“แตงโม นิดา” ยอมโดนด่าเพื่อความเปลี่ยนแปลง หลังโพสต์ถึงความล่าช้าการช่วยชีวิต 13 คน (คลิป)

เกิดกระแสดราม่าในโลกโซเชียลหลังจากที่นักแสดงสาวแตงโม นิดา โพสต์ข้อความลงอินสตาแกรมส่วนตัว ถึงกรณีที่มีเด็กและโค้ชทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย รวม 13 คน ติดอยู่ในถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย ว่า “ทั้งที่บอกว่าจะเจอมา 2 วันแล้ว แต่นี่วันที่ 6 แล้วยังไม่เจอ เป็นประเทศอื่นเขาเจอแล้วปะ รอบคอบอะดีทราบค่ะ แต่ร่างกายของเด็กน้อยจะรอได้ไหม

โดยเมื่อชาวเน็ตได้อ่าน ต่างก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ตามมาคอมเมนต์ถล่มในไอจีของนักแสดงสาวทันที ซึ่งสาวแตงโม ก็ไม่ได้อยู่เฉย คอมเมนต์โต้ตอบกลับเช่นกัน

ล่าสุด สาวแตงโม เปิดเผยว่า “หากเสี่ยงทำตามความคิดของเรา (เจาะถ้ำ) อาจจะช่วยได้ ซึ่งเราก็ไม่ได้คิดเอง ไม่ได้คิดแหวกแนว แต่เอามาจากเจ้าหน้าที่ที่เขาแพลนไว้ตั้งแต่แรกแล้ว กลัวว่าปล่อยไปนานกว่านี้จะไม่รอด เพราะว่ากินแต่น้ำในถ้ำ แล้วเด็กตรอมใจได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ เพราะเขาคิดถึงบ้าน เขาหนาว แล้วมันไม่มีแสงสว่างเลย เราไม่ได้มีความคิดต่างจากคนที่ช่วยเท่าไหร่หรอก เพียงแต่เรากล้าพูด มันก็เลยมีดราม่าขึ้นมา เชื่อไหมว่ามีหลายคนพิมพ์เข้ามาขอบคุณนะที่พูดให้ เขาคิดแบบเราแต่ไม่มีใครกล้าพูด ทำให้เราคิดว่าคนกล้าที่จะตำหนิและวิจารณ์ไปบนพื้นฐานของความถูกต้อง คนเหล่านี้ต้องไปอยู่หลังไมค์กันหมดแล้วหรือ ไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเห็นเลย ขนาดคนที่คอมเมนต์เห็นด้วยกับเรา ยังโดนถล่มยับเลย

ขอยืนยันว่าเรากับเจ้าหน้าที่ไม่ได้เป็นศัตรูกัน เราต่างคนต่างอยากให้น้องๆ ออกมาโดยเร็วที่สุดและปลอดภัยครบทุกคน ซึ่งการที่เราออกมาโพสต์แบบนี้แล้วโดนด่า ก็ยอมรับว่ากระทบกระเทือนใจนิดหน่อย แต่โอกาสหน้าถ้าจะทำให้ทุกอย่างรวดเร็วกว่านี้ มีบุคลากร อุปกรณ์ ที่ทันสมัยกว่านี้ เรายอม เราทนได้ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่เด็กทนไม่ได้หรอก (น้ำตาคลอเสียงสั่น) แต่เราก็เชื่อมั่นว่าทุกคนยังปลอดภัยดี โชคดีที่ครั้งนี้เป็นเด็กผู้ชายทีมฟุตบอล แต่ถ้าเป็นทีมบัลเลท์ล่ะ”

นักแสดงสาวกล่าวต่อว่า “อยากจะชี้แจงอีกเรื่องคือการที่เราออกมาโพสต์ไม่ได้จะว่ากล่าวเจ้าหน้าที่ที่ทำงานล่าช้า การที่พิมพ์ และเขียนออกมามันไม่มีน้ำเสียง เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่คนอ่าน ถ้าคนนั้นไม่ชอบก็คงอ่านเสียงไม่ดีหรอก แต่ถ้าเขาเข้าใจ เขาก็จะรู้เจตนาที่แท้จริง ไม่มีใครประสงค์ร้ายต่อกันบนโลกใบนี้

สุดท้ายหากเรื่องนี้จบไม่สวยก็คงได้แต่ร้องไห้กันทั้งประเทศ (น้ำตาคลอ) ทำใจกันไม่ได้หรอก เราก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะเรากระตุ้นแล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเสียงเล็กๆ ของเราคงจะไปถึง ไม่งั้นคงไม่ยอมแลกให้โดนด่าฟรีๆแบบนี้หรอก”

keyboard_arrow_up