 วัน ต้องให้ค่อย ๆ ออกมาสู่ที่สว่างทีละน้อย และควรมีอุปกรณ์เสริมอย่างแว่นกันแดดที่จะช่วงพรางแสงในช่วงต้น อาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวปรับการมองเห็นเพียงเล็กน้อย การติดอยู่ในที่มืด 10 วัน ดวงตายังไม่ได้รับความเสียหายถาวรต่อเซลล์ดวงตา ยืนยันว่าน้อง ๆ สามารถกลับสู่สภาวะปกติได้ 100 %

ทั้งนี้ สภาพอากาศภายในถ้ำและเชื้อโรคต่าง ๆ อาจจะทำให้ดวงตาติดเชื้อ เช่น ติดเชื้อจากน้ำ เชื้อโรคในอากาศ แต่เชื่อว่าการที่น้องเป็นนักกีฬามีร่างกายแข็งแรง จะมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี เช่น ภูมิคุ้มกันผิวตา ก็สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ นอกจากนี้ พญ.ชุติมน เชื่อว่าในขั้นตอนการเคลื่อนย้ายออกมาจากถ้ำ ซึ่งจะต้องผ่านจุดตั้งแคมป์ของเจ้าหน้าที่ ที่มีการติดตั้งไฟให้แสงสว่างเป็นระยะ ซึ่งจะทำให้ดวงตาค่อย ๆ ปรับสภาพการรับแสงไปในตัว

ฝากถึงสื่อมวลชนที่ทำข่าวของน้อง ๆ ขอความกรุณาไม่ใช้แสงแฟลชที่แรงเกินไป เพราะจะเป็นการรบกวนดวงตาของน้อง จนกว่าแพทย์ที่ดูแลน้องจะยืนยันผลตรวจร่างกายของน้องว่าน้องปลอดภัยสมบูรณ์ สปอร์ตไลท์กับไฟแรงควรหลีกเลี่ยงในช่วงระยะแรก

keyboard_arrow_up