เปิดจุดเจาะถ้ำ ชี้ที่อยู่ 13 ชีวิต – ทหารลุย “ผาหมี” รับโซนแดง อันตราย (คลิป)

วันที่ 29 มิ.ย. 61 นายสุวิทย์ โคสุวรรณ ผอ.ส่วนวิจัยรอยเลื่อนมีพลัง สำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี บอกกับผู้สื่อข่าวว่าทางเจ้าหน้าที่จะแบ่งการเจาะถ้ำ เพื่อช่วยเหลือในการค้นหาตัวผู้สูญหายที่เป็นนักฟุตบอลและโค้ช ทั้ง 13 คน โดยแบ่งเป็น 2 แบบ คือ 1. การเจาะถ้ำ จะเจาะในจุดที่ไม่มีช่อง หรือโพรง อยู่ก่อนแล้ว โดยใช้เครื่องเจาะอันใหญ่ หนัก 2 ตัน วางเครื่องเจาะที่อยู่หน้าถ้ำ 2. การเจาะทะลวง จะใช้ทะลวงจุดที่มีช่องอยู่แล้ว เช่น พวกปล่อง ให้ขยายใหญ่ขึ้น เป็นเครื่องเจาะแบบเล็ก ใช้คนแบกขึ้นไปได้ ส่วนปฏิบัติการเจาะนั้นได้แบ่งพื้นที่ออก เป็น 3 โซน คือ โซนพื้นที่ ก. ,โซนพื้นที่ ข. และ โซนพื้นที่ ค.

นายสุวิทย์ โคสุวรรณ ผอ.ส่วนวิจัยรอยเลื่อนมีพลัง สำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี

พื้นที่ ก. จะเป็นการเจาะเพื่อเน้นการระบายน้ำ กำลังดำเนินการ เป็นพื้นที่บริเวณปากทางเข้าถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ซึ่งเป็นทางที่น้ำไหลออก โดยไม่ได้กำหนดว่าจะเจาะกี่จุด แต่จะเจาะเท่าที่สามารถระบายน้ำออกให้ได้มากที่สุด รวมถึงบริเวณขวามือด้านล่างของพื้นที่ ก. ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประกอบด้วยถ้ำเล็กๆ ก็จะมีการเจาะให้มีพื้นที่กว้างมากขึ้น เพื่อช่วยในการระบายน้ำ ด้านการเจาะระบายน้ำนั้น ได้มีการเจาะใกล้กับปากทางเข้าของถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนเพิ่มอีก 1 จุดในวันนี้ (29 มิ.ย. 61) รวมถึงจะมีการเจาะทะลวงบริเวณถ้ำรอบข้าง ที่มีระบบน้ำใต้ดินที่เชื่อมมาจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ดังนั้น หากทะลวงถ้ำเหล่านี้ให้ใหญ่ขึ้นก็จะเป็นช่องทางระบายน้ำอีกช่องทางหนึ่ง โดยในวันนี้ได้มีการทะลวงปากถ้ำทรายทอง และขยายทางน้ำบริเวณดังกล่าวให้กว้างขึ้นเพื่อให้น้ำไหลสะดวก ระดับน้ำในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนก็จะลดลงเร็วขึ้น

พื้นที่ ข. ที่เตรียมจะเจาะช่องส่งอาหารและสิ่งของยังชีพ

ส่วน พื้นที่ ข. เตรียมเจาะช่องส่งอาหารและสิ่งของยังชีพในวันพรุ่งนี้ เป็นพื้นที่บริเวณใกล้กับจุดพัทยาบีชที่คาดว่าเด็กอยู่ จะมีการเจาะช่องเพื่อส่งอาหารและสิ่งของยังชีพ และจะส่งกล้องเข้าไปเก็บภาพภายใน คาดว่าเริ่มเจาะได้ในวันพรุ่งนี้ (30 มิ.ย. 61) โดยจะลากเครื่องเจาะไปตามทางเดินป่าใกล้กับหมู่บ้านที่อยู่ระหว่างบ้านผาหมีกับบ้านมูเซอผาฮี

