รพ.นัดแม่ “น้องการ์ตูน” คุยค่ารักษา โต้ฟ้อง แค่เชิญแจ้งหนี้ ยันดูแลดี ลดแล้ว 3 แสน (คลิป)

จากกรณีที่เมื่อปี 2557 เกิดเหตุรถกระบะของ น.ส.น้ำผึ้ง ใจเสงี่ยม อายุ 22 ปี พุ่งชนร้านสเต็กปากซอยเอกชัย 119 ถนนเอกชัย แขวงและเขตบางบอน กรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้ นายภาณุทัต ศักดิ์สิทธิพันธ์ อายุ 42 ปี เจ้าของร้านสเต็กลุงใหญ่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และ ด.ญ.นราศิริ ศักดิ์สิทธิพันธ์ หรือน้องการ์ตูน อายุ 5 ขวบขณะนั้น ซึ่งเป็นลูกสาว ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง ประสาทตาฝ่อ ร่างกายขยับไม่ได้ ยกเว้นแขนขาขยับได้บ้างเล็กน้อย ต้องรักษาตัวอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้

น.ส.ศรัญญา ชำนิ (แม่) และ ด.ญ.นราศิริ ศักดิ์สิทธิพันธ์ (น้องการ์ตูน)

สำหรับกรณีที่แม่น้องการ์ตูน ได้โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ร้านสเต็กคุณแม่การ์ตูน Mother’s Grill Steak House ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ครอบครัวเธอเหมือนตายทั้งเป็น เพราะต้องสูญเสียสามีไปตลอดกาล ส่วนลูกสาวก็ต้องเหมือนตายทั้งเป็น อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายจากสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาอีก โดยโรงพยาบาลเตรียมจะฟ้องร้องอีก 1.9 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีเงินไปชำระค่ารักษาตัวของน้องการ์ตูน เพราะคุณน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ไม่เคยมาเยียวยาหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แต่อย่างใด ทำให้หลังจากนั้นก็มีประชาชนทยอยกันโอนเงินบริจาคเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวน้องการ์ตูนกันเป็นจำนวนมาก และเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา แม่ของน้องการ์ตูน เผยว่า ยอดเงินบริจาคตอนนี้อยู่ที่จำนวนกว่า 7 ล้าน 6 แสนบาท ซึ่งเธอก็ได้มีการโพสปิดรับเงินบริจาคช่วยเหลือน้องการ์ตูนไปแล้ว และเตรียมจะนำเงินที่ได้จากการบริจาคช่วยเหลือน้องการ์ตูน ไป ชำระหนี้สินที่ยังคงค้างอยู่กับทางโรงพยาบาล จำนวนกว่า 1 ล้าน 9 แสนบาท ในวันที่ 28 มิ.ย. นี้

นายแพทย์วีระ อิงคภาสกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ของโรงพยาบาล

ล่าสุด ด้าน นายแพทย์วีระ อิงคภาสกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ของโรงพยาบาลดังกล่าว เผยว่า ตัวเองขอชี้แจงเกี่ยวกับบางกระแสข่าว นำเสนอว่าทางโรงพยาบาลได้มีการดำเนินการฟ้องร้องคุณแม่ของน้องการ์ตูนในเรื่องของเงินค่ารักษาพยาบาล ซึ่งในส่วนนี้ไม่เป็นความจริงเพราะทางโรงพยาบาลยังไม่ได้มีการดำเนินการฟ้องร้องแต่อย่างใด เพียงแต่มีการส่งหนังสือแจ้งให้ทางคุณแม่น้องการ์ตูนทราบถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาน้องการ์ตูน และเป็นหนังสือเชิญมาพูดคุยไกล่เกลี่ยกันเท่านั้น เพราะว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของน้องการ์ตูนจริงๆนั้น อยู่ที่จำนวนกว่า 2 ล้าน 8 แสนบาท ซึ่งตรงส่วนนี้ทางโรงพยาบาลได้มีการแจ้งให้ทางครอบครัวน้องการ์ตูนทราบไปแล้วตั้งแต่ 4 ปีก่อน และโรงพยาบาลได้ให้ส่วนลดค่าห้องและค่ารักษาเป็นกรณีพิเศษแก่น้องการ์ตูน เป็นจำนวนเงินกว่า 3 แสนบาท ประกอบกับทางคุณแม่น้องการ์ตูนได้มีการชำระเงินค่ารักษามาให้แล้วบางส่วน ดังนั้นทำให้ตอนนี้ยังคงเหลือยอดเงินที่ค้างชำระกับทางโรงพยาบาลอีกกว่า 1 ล้าน 9 แสนบาท โดยตลอดระยะเวลาตลอด 4 ปี หลังจากที่น้องการ์ตูนกลับไปพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้รับการติดต่อจากคุณแม่ของน้องการ์ตูนอีกเลย ดังนั้นทางโรงพยาบาลจึงเพียงแค่ทำหนังสือไปแจ้งถึงยอดเงินค่าใช้จ่ายในการรักษาน้องการ์ตูนที่ยังค้างชำระอยู่ และขอให้ครอบครัวของน้องการ์ตูน เข้ามาพูดคุยกับทางโรงพยาบาลบ้างเท่านั้นเอง

