“มาร์ติน” นักสำรวจ บอกพิกัด “มีทางออกถ้ำหลวงฯ” เป็นสัญญาณดี ช่วยเด็กๆ และโค้ชได้ (คลิป)

จากกรณีนักฟุตบอลเยาวชนและครูฝึกสอน 13 คน ที่สูญหายภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน เขตวนอุทยานถ้ำหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 23 มิ.ย. 61 โดยเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานระดมกำลังเร่งค้นหาอย่างสุดความสามารถ

หนองน้ำพุ จุดดำเนินการเร่งระบายน้ำ

วันที่ 27 มิ.ย. 61 ทีมข่าวเดินทางมาที่หนองน้ำพุ จุดที่ดำเนินการเร่งระบายน้ำ เพื่อลดระดับน้ำภายในถ้ำหลวง โดยนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน เปิดเผยว่า หลังจากฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ปริมาณน้ำในถ้ำเพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่จึงสูบน้ำ จนถึงขณะนี้ระดับน้ำภายในหนองน้ำพุที่มีความลึกประมาณ 7 เมตร ลดลงเหลือเพียง 5 เมตร และคาดว่าถ้าฝนไม่ตกเพิ่ม ปริมาณน้ำในถ้ำจะลดลงอย่างรวดเร็ว

ภาพจำลองขั้นตอนการระบายน้ำออกจากถ้ำ

นายสุพิศ กล่าวว่า ขณะนี้เครื่องสูบน้ำบริเวณหนองน้ำพุ ประกอบไปด้วยขนาด 8 และ 12 นิ้ว จำนวน 11 เครื่อง โดยรวบรวมมาจากหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ เพื่อพร่องน้ำออกจากหนองน้ำพุ ระบายไหลลงลำห้วยธรรมชาติ ก่อนที่จะลงสู่แม่น้ำโขง ขณะนี้ยังไม่พบอุปสรรคในการสูบน้ำ และได้สั่งเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมสนับสนุนตลอด 24 ชม. จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น ส่วนน้ำที่ระบายออกมานั้นไม่ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ ในทางกลับกันชาวบ้านต่างรอคอยด้วยความหวังให้ทั้ง 13 คนปลอดภัย

นายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี

ด้าน นายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เผยว่า จากการพูดคุยกับคุณมาร์ติน ชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้ที่เคยได้ลองเข้าไปสำรวจถ้ำดังกล่าวมาแล้ว เมื่อคืนที่ผ่านมาก็ได้ข้อมูลว่า จากแผนที่ที่คุณมาร์ตินได้เคยสำรวจมานั้น พบว่าน่าจะมีช่องหรือเป็นร่องรอยของปล่องที่คุณมาร์ตินเคยมองขึ้นมาจากภายในถ้ำดังกล่าวเมื่อหลายปีก่อน

ดังนั้น เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางกรมทรัพยากรธรณี ได้แจ้งให้ทหารเข้าไปเดินสำรวจพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ว่าจะมีโอกาสพบปล่องอันใหม่เหนือถ้ำดังกล่าวได้หรือไม่ ซึ่งจุดที่คาดว่าจะมีโอกาสพบปล่องอันใหม่นั้น อยู่ห่างจากจุดที่พบปล่องเมื่อวานที่ผ่านมา ประมาณไม่เกิน 500 เมตร ส่วนการที่จะให้มีการเปิดปากปล่อง หรือมีการขุดเจาะถ้ำ เพื่อค้นหากลุ่มนักกีฬาและผู้ฝึกสอนดังกล่าวนั้น จะก่อให้เกิดอันตรายหรือก่อให้เกิดผลกระทบอะไรตามมาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับจุดที่จะมีการขุดเจาะ เนื่องจากตอนนี้ทางทีมค้นหาคาดว่ากลุ่มผู้ที่ติดอยู่ในถ้ำ อาจจะติดอยู่บริเวณกลางถ้ำ ซึ่งหากทีมขุดเจาะได้มีการขุดเจาะหรือระเบิดบริเวณปลายถ้ำ ก็อาจจะไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่หากมีการขุดเจาะบริเวณด้านบนของช่วงกลางถ้ำ ก็อาจทำให้หินจากการขุดเจาะถล่มลงมาปิดทับทางออก และอาจทำให้เกิดอันตรายต่อกลุ่มผู้ที่ติดอยู่ภายในถ้ำได้ ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษาและสืบค้นข้อมูลโดยละเอียดก่อนจะลงมือปฏิบัติจริง

อีเมลจากคุณมาร์ติน ชาวอังกฤษ ผู้ที่เคยเข้าสำรวจถ้ำหลวง

นายทศพร กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่มีหลายคนสงสัยว่า หากพบเจอกลุ่มนักกีฬาและผู้ฝึกสอนแล้ว จะมีการลำเลียงออกมาทางด้านจุดใด หรือจะมีการขุดเจาะระเบิดจุดใด เพื่อให้การลำเลียงกลุ่มนักกีฬาออกมาได้อย่างสะดวกนั้น ตัวเองก็ขอชี้แจงว่า ก่อนอื่นอยากให้ไปโฟกัสว่าจะทำอย่างไรให้เจอกลุ่มนักกีฬาดังกล่าวให้ได้เสียก่อน หลังจากนั้นค่อยมาศึกษาและประชุมกันอีกครั้ง ว่าจะนำกลุ่มนักกีฬาดังกล่าวออกมาได้อย่างไร แต่เบื้องต้นหากพบเจอกลุ่มนักกีฬาดังกล่าวแล้วก็ คงต้องมีการปฐมพยาบาลและฟื้นฟูสุขภาพเบื้องต้นก่อนที่จะมีการพาตัวกันออกมา และตอนนี้กรมทรัพยากรธรณี ได้มีการการศึกษาข้อมูลและสรุปข้อมูลต่าง ๆ ทุกวัน เพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการช่วยเหลือทีมค้นหาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ โดยหากเจ้าหน้าที่ทีมค้นหาที่จังหวัดเชียงรายพบข้อมูลอะไรใหม่ ๆ ก็จะส่งมาให้ทางกรมทรัพยากรธรณีช่วยสืบค้นข้อมูลและวิเคราะห์ให้ โดยตอนนี้ก็คาดหวังว่าจะทราบข่าวดีในเร็ว ๆ นี้

keyboard_arrow_up