แฉ!!หนุ่มซิ่งปอร์เช่ราคา 10 ล. ที่แท้ เคยโดนคดี ชนพลเมืองดี ไม่จ่ายค่าดูแล (คลิป)

จากกรณี นายชลวิทย์ หิรัญ หรือ “เอ็ม” เจ้าของธุรกิจรถยนต์มือสอง ขับรถหรูปอร์เช่ ชนรถจักรยานยนต์ สองสามีภรรยา และชายอีก 1 ราย บริเวณคลองลำเจียก ได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2560 ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายชลวิทย์ เป็นบุคคลเดียวกับที่เคยก่อเหตุ ขับรถยนต์ มินิคูเปอร์ซิ่งจนมีคนบาดเจ็บ 4 ราย ซึ่งเวลาผ่านไปกว่า 5 ปีแล้ว ผู้เสียหายจากเหตุมินิคูเปอร์ ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา ตามคำสั่งศาล ที่สั่งให้ชดใช้14ล. โดยเมื่อผู้เสียหายสอบถามไปทาง”อาม่า”ของนายชลวิทย์ ก็กลับได้รับคำตอบว่า ไม่มีเงิน แต่กลับมีรถหรู ราคาแพง และไม่เคยเหลียวแลเยียวยาผู้เสียหายที่กิดจากการกระทำของนายชลวิทย์

เหยื่อที่ถูกนายชลวิทย์ขับรถชน ปี 2555 และปี 2560

โดยในวันนี้ ( 26 เมษายน 2560 ) เหยื่อที่เคยถูก“นายชลวิทย์ หิรัญชัชวาลย์” ขับรถชนออกมาเปิดเผยเรื่องราวผ่าน“รายการต่างคนต่างคิด” โดยนางสุนิตา แซ่โกว หรือ “นุ่น” เล่าว่า เหตุการณ์เกิดในปี 2555 ซึ่งรถของตนเองนั้นประสบอุบัติเหตุที่บริเวณสะพานพระราม 9 โดยมีพลเมืองดีคือ น.ส.โชติกา ประสาทโสพันธุ์ หรือ “ปลั๊ก” พร้อมเพื่อนๆ ลงมาช่วยเหลือ แต่จู่ๆก็มี “รถมินิคูเปอร์สีแดง” ขับมาชนคนบริเวณนั้นทั้งหมด 4 คนด้วยกัน จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นตนเองก็ได้เข้ารับการรักษา โดยฟันหัก 11 ซี่และกรามหัก และไม่ได้รับการติดต่อจากทางชลวิทย์แต่อย่างใด แม้ก่อนหน้านี้ทางแม่ของตนจะติดต่อไปหาทางพ่อชลวิทย์ แต่กลับถูกพูดจานักเลง และหยาบคายพร้อมบอกว่า “ถ้าลูกผมขับรถเร็วปานนี้ตายกันหมดแล้ว” และทราบเรื่องที่ชลวิทย์ขับรถชนผู้อื่นจากทางเพื่อน และคิดเพียงว่าขับรถชนคนอื่นอีกแล้วเหรอ ตนจึงได้นำเรื่องไปส่งยังเพจเพื่อขอความเป็นธรรม เพราะ“เป็นผู้ใหญ่และมาสร้างความเดือดร้อนและไม่รับผิดชอบ พลเมืองดีควรได้รับผลแบบนี้เหรอ” ซึ่งสงสัยว่ามีประสบการณ์ที่แย่มาแล้วทำไมยังจะทำอีกและอยากให้ออกมาชดใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้น”

