ครอบครัวดื่มน้ำปนสารพิษ เด็ก 4 ขวบน้ำลายฟูมปากดับ อีก 4 ชีวิตรอด

ตำรวจ สภ.บรบือ อุดรธานีได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบ บ้านเลขที่ 168  หมู่ 10  บ้านหนองตูบ  ต.หนองโก  อ.บรบือ  จ.มหาสารคาม เพื่อนำน้ำในถังที่คาดว่าจะปนเปื้อนสารพิษไปตรวจสอบ  หลังได้รับแจ้งว่ามีเด็กดื่มน้ำที่ผสมยาพิษไม่ทราบชนิดจนเป็นเหตุให้ ด.ญ.สุภัสสรา  ดาหอม  หรือน้องกระเพรา  อายุ 4 ปี เสียชีวิต

นางสาวนุจรี  ศรีสัง แม่ของน้องกระเพรา

นางสาวนุจรี  ศรีสัง  อายุ 32 ปี แม่ของเด็กที่เสียชีวิต เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ  22 มิ.ย. 61 ช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็น ตัวเอง ลูกชาย ลูกสาว และหลานสาวอีก 2 คน นั่งล้อมวงกันกินส้มตำป่า ขณะกำลังกินส้ำตำที่มีรสชาติเผ็ด  ตัวเองและเด็ก ๆ ก็ดื่มน้ำ ในกระติกที่ใช้ประจำทุกวัน ซึ่งก็สลับกันดื่มน้ำคนละนิดหน่อยแต่ลูกชายไม่กิน ส่วนน้องกระเพราลูกสาวของตนดื่มไปถึง 3 แก้ว หลังจากนั้นไม่นานตัวเองและเด็กก็มีอาการแขนและขาอ่อนแรง ชักเกร็งตาค้าง  น้ำลายฟูมปาก  ตัวเองจึงพยายามรวบรวมกำลังที่มีเรียกให้เพื่อนบ้านมาช่วย เมื่อเพื่อนบ้านได้ยิน  จึงได้พากันมาช่วย  และโทรเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้ มาช่วยนำตัวทั้งหมดส่งโรงพยาบาล

นางสาวนุจรี ร่ำไห้กอดรองเท้าลูก

ด้านนายแพทย์ภาคี ทรัพย์พิพัฒน์  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า ทั้ง 4 คน  มีอาการของการได้รับสารพิษกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต ซึ่งเป็นสารพิษกลุ่มยากำจัดศัตรูพืช มีอาการรูม่านตาขยาย  ชีพจรเต้นเร็ว  มีสารคัดหลั่งมาก  ทั้งเหงื่อ  น้ำมูก  น้ำลาย  รวมทั้งน้ำในปอด  ซึ่งภายหลังจากที่ได้รับยาแก้พิษ  ทั้ง 3 คนมีอาการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนจนอาการพ้นวิกฤต  ยกเว้นแต่น้องกระเพรา  อายุ 4 ขวบ  ซึ่งหัวใจหยุดเต้นตั้งแต่ก่อนมาถึงโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุที่ทำให้น้องกระเพรา เสียชีวิตเกิดจากได้รับสารพิษกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต  ทำลายระบบอวัยวะภายในหลายระบบ  เป็นเหตุให้ปอดและหัวใจหยุดทำงาน

นายแพทย์ภาคี ทรัพย์พิพัฒน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม

ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า ในกระติกน้ำที่ผู้ประสบเหตุดื่มนั้นมีกลิ่นของยาฆ่าแมลง และมีตะกอนนอนก้นสีขาวขุ่น ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มยาฆ่าแมลงเพราะจะมีกลิ่นฉุนแบบหอมเอียนเป็นลักษณะเฉพาะ  โดยตำรวจที่ได้ส่งตัวอย่างทั้งน้ำและส้มตำป่าไปตรวจสอบที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  กระทรวงสาธารณสุข  คาดว่าจะทราบผลอีก 10 วัน

keyboard_arrow_up