ผอ.สุวิทย์ โคสุวรรณ ให้ข้อมูลจุดบนแผนที่ที่คาดว่าเป็นปล่องกับทีมข่าว

ผอ.สุวิทย์ กล่าวว่า การเจาะผนังถ้ำนั้น เรื่องที่ยากที่สุดคือการขนเครื่องเจาะเข้าไปบริเวณผนังถ้ำ ซึ่งมีความยากพอสมควร เพราะเครื่องเจาะมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักประมาณ 2 ตัน แต่ก็อยู่ในวิสัยที่สามารถลากขึ้นไปได้ โดยอาจใช้รถแบ็คโฮ รถแทร็กเตอร์ หรือใช้วินซ์ (รอกสลิง) ในการลาก ขึ้นอยู่กับว่าสภาพทางที่จะลากขึ้นไปเป็นอย่างไร

โดยหากใช้รถลากน่าจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม. แต่หากใช้วินซ์น่าจะใช้เวลานานกว่าประมาณ 2 เท่า โดยขณะนี้คาดว่าน่าจะสามารถใช้รถแบ็คโฮลากเครื่องมือขึ้นไปยังจุดที่จะทำการเจาะได้ เพราะมีทางหมู่บ้านและทางเดินป่าตามสันเขา เมื่อเครื่องมือพร้อมที่จะเจาะก็จะใช้เวลาในการเจาะประมาณ 4-5 ชม. ต่อระยะ 100 เมตร รวมแล้วคาดน่าจะใช้เวลาทั้งวัน โดยจะมีการผลัดเปลี่ยนกันเจาะอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชม.

โมเดลจำลองลักษณะกายภาพของถ้ำทั่วไป

นายสุวิทย์ ยืนยันว่า การเจาะผนังถ้ำไม่เสี่ยงต่อการถล่ม เพราะผนังถ้ำเป็นหินปูนเนื้อแน่นที่มีความแข็งแรง อีกทั้งยังเจาะในแนวดิ่งเป็นช่องที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 6-8 นิ้ว เพื่อให้สามารถส่งอาหาร น้ำ หรือแสงสว่างเข้าไปในถ้ำ และระหว่างที่ทำการเจาะตัวเครื่องมือก็จะดูดเศษดินเศษหินออกมาภายนอกน้ำ ทำให้ไม่หล่นเข้าไปภายในถ้ำ โดยนอกจากจะเจาะเพื่อส่งน้ำและอาหารแล้ว จะมีการส่งกล้องเข้าไปบันทึกภาพภายในถ้ำเพื่อค้นหาผู้สูญหาย และระหว่างนี้จะมีการเจาะช่องเพื่อระบายน้ำออกให้ได้มากที่สุด เพื่อให้คนที่ติดอยู่ภายในสามารถออกทางปากถ้ำซึ่งเป็นทางออกที่สะดวกที่สุดได้

แผนที่ภูมิประเทศแสดงจุดที่คาดว่าเป็นปล่อง

ส่วนพื้นที่สุดท้าย พื้นที่ ค. เตรียมเจาะช่องเพื่อส่งกล้องเข้าไป เป็นพื้นที่ที่ได้รับข้อมูลมาจากนายมาร์ติน คาดสามารถเชื่อมไปยังจุดที่เด็กอยู่ได้ มีจุดที่คาดว่าจะเป็นปล่องอยู่ 6 ปล่อง จะมีการสำรวจและเจาะทะลวงปล่องเพื่อส่งกล้องเข้าไปภายในให้บันทึกภาพกลับออกมา น่าจะสามารถดำเนินการได้ในภายในคืนนี้ (29 มิ.ย. 61)

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ด้านบนของแผนที่ ซึ่งเป็นบริเวณโพรงที่เพิ่งค้นพบจากชุด ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร. อยู่บริเวณใกล้ถ้ำผาหมี พบว่าเป็นทางน้ำไหล จึงจะมีการสร้างฝายหรือเขื่อนเล็ก ๆ ปิดทางน้ำไม่ให้ไหลเข้ามาภายในถ้ำเพื่อกันการเพิ่มปริมาณของน้ำในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

สภาพทางเข้าพื้นที่จุด ข.

