“ปรเมศวร์” โต้ “ศรีวราห์” เจาะถ้ำไม่ผิด เทียบ ถูกไล่แทงซุกบ้านคน ก็ไร้ผิด (คลิป)

วันที่ 29 มิ.ย. 61 หลังจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปพร้อมข้อความระบุว่า “เกือบคุกมัยละกู …. เมื่อเช้าเสนอแมคโฮขุดทางน้ำออกจากถ้ำ…..สรุปจะช่วยคนนี่มันเสี่ยงคุกกันระนาวเลย กรรมจริงๆ”

พล.ต.อ.ศรีวราห์ เตือนอาสาสมัครเรื่องการขุดเจาะถ้ำ

โดยในคลิปดังกล่าวเป็นคลิปขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้ามาเตือนอาสาสมัครที่จะทำการขุดเจาะถ้ำหลวง เพื่อเร่งระบายน้ำออก ว่าต้องอาศัยอำนาจตามกฏหมาย ซึ่งภายหลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปและข้อความดังกล่าวออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

แม้กระทั่ง รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการชื่อดังได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นใครโพสต์ดังกล่าวด้วยว่า “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ”

อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าวได้ถูกลบออกไปในเวลาต่อมา โดยผู้ที่โพสต์คลิปนี้ ได้โพสต์อีกครั้ง โดยระบุว่า “เรียน เพื่อนเฟสทุกท่าน ผมขออภัยที่ต้องลบโพสที่อาจสื่อสารในทางลบแก่ ท่านรอง ผบ.ตร.เนื่องด้วยโพสดังกล่าวในคลิป สื่ออาจตัดมาไม่ครบถ้วน และมีการวิจารณ์ในทางไม่เหมาะสม และมีผลกระทบต่อกำลังใจในการทำงานของท่าน ซึ่งเจตนาของท่านถ้าใครรู้จักดีจะทราบว่าท่านเป็นคนพูดตรงและแม่นยำเรื่องกฏระเบียบมาก จนอาจไม่ถูกใจหลายๆคน ขอให้เพื่อนเฟสปรับความเข้าใจด้วยนะครับ ผมต้องขออภัยมานะที่นี้ ที่เป็นคนเผยแพร่ จนมีการเข้าใจผิด”

ข้อความที่นายปรเมศวร์โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก

ขณะที่ ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ได้ออกมาโพสต์ ถึงเรื่องนี้เช่นกัน โดยท่านได้ โพสต์ข้อความ ว่า การเจาะถ้ำหรือกระทำการอื่นใดในเขตอุทยานหรือป่าไม้ แม้จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยาน หรือ พ.ร.บ.ป่าไม้ แต่ถ้ากระทำเพื่อช่วย 13 ชีวิต ก็เป็นการกระทำความผิดด้วย “ความจำเป็น” เพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึง และไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตน มิได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นการเกินสมควรแต่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 67 แนะว่าทุกคนที่กำลังช่วยน้องๆ ทำไป ไม่ต้องดูว่ากฎหมายจะว่าอย่างไร ชีวิตน้องๆ เหล่านั้นสำคัญกว่ามาบังคับใช้กฎหมายในยามนี้

ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด

นอกจากนี้ นายปรเมศวร์ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ด้วยว่า ในความจริงการเจาะภูเขาในพื้นที่เขตป่าไม้ หรือเขตอุทยานก็ผิด แต่สำหรับกรณีนี้ในทางกฎหมายได้เขียนเรื่องนี้ไว้ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ค่อยได้พูดถึง คือ การกระทำด้วยความจำเป็น เพราะอยู่ในที่คับขันหรือเพราะเหตุที่มีภยันตรายจะเกิดกับตนเองหรือบุคคลอื่น และภยันตรายนั้นตนเองไม่ได้เป็นคนก่อ เพื่อให้พ้นจากอันตรายตรงนั้น เช่น มีคนจะไล่แทงคนคนหนึ่ง แต่คนๆ นั้น วิ่งผ่านหน้าบ้านโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นบ้านของใคร และถีบประตูเข้าไปและเข้าไปอยู่ในบ้าน บุคคลนั้นมีความผิดในฐานทำให้เสียทรัพย์และบุกรุก แต่กระทำ ด้วยความจำเป็น ไม่มีทางไปแบบนี้กฎหมายจะไม่เอาโทษ

ในกรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน การช่วยชีวิตคน โดยไม่ได้ตั้งใจจะกระทำความผิดกฎหมายโดยตรง และไม่ได้กระทำโดยเจตนาร้าย โดยวิธีการที่ช่วยมีหลายอย่าง ถ้าไม่ต้องพังอะไรเลยก็ได้ แต่ถ้าจำเป็นต้องทลายสิ่งกีดขวางหรือสิ่งกีดกั้น เพื่อเอาคนออกมาทั้ง 13 คน มันมีความคุ้มค่ามากกว่าที่จะไปลงโทษเขา โดยหลักการกฎหมายคิดเช่นนี้

ภาษากฎหมายระบุว่า เป็นการได้รับการยกเว้นโทษ ผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ ส่วนเรื่องการดำเนินคดีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดำเนินคดีได้ แต่ปกติก็จะไม่ดำเนินคดี ยกเว้นแต่เป็นความผิดร้ายแรงชนิดที่คนถูกฆ่าตาย เจ้าพนักงานฆ่าคนตาย ต้องสอบสวนก่อนว่า จริงๆ แล้วตั้งใจฆ่า เพราะปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แต่ในกรณีนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ชัดแจ้งว่าเข้าไปเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยชีวิตคน เป็นความจำเป็น

นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ด้านนายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ในประเด็นของข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเจาะถ้ำเพื่อระบายน้ำของหน่วยงานต่าง ๆ ตามความเป็นจริงแล้ว หน่วยงานที่จะเจาะถ้ำต้องทำหนังสือขออนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ เพราะฉะนั้นในแง่ของกฎหมาย การเจาะถ้ำแบบนี้ถือว่าผิด แต่กรณีที่เด็กและโค้ชติดอยู่ในถ้ำนี้เรียกว่าภัยพิบัติฉุกเฉินซึ่งหน้า การเจาะถ้ำไม่ได้เจาะเพื่อประโยชน์ส่วนตัว และหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่นั้นร้องขอให้หน่วยงานอื่นมาช่วยเหลือ การกระทำนี้ถือว่าไม่ผิด

พล.ต.อ.ศรีวราห์ เดินไปดูโดรนที่จะบินสำรวจรอบบริเวณถ้ำหลวง

นอกจากนี้ โลกออนไลน์ยังวิพากษ์วิจารณ์ภาพที่มีการเผยแพร่ ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เดินไปดูโดรนที่จะบินสำรวจรอบบริเวณถ้ำหลวง โดยรองผบ.ตร.ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่า มีใบอนุญาตบินโดรนหรือไม่ และบอกให้เจ้าหน้าที่เอาโดรนมาจอดต่อหน้า

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ ให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าวไทย โดยชี้แจงว่าเป็นการถามและสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้ทำให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎมายเท่านั้น เนื่องจากเป็นการใช้งบประมาณแผ่นดิน ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งกฎหมายบรรเทาสาธารณภัย ไม่ได้ไปยกเว้นกฎหมายอื่น

ส่วนเรื่องที่สังคมมองกันว่าเป็นคำถามที่บั่นทอนจิตใจ พลตำรวจเอก ศรีวราห์  ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่กำลังทำงาน จึงได้ถามเพื่อให้ทำให้ถูกต้อง เพราะว่าการขุดเจาะในพื้นที่ของกรมอุทยานมีกฎหมายอยู่ ให้ทำหนังสือไปให้เรียบร้อย ทั้งนี้ เป็นการคุยกับลูกน้อง คุยกับตำรวจ เป็นการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นข้าราชการแผ่นดิน

keyboard_arrow_up