ครอบครัวต้องคอยช่วยพยุงน้องปลั๊กเสมอ

ด้านนายพิจักษณ์ ตั้งเจริญโสภณ พ่อของน้องปลั๊ก เหยื่อในปี 55 เปิดเผยว่า ชีวิตพลิกผันไปอย่างมาก เนื่องจากลูกสาวที่กำลังมีอนาคตที่สวยงาม กลับมาเจอสิ่งที่ไม่สมควรเกิดกับเขา เพราะหลังลูกฟื้นขึ้นมาสมองกลับจดจำเรื่องราวไม่ได้ และสมองได้รับการสูญเสียไป 30 % กลายเป็นคนความจำสั้น ลูกช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พ่อต้องคอยช่วยเหลือทุกอย่าง แม้ก่อนหน้านี้ทางชลวิทย์เคยออกมาพูดต่อหน้าสื่อมวลชนว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ทางเหยื่อคนละ 10,000 บาท กับสิ่งที่เกิดขึ้นซึ่งตอนแรกจะให้ 300,000 บาทและภายหลังบอกว่าไม่มีแล้ว ซึ่งทางทนายของตนเองออกมาคำนวณนั้นต้องชดใช้หลายล้านบาท ซึ่งตอนนั้นไม่ทราบว่าตนเองนั้นจะติดต่อทางชลวิทย์อย่างไร แต่เคยไปแอบดูบ้านที่เป็นอาคารพาณิชย์ 2 ห้อง อยู่ภายในตลาดวัดไทร และไม่เห็นรถยนต์ เนื่องจากบริเวณนั้นไม่สามารถจอดรถได้ ซึ่งบอกเลยว่า หนทางในการเรียกร้องนั้นมืดมน แต่ตอนนี้เริ่มมีวี่แวว และไม่เคยเห็นเขาลำบากอะไรเลย และอยากจะขอให้ออกมารับผิดชอบกับสิ่งที่เขาทำแค่นั้นเอง 

ทนายเกิดผล ยอมรับ ว่าเป็นคนดูแลคดีนายชลวิทย์ เมื่อปี 55 จริง

ทางด้านนายเกิดผล แก้วเกิด  ทนายความชื่อดัง ที่เคยเป็นทนายความให้ฝ่ายนายชลวิทย์ เมื่อ ปี 2555 บอกว่า ตนเองยอมรับว่าเป็นทนายความฝั่งชลวิทย์จริง และได้ให้นายชลวิทย์ชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายทั้ง 3 ราย จำนวน 14 ล้านบาท แต่ทางครอบครัวนายชลวิทย์ยังไม่ยอมมีการชำระเงินตามคำสั่งศาล ซึ่งตนเองในฐานะทนายความ ก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้ลูกความยอมชดใช้ค่าเสียหาย แต่ไม่เป็นผล เพราะอาม่าของนายชลวิทย์บอกแค่ว่าเงินทั้งหมดนั้นได้เอาเงินไปซื้อรถหมดแล้ว พร้อมยอมรับว่านายชลวิทย์เป็นคนชอบใช้อารมณ์ ไม่ยอมฟังใคร หลังจบคดีก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก ซึ่งเรื่องนี้ทางผู้เสียหายจะต้องใช้สิทธิบังคับคดีตามคำสั่งศาล เพื่อติดตามอายัดและยึดทรัพย์สินชดใช้แทนหนี้ต่อไป โดยขณะนี้มีอายุความเหลือเพียง 5 ปีเท่านั้น

สภาพอาการบาดเจ็บของเหยื่อปี 2560

และทางด้านเพ็ญศรี แม่คุณจตุพล ผู้เสียหายปี 2560  บอกว่าขณะนี้ลูกชายของตนนั้นได้รับบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะ และไหปลาร้าแตก และทางลูกสะใภ้นั้นก็มีอาการบาดเจ็บสาหัส โดยวันที่พบลูกนั้นเห็นอาการของลูกตนเองได้อย่างชัดเจนว่ามีความกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก และในส่วนของข่าวที่ออกมาเรื่องชลวิทย์ ตนเองทราบข่าวเป็นอย่างดี ว่าชลวิทย์นั้นเคยมีประวัติการชนผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บมาก่อน แต่ทางชลวิทย์นั้นโทรศัพท์พูดคุยกับตนเองเสมอ และ”พร้อมที่จะรับผิดชอบ และมีท่าทีดี อ่อนน้อมถ่อมตน ในใจลึกๆเหมือนจะร้องไห้ด้วยเหมือนจะเสียใจ” ส่วนเรื่องค่าชดเชยนั้นยังไม่ได้มีการเจรจาอย่างเป็นทางการ

ทนายเกิดผลบอกให้นายชลวิทย์ชดใช้ค่าเสียหาย

สุดท้ายนี้ทนายเกิดผล แก้วเกิดได้ฝากบอกกับนายชลวิทย์ หิรัญชัชวาลย์ หรือ “เอ็ม” ว่า “เอ็ม เอ็มจำพี่ได้ไหม อยากให้ช่วยเหลือคนที่เขาได้รับผลกระทบ เราโตแล้ว เรามีฐานะ เรากลับมาช่วยเขาได้ไหม” หลังจากนี้ทุกคนคงเฝ้าติดตามนายชลวิทย์ ว่าจะมีการเข้ามาเยียวยาทางเหยื่อหรือไม่

keyboard_arrow_up