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่จุด ข. ซึ่งเป็นบริเวณระหว่างหมู่บ้านผาหมีและบ้านมูเซอผาฮี้ โดยปากทางเข้าของจุด ข. จะเป็นพื้นที่ตั้งศูนย์ฝึกอบรมโครงการพัฒนาดอยตุง จากจุดนี้จะห่างจากหมู่บ้านผาหมีไปประมาณ 3 กิโลเมตร และห่างจากบ้านมูเซอผาฮี้อีก 3 กิโลเมตรเช่นเดียวกัน

ทีมข่าวสอบถามข้อมูลเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ที่ออกมาจาก จุดบริเวณ ข. พร้อมให้ข้อมูลว่า จุดที่ทีมข่าวต้องการที่จะเดินทางไปนั้น ต้องเดินเข้าไปอีก 2 กม. ซึ่งจากการประเมินเส้นทาง พบว่าหากเดินเข้าไปเวลานี้ จะไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่ แต่คาดว่ามีเจ้าหน้าที่ทีมสำรวจอยู่ด้านในบ้างแล้ว

นายมังกร บุญโยวัฒนะ เจ้าหน้าที่โครการพัฒนาดอยตุง

นายมังกร บุญโยวัฒนะ เจ้าหน้าที่โครการพัฒนาดอยตุง เผยว่า จุดนี้เป็นเขตของโครงการหลวง ซึ่งจะอยู่ระหว่างของสองหมู่บ้าน และหากจะไปยังจุด ข. ปลายทางจะเป็นต้นลำห้วย ที่หากฝนตกลงมา น้ำจากลำห้วยจะไหลไปยังพื้นที่ต่างๆ และมีการคาดการณ์ว่า จุดลำห้วยนี้อาจเป็นต้นทางของสายน้ำที่ไหลไปสู่บริเวณถ้ำหลวงขุนนางนอน

นายมังกร ระบุว่า ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ทหาร และป่าไม้เข้ามาสำรวจจุดนี้กันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้ามาสำรวจเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในลักษณะนี้ แต่โดยส่วนตัวไม่กล้าที่จะเข้าไปในบริเวณดังกล่าว เพราะจุดนี้เป็นพื้นที่สีแดง ค่อนข้างอันตราย

นายสมหมาย เตชวาล รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กรมทรพยากรธรณีมีการประชุมเพื่อหาแนวทางหาตำแหน่งของจุดที่จะมีการเจาะผนังถ้ำในวันพรุ่งนี้ (30 มิ.ย.) โดยได้มีการประชุม ประมวลข้อมูลแผนที่ทางธรณีวิทยา แผนที่ภูมิประเทศ รวมกับข้อมูลของมิสเตอร์มาร์ติน เพื่อที่จะทำข้อมูล 3 มิติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ

ทั้งนี้ นายสมหมาย เตชวาล รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยว่า ข้อมูลที่กรมฯ จัดทำขึ้นก็จะนำไปรวมกับข้อมูลกับนักธรณีฟิสิกส์ภาคสนามที่ยังไม่ส่งมา ซึ่งทางทีมภาคนามกำลังประมวลผลอยู่อย่างเร็วที่สุดว่าจะเจาะในจุดใดบ้าง

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากประมวลผลได้จุดเจาะได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะให้ทีมภาคสนามที่จังหวัดเชียงรายดำเนินการ เพื่อนำเครื่องขุดเจาะผนังถ้ำขึ้นไปพื้นที่จุด ข. ในช่วงบ่ายของวันพรุ่งนี้ แต่ต้องดูสภาพอากาศด้วยว่าจะเอื้ออำนวยหรือไม่

keyboard_arrow_up