นายแพทย์วีระ อิงคภาสกร ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว

นายแพทย์วีระ บอกอีกว่า ตอนนี้ที่สังคมและสื่อโซเชียลมีการวิพากษ์วิจารณ์ ว่าทางโรงพยาบาลไม่เห็นใจครอบครัวของน้องการ์ตูนนั้น อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าทางโรงพยาบาลไม่ได้ใจจืดใจดำ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยดูแลและลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลน้องการ์ตูนมาให้แล้ว 1 ครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นเพียงแค่ส่งจดหมายเชิญให้มาพูดคุยกันเท่านั้น เนื่องจากไม่ได้เจอและพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของค่ารักษาพยาบาลน้องการ์ตูนมานานแล้ว และขอให้สังคมเข้าใจและเห็นใจทั้งสองฝ่ายด้วย รวมถึงขอให้เข้าใจข้อจำกัดของทางโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งต้องมีการลงทุนและมีค่าใช้จ่ายสูง และในวันที่ 28 มิ.ย. นี้ ที่ทั้งสองฝ่ายจะมีการเข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยกันอีกครั้ง แต่ส่วนที่จะมีการลดหย่อนให้เพิ่มอีกหรือไม่นั้น ก็จะขอให้ขึ้นอยู่กับการพูดคุยเจรจากันในวันที่นัดกันไกล่เกลี่ยนี้

น.ส.ศรัญญา ชำนิ แม่ของน้องการ์ตูน

ด้าน คุณศรัญญา ชำนิ คุณแม่ของน้องการ์ตูน เผยว่า กรณีที่ทางโรงพยาบาลชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องส่งหนังสือแจ้งยอดค่าใช้จ่ายคงค้างมาให้ตนทราบนั้น ก็เพราะว่า หลังจากที่น้องการ์ตูนออกจากโรงพยาบาล ก็ขาดการติดต่อกับทางโรงพยาบาลไปเลยนั้น ตัวเองขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะหลังจากที่น้องการ์ตูนออกจากโรงพยาบาล ตัวเองพร้อมกับทนายก็เคยเข้าไปพูดคุยเจรจากับทางโรงพยาบาลมาแล้วถึง 2 ครั้ง ซึ่ง 2 ครั้งนั้น ได้มีการพูดคุยไกล่เกลี่ยกับทางผู้บริหารของโรงพยาบาลแล้ว แต่หลังจากนั้นผ่านมา 2 ปี ก็ยอมรับว่า ไม่ได้เข้าไปพูดคุยเจรจากับทางโรงพยาบาลจริง เนื่องจากตนมองว่าไม่มีค่าใช้จ่ายหรือมีเงินเพียงพอที่จะนำไปชำระหนี้ให้ทางโรงพยาบาลได้ จึงไม่ได้เข้าไปพูดคุยเจรจาด้วย

น.ส.ศรัญญา ชำนิ แม่ของน้องการ์ตูน ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว

ส่วนกรณีที่ทางโรงพยาบาลชี้แจงมาว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลให้กับน้องการ์ตูนเป็นจำนวนเงินกว่า 3 แสนบาทมาแล้วนั้น ตรงนี้ตนก็ยอมรับว่าไม่ทราบมาก่อนเลยจริงๆและกระแสข่าวออกมาว่า ตอนที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับน้องการ์ตูนครั้งแรก ตัวเองได้เปิดรับเงินบริจาคช่วยเหลือน้องการ์ตูนมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ไม่เคยนำเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลเลยนั้น ก็ต้องขอชี้แจงว่า เงินตรงส่วนนั้นตัวเองได้จากทางเพจดัง 2 เพจ ได้มีการจัดแคมเปญรับบริจาคเงินช่วยเหลือน้องการ์ตูนขึ้นมาให้ ซึ่งในครั้งนั้นมียอดเงินบริจาคถึง 1 ล้านบาท แต่สาเหตุที่ไม่ได้นำเงินจำนวนนั้นไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลของน้องการ์ตูนนั้น เพราะเพจดังทั้ง 2 เพจได้แนะนำให้ตัวเองนำเงินที่ได้มาจากการบริจาค ไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ไว้สำหรับดูแลน้องการ์ตูน และนำไปต่อยอดธุรกิจ เพื่อจะได้มีเงินมาดูแลน้องการ์ตูนในระยะยาวต่อไป  แต่หากทางโรงพยาบาลยืนยันว่าได้มีการลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลให้น้องการ์ตูนมาแล้วจริงตนก็น้อมรับตามนั้น และยินดีชำระเงินตามยอดที่ทางโรงพยาบาลแจ้งมา

keyboard_arrow_up