“ดำรงค์ พิเดช” ชี้ ปิดทางน้ำได้ 2 จุด ช่วย 13 ชีวิตรอดแน่ (คลิป)

จากเหตุการณ์ทีมฟุตบอลเยาวชนและครูฝึกสอน 13 คน พลัดหลงและติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ในวนอุทยานขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อเย็นวันที่ 23 มิ.ย. 61 หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนอยู่ระหว่างการระดมกำลังช่วยเหลือ และจัดทีมค้นหาอย่างเต็มความสามารถ

รายการต่างคนต่างคิด

วันที่ 27 มิ.ย. 61 รายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 18.20 น. ได้เชิญ นายดำรงค์ พิเดช ดอีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, นายโทนทอง สุขแก่น หัวหน้าศูนย์อำนวยการอาสาสมัคร ทีมกู้ภัยอาสาพาน้องกลับบ้าน และนางธรรม จันทะวงษ์ ญาติของนายเอกพล จันทะวงษ์ โค้ชทีมฟุตบอลที่สูญหาย ร่วมพูดคุยในรายการ

นายดำรงค์ พิเดช ดอีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

โดยนายดำรงค์ อธิบายภูมิประเทศของถ้ำหลวงซึ่งอยู่บนดอยผู้เฒ่าว่า น้ำที่ไหลเข้าถ้ำ 2 ที่ คือ ลำน้ำแม่สาย และลำน้ำจากดอยผาหมีและผาฮี้ เพราะลักษณะน้ำในถ้ำไม่ใช่น้ำภูเขา เนื่องจากน้ำที่พบในถ้ำมีเศษไม้และตะกอนดินปะปนมาด้วย ซึ่งถ้าหากรู้ว่าน้ำไหลเข้าถ้ำจากช่องทางใด ก็สามารถไปอุดทางหรือเบี่ยงเส้นทางน้ำได้ และการที่จะช่วยเด็กออกมาได้ หากพบตัวแล้ว ก็ต้องอาศัยการสูบน้ำออกจากถ้ำในอัตราสูบออกมากกว่าอัตราน้ำที่ไหลเข้ามาเติมในถ้ำ

ระยะทางระหว่างลุ่มน้ำแม่สายกับถ้ำหลวง

นายดำรงค์กล่าวต่อไปว่า ชาวบ้านหรือชาวเขาที่ผาหมีและผาฮี้น่าจะรู้ข้อมูลเรื่องเส้นทางน้ำเป็นอย่างดี โดยแนะนำให้เจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลเส้นทางน้ำจากชาวบ้านทั้งสองแห่ง ว่าน้ำที่เพวกเข้าใช้ทำเกษตรกรรมนั้นไหลเข้าถ้ำหลวงไปในเส้นทางใด

ส่วนถ้าหากเจอตัวเด็กแล้ว ในขั้นตอนแรกต้องไปดูแลเด็กก่อน ด้วยการลำเลียงน้ำ อาหาร ให้เด็กได้ดื่มกินจนร่างกายแข็งแรงขึ้น ก่อนจะเคลื่อนย้าย เพราะขณะนั้นร่างกายคงอ่อนเพลีย ส่วนการสูบน้ำนั้นก็ให้ดำเนินการควบคู่กันต่อไป ตนเชื่อว่ากลุ่มผู้สูญหายยังอยู่ได้เพราะเป็นนักกีฬา และยังเป็นเด็กไม่มีโรคประจำตัว อีกทั้งเคยเข้าไปในถ้ำมาก่อนแล้ว ตนคิดว่าทุกคนต้องไปอยู่ในที่ปลอดภัยเพื่อรอคอยการช่วยเหลือ

นายดำรงค์กล่าวถึงกรณีกลุ่มเด็กถอดรองเท้าวางทิ้งไว้ในถ้ำ

สำหรับภาพรองเท้าของเด็ก ๆ และสัมภาระบางส่วนที่ถอดทิ้งไว้นั้น ตนมองว่าทิ้งสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการให้เจ้าหน้าที่ติดตามหาตัว และเป็นความหวังว่ากลุ่มผู้สูญหายยังคงปลอดภัย เพราะกลุ่มผู้สูญหายรู้วิธีเอาตัวรอดด้วยการสลัดสัมภาระที่ไม่จำเป็นออก หากกรณีเจอน้ำขึ้น

นายโทนทอง สุขแก่น หัวหน้าศูนย์อำนวยการอาสาสมัคร ทีมกู้ภัยอาสาพาน้องกลับบ้าน

ด้านนายโทนทอง บอกว่า ตนเองเป็นชุดตระเวน แบ่งทีมเป็น 3 ทีม คือ A, B และ C  โดยกระจายหาช่องทางที่จะลงไป โดยทีม A เจอช่องแล้ว แต่กำลังหาจุดเชื่อมที่จะลงไปพัทยาบีท ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างรอข้อมูลจากทีม A ที่กำลังพยายามหาช่องลมที่สามารถลงไปสำรวจด้านล่างได้ ยังยืนยันไม่ได้ว่ามีกี่ช่อง แต่มีมากกว่า 1 ช่องแน่นอน

นายโทนทองยืนยันว่า เราทำทุกวิถีทาง ที่คิดว่าน่าจะเป็นโอกาส ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ไม่ว่าช่องจะเล็กจะน้อย พวกตนยังมีความหวัง และจะช่วยให้ถึงที่สุด เพราะพวกตนคือทีมกู้ภัยที่เป็นความหวังของประชาชน

นางธรรม จันทะวงษ์ ญาติของนายเอกพล

ขณะที่นางธรรม เปิดเผยว่า ตอนนี้เห็นเจ้าหน้าที่ทำงานตลอดเวลายิ่งทำให้มีความหวังเพิ่มขึ้น ตนยังอยู่จุดปากถ้ำ สลับสับเปลี่ยนกับญาติคนอื่น ๆ  มีเจ้าหน้าที่มาเยียวยาสภาพจิตใจ และมาแจ้งข่าวสถานการณ์ภายในถ้ำอยู่เป็นระยะ ส่วนโค้ชเคยเข้าถ้ำมาตั้งแต่ปี 2559 จึงน่าจะรู้ทิศทางในถ้าเป็นอย่างดี

ญาติอยากขอให้ตนไทยที่รับฟังข่าวด้วยการกลั่นกรอง อย่ากดดันทีมเจ้าหน้าที่หรือญาติ และขอบคุณทุกน้ำใจที่ส่งแรงใจช่วยให้ 13 ชีวิตปลอดภัย

keyboard_arrow_up