เผยนาทีเข้าถ้ำช่วย 13 คน วางท่อพร่องน้ำออก – ชาวบ้าน ยอมให้ท่วมบ้าน ขอเด็กๆ รอด (คลิป)

จากเหตุการณ์ทีมฟุตบอลเยาวชนและครูฝึกสอน 13 คน พลัดหลงและติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ในวนอุทยานขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อเย็นวันที่ 23 มิ.ย. 61 หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนอยู่ระหว่างการระดมกำลังช่วยเหลือ และจัดทีมค้นหาอย่างเต็มความสามารถ โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการระดมเครื่องสูบน้ำพร้อมวางระบบท่อระบายน้ำออกจากถ้ำ

นายศราวุธ ปิ่นเมือง ครูฝึกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

วันที่ 26 มิ.ย. 61 นายศราวุธ ปิ่นเมือง ครูฝึกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปสังเกตการวางท่อระบบระบายน้ำออกมาจากถ้ำ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเข้าไปในถ้ำเป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นระยะทางเท่ากับจุดที่พบรองเท้าเด็กก่อนหน้านี้ แต่ในส่วนที่ลึกลงไปจากนั้น หน่วยซีลกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ซึ่งหากจะเข้าไป ต้องได้รับการอนุญาตจากทางหน่วยซีลก่อน แต่ขณะนี้หน่วยซีลคาดหวังว่าจะต้องสูบน้ำออกให้ได้จำนวนมากที่สุด เพื่อให้การทำงานสะดวกขึ้น

นายศราวุธ กล่าวต่อว่า ตนลงไปอยู่ภายในถ้ำตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. พบอุปสรรคคือมีฝนตกลงมาตลอดทั้งวัน และน้ำเริ่มซึมเข้าไปภายในถ้ำ จึงทำให้พื้นแฉะและมีโคลน ซึ่งทำได้เพียงวางระบบสายไฟก่อนเท่านั้น

จุดวางท่อระบายน้ำจากหนองน้ำพุลงสู่ห้วยจ้อง

ที่หนองน้ำพุ ซึ่งห่างจากถ้ำหลวงประมาณ 2 กิโลเมตร พบว่าเจ้าหน้าที่นำเครื่องสูบน้ำจำนวน 3 เครื่อง ปล่อยน้ำจากหนองน้ำพุลงในลำห้วยจ้อง ก่อนที่จะลงไปสู่ลำน้ำแม่สาย เพื่อให้หนองพุมีพื้นที่ที่จะรับน้ำจากถ้ำได้ต่อไป

นายวินัย แสงสว่าง ผอ.ส่วนเครื่องจักรกล สำนักงานชลประทานที่ 2

นายวินัย แสงสว่าง ผู้อำนวยการส่วนเครื่องจักรกล สำนักงานชลประทานที่ 2 เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ได้จัดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำภายในหนองน้ำพุ ตามหลักธรณีวิทยา น้ำในถ้ำหลวงสามารถไหลซึมออกจากถ้ำได้ ขณะนี้มีเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 3 เครื่อง ที่จะสูบน้ำลงไปในลำห้วยจ้อง ก่อนที่จะไหลลงสู่ลำน้ำแม่สาย หลังจากนี้ จะมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มอีก 5 เครื่อง เพื่อลดระดับในหนองน้ำพุให้ลดลง โดยหลังจากสูบน้ำตั้งแต่ช่วงเช้า พบว่าระดับน้ำในหนองน้ำพุลดลง 1 เมตร และระดับน้ำภายในถ้ำหลวงลดลง 40 เซนติเมตร ซึ่งชาวบ้านไม่ได้รับผลกระทบต่อการสูบน้ำในครั้งนี้ เพราะสามารถระบายน้ำได้ทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม นายวินัย ระบุว่า ขณะนี้ปัญหาที่พบคือฝนตกลงมาตลอดทั้งวัน แต่ตนจะดำเนินการช่วยเหลือการสูบน้ำอย่างเต็มที่ หวังว่าถ้าฝนไม่ตกลงมาเพิ่มภายใน 1-2 วัน น้ำภายในถ้ำจะแห้งอย่างแน่นอน และสามารถช่วยทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำให้รอดชีวิตออกมาให้ได้

นายมิตร กวางเต้น ชาวบ้านในพื้นที่

นายมิตร กวางเต้น ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง เปิดเผยว่า ตนไม่หวั่นการสูบน้ำจะกระทบเข้ามาที่บ้านเรือนตนเองหรือแปลงเกษตร เพราะเจ้าหน้าที่คงมีการดูแลเป็นอย่างดี นอกจากนี้ นายมิตร บอกว่า ถ้าหากน้ำที่สูบเกิดเข้าแปลงเกษตรของตน ตนก็ยอมเสียสละเพื่อให้เด็ก 13 คนรอดชีวิต

keyboard_arrow_up