เปิดใจหนุ่มสอบราชการ โวยแพ้เด็กเส้น – พม.แจง ตกสัมภาษณ์ โต้รับสินบน (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ตัวเองไปสอบเพื่อเข้าตำแหน่งพนักงานอัตราจ้างของรัฐหน่วยงานหนึ่ง แต่หลังจากประกาศผลสอบกลับทราบว่ามีการปรับคะแนนให้บุคคลบางคนได้ตำแหน่งดังกล่าว จนทำให้รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

โพสต์ที่ระบุเรื่องการปรับคะแนนสอบเข้าหน่วยงาน

วันที่ 24 มิ.ย. 2561 นายกล้อง (นามสมมติ) ผู้โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 61 วันสอบวัดความรู้เพื่อเข้าเป็นพนักงานอัตราจ้าง การสอบครั้งนี้เพื่อสมัครเข้าหน่วยงานรัฐในพื้นที่จังหวัดนครพนม มีคนสอบทั้งสิ้น 43 คน แต่รับเพียง 1 อัตรา

นักข่าวพูดคุยกับนายกล้อง (นามสมมติ) ผู้โพสต์เฟซบุ๊ก

นายกล้อง เล่าว่า วันเกิดเหตุตนไปสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ เมื่อเสร็จสิ้น ตนได้จองตั๋วรถโดยสารเพื่อกลับกรุงเทพฯ ช่วงเวลา 19.30 น. แต่เวลาประมาณ 19.00 น. คนในหน่วยงานเดินมาบอกว่า คณะกรรมการสอบท่านหนึ่งฝากบอกว่า อย่าเพิ่งกลับกรุงเทพฯ เนื่องจาก คะแนนสอบสูงที่สุด แล้วเมื่อประกาศผลสอบ จะต้องมารายงานตัวในวันรุ่งขึ้น จากนั้นตนไปคุยกับคณะกรรมการคนดังกล่าวที่ยืนยันว่า คะแนนตนสูงที่สุด มั่นใจว่าตนจะได้ จึงบอกให้ตนอย่าเพิ่งกลับเพราะเห็นใจว่าต้องเดินทางไป-กลับ

หลังจากนั้น ตนตัดสินใจไม่เดินทางกลับกรุงเทพฯ พร้อมกับขอลางาน ตนมั่นใจในการสอบและความสามารถของตัวเองที่จะสามารถเข้าทำงานในหน่วยงานได้ แต่เมื่อถึงเวลาราว 20.00 น. เว็บไซต์และแฟนเพจขององค์กร ประกาศว่า ชื่อตนอยู่ลำดับที่ 2 หมายความว่า ตนไม่ได้ คณะกรรมการคนดังกล่าวบอกตนว่า งงกับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า เห็นกับตาว่าผลการสอบเป็นอย่างไร จากนั้นตนร่างหนังสือขอดูคะแนนสอบทันที ก่อนที่เช้าวันรุ่งขึ้นจะนำหนังสือไปยื่น แต่ไม่สามารถดูได้ เนื่องจากหัวหน้าใหญ่ของหน่วยงานไม่อยู่ จนกระทั่งเวลา 16.00 น. ตนได้รับการติดต่อว่าสามารถดูคะแนนได้แล้วจึงเดินทางไปทันที

กระดาษคำตอบแสดงผลคะแนนของนายกล้อง

เมื่อไปถึง หัวหน้าคนดังกล่าวได้เรียกเข้าไปพูดคุยว่า ให้ตนเคารพการตัดสินใจของคณะกรรมการสอบ พร้อมบอกว่า เราน่าจะมีโอกาสได้คุยกันก่อน จากนั้นมีการสอบถามประวัติ ตนจึงแจ้งว่า เหตุผลที่อยากมาทำงานที่นี่ เนื่องจากพ่อมีอาการป่วยจึงอยากกลับมาดูแล อีกทั้งได้ทำงานใกล้บ้านแล้วตนก็ทำงานอยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับที่หน่วยงานในกรุงเทพฯ หัวหน้าคนดังกล่าวได้พูดทิ้งท้ายว่า “มันอาจจะยังไม่ใช่เวลาของเราก็ได้ค่ะ” ซึ่งเป็นคำพูดที่ทำให้ตนหน้าชาแต่ตนทำได้เพียงยิ้มหวาน ก่อนที่จะออกไปดูคะแนนสอบ ผลปรากฎว่าคะแนนตนค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับคะแนนของบุคคลอื่น

นายกล้อง มองว่า หากหน่วยงานมีคนในใจที่จะรับอยู่แล้ว จะเปิดสอบคัดเลือกเพื่ออะไร ทั้งที่ตำแหน่งนี้ตามระเบียบสามารถรับสมัครได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก เพราะนอกจากจะเสียความรู้สึกแล้ว ยังเสียทั้งเวลา เสียเงินและเสียงาน แต่ตนไม่คิดร้องเรียนเพิ่มเติม แต่อยากให้ปฏิรูประบบ ยืนยันยังรักและศรัทธาในองค์กร

นางอภิญญา ชมพูมาศ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม

ขณะเดียวกัน นางอภิญญา ชมพูมาศ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม ยอมรับว่า ตามวันเวลาดังกล่าวมีการสอบคัดเลือก นายกล้อง ได้คะแนนข้อเขียนเป็นอันดับหนึ่งจริง แต่เมื่อนำมารวมกับคะแนนสอบสัมภาษณ์แล้วต่ำกว่าคนอื่น จึงไม่ได้รับการประกาศชื่อ ในภายหลังที่ตรวจสอบความถูกต้องของคะแนนข้อเขียน พบว่านายกล้องมีข้อมูลที่ผิดและเมื่อบวกกับคะแนนสอบสัมภาษณ์จึงทำให้นายกล้อง ลำดับคะแนนไปอยู่ที่อันดับ 2

นางอภิญญา ขอยืนยันว่า การสอบครั้งนี้ตนไม่ได้มีโอกาสสอบสัมภาษณ์จึงเคารพคะแนนที่คณะกรรมการให้มา และตนไม่รู้จักผู้เข้าสอบเป็นการส่วนตัวสักคนเดียว แต่เพื่อความโปร่งใส นายสมชาย วิทย์ดำรง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้สั่งการให้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสำหรับเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน และให้ชะลอการทำสัญญาจ้างกับคนที่สอบได้ที่หนึ่งไว้ก่อน หากพบว่าการสอบครั้งนี้มีข้อผิดพลาดหรือไม่โปร่งใสให้ยกเลิกประกาศผลสอบดังกล่าว แล้วเปิดสอบใหม่โดยให้บุคคลภายนอกมาเป็นกรรมการสอบแทน

keyboard_arrow_up