เฮี้ยน! สาวผมแดงถูกหั่นศพเข้าฝันกู้ภัยฯ ชี้จุดฝัง – จับแฟนหนุ่มมือฆ่า ตร.จ่อแถลง (คลิป)

จากกรณีที่ สน.มีนบุรี ได้รับแจ้งเหตุพบศพผู้หญิงถูกฆ่าหั่นศพ แยกชิ้นส่วนกว่า 14 ชิ้น ทั้งส่วนหัว ส่วนลำตัว ใส่กระสอบปุ๋ย 2-3 กระสอบ โยนทิ้งอยู่ในป่าซอยสามวา ตรงข้ามโรงงานที่นอนดาริ่ง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ (อ่าน : ช็อก! ฆ่าหั่นศพสาวนิรนาม ยัดกระเป๋าทิ้งป่าย่านมีนบุรี จนท.เร่งหาชิ้นส่วนร่างกายที่เหลือ)

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณจุดพบชิ้นส่วนศพช่วงบ่าย
ปลอกกระสุน ที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบในที่เกิดเหตุ

วันที่ 23 มิ.ย. 61 ช่วงบ่าย ​เจ้าหน้าที่ตำรวจ​ ตรวจสอบบริเวณจุดทิ้งศพอีกครั้ง โดยนำสุนัขตำรวจ​ ช่วยค้นหาชิ้นส่วนสุดท้าย​คือ​ ท่อนแขนช่วงข้อมือถึงข้อศอก​ขวา​ โดยพบปลอกกระสุน ​1 ​หัว​ และเหรียญ​ 5​ บาท​ จำนวน ​1 ​เหรียญ​ อยู่บริเวณริมถนน​ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ​ 200​ เมตร​ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำไปตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่​

พล.ต.ต.สมพงษ์​ ชิงดวง​ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล​

พล.ต.ต.สมพงษ์​ ชิงดวง​ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล​ พร้อมด้วยพล.ต.ต.​สมนึก​ น้อยคง​ ผู้บังคับการกองกำกับการตำรวจนครบาล​ 3​ และพ.ต.อ.พรเทพ​ สูติปัญญา​ ผู้กำกับสน.มีนบุรี​ ลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุ​ พล.ต.ต.สมพงษ์ ​เผยว่า ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าเป็นศพของใค​ร​ ทั้งนี้ ยังไม่พบรถต้องสงสัย​แต่ได้มีการสั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามรายทางที่คาดว่าคนร้ายนำศพมาทิ้ง​ แต่จากการสอบถามแพทย์​ที่ชันสูตร​ คาดว่าคนร้ายน่าจะมีความชำนาญในการชำแหละศพ​ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็น​ใดทิ้ง​ อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์​  ชัยจินดา​ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ​ได้กำชับให้ตำรวจคลี่คลายคดีโดยเร็ว​

นางสุกันต์​ โชคชัย​ ชาวบ้านในพื้นที่

ทีมข่าวลงพื้นที่ไปสอบถามชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงจุดพบชิ้นส่วนศพ​ นางสุกันต์​ โชคชัย​ ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า​ ตนเองทำงานอยู่ที่บริษัทที่ห่างจากจุดเกิดเหตุ​ เพียงไม่กี่สิบเมตร​ เพิ่งทราบข่าวว่ามีการพบชิ้นส่วนศพผู้หญิงหลังจากเดินทางมาทำงานช่วงเช้าที่ผ่านมา​ โดยมีเพื่อนร่วมงานเล่าให้ฟัง​ ซึ่งตนเอง​​เพิ่งได้กลิ่นเหม็นเน่าเมื่อวานนี้​ตอนขับรถผ่าน​  แต่คิดว่าเป็นเพียงสุนัขตาย​ ไม่คาดคิดว่าจะเป็นศพ​มนุษย์​ เพราะก่อนหน้านี้ไม่เห็นความผิดปกติ​  และไม่มีข่าวคราวเรื่องคนหาย​ ปกติถนนเส้นนี้กลางคืนจะเปลี่ยว​ มีไฟแต่สว่าง และมีรถสัญจรน้อย​ ประมาณ 2 ทุ่ม ชาวบ้านก็ปิดบ้านกันหมดแล้ว​ ส่วนตัวรู้สึกหวาดกลัวมาก​ เพราะตั้งแต่อยู่อาศัยในพื้นที่นี้มาเกือบ ​30 ​ปี​ ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม​มาก่อน​  นอกจากนี้ คนร้ายยังฆ่าหั่นศพ​ ถือเป็นพฤติกรรมที่โหดเหี้ยม​

อำนาจ​  อ่อนชู​  วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

ขณะที่ นายอำนาจ​  อ่อนชู​  วินมอเตอร์ไซค​์รับจ้าง​ เล่าว่า ตนขับรถส่งผู้โดยสาร​ผ่าน​ไปมา​ก็ได้กลิ่นมาประมาณ 3 ​วัน​แล้ว ​โดยกลิ่นค่อย ๆ รุนแรงขึ้น​ แต่คิดว่าเป็นกลิ่นซากสัตว์ที่ตะกวดลากมากิน​ เพราะปกติพื้นที่ตรงนี้เป็นป่ารกหญ้าขึ้นสูงท่วมหัว​ มีตะกวดและงูจำนวนมาก​ ทั้งนี้ ไม่แน่ใจว่าคนร้ายเป็นคนในหรือนอกพื้นที่​ แต่ตั้งข้อสังเกตุว่าจุดเกิดเหตุเป็นจุดบอด​ที่ไม่มีกล้องวงจรปิด​ ซึ่งคนในพื้นที่เท่านั้นที่รู้ อย่างไรก็ตาม จากลักษณะศพที่ตนเห็น​ เชื่อว่าคนร้ายใจเย็นมาก เพราะมีเวลาในการชำแหละศพ

สุมาลี ศรีนาค ชาวบ้านในชุมชนที่เกิดเหตุ

นางสุมาลี ศรีนาค ชาวบ้านฝั่งตรงข้าม เยื้องกับจุดเกิดเหตุราว 30 เมตร เปิดเผยว่า ตนสังเกตุเห็นสิ่งปกติราว 4 คืนก่อน หมาที่บ้านตนเห่าผิดปกติ ซึ่งทั่วไปหมาตนจะเห่าเฉพาะเวลามีคนเดินผ่าน หรือมีคนมาที่บ้านเท่านั้น ขณะหมาเห่า ตนจึงออกมาดูที่หน้าบ้าน เวลาประมาณเที่ยงคืน ตนเห็นรถยนต์คันหนึ่งขับออกจากจุดที่พบศพ ก่อนที่จะกลับรถและขับย้อนกลับออกไปทางปากซอยอย่างรวดเร็ว เนื่องจากซอยเป็นซอยตัน ต้องออกทางปากซอยเท่านั้น จะมีทางออกอีกทางก็เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล มีประตูปิดกั้น บุคคลทั่วไปไม่สามารถผ่านได้ เท่าที่ตนจำได้คือ รถคันดังกล่าวเป็นรถยนต์เก๋งสีเทา ส่วนตัวไม่แน่ใจว่าใช่รถคนร้ายหรือไม่ แต่ผิดสังเกตเพราะหมาเห่าอย่างหนัก

ขณะนั้น ยืนยันว่าไม่มีใครเดินผ่านหน้าบ้าน ประกอบกับช่วงเวลากลางคืน ถนนย่านนี้จะเปลี่ยว รถสัญจรก็ไม่มาก และที่ผ่านมา 3-4 วัน ตนออกจากบ้านไปทำงานช่วง 03.00 น. ของทุกวัน ตนสังเกตว่าหมาจะหอนตลอด พอหมาบ้านตนหอน หมาที่อยู่ในซอยก็จะหอนรับทันที ส่วนตัวยังสงสัยว่าหมามันหอนอะไร ไม่คิดว่าจะมีร่างมนุษย์อยู่แถวนี้ ทั้งนี้ช่วงที่ผ่านมา ตนสัมผัสได้ถึงกลิ่นเน่าเหม็นบ้าง จนเมื่อวานนี้ (22 มิ.ย. 61) กลิ่นจะค่อนข้างรุนแรงคล้ายตัวอะไรตาย ตนอยู่ที่นี่มากว่า 20 ปี ไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์แบบนี้ ส่วนตัวไม่ทราบว่าใครก่อเหตุ แต่คิดว่าน่าจะไม่ใช่คนในพื้นที่ ยอมรับว่าตนรู้สึกกลัว วันนี้จึงตัดสินใจเดินทางไปนอนบ้านลูกชาย เพราะกลัวว่าช่วงเช้าหมาจะหอนอีก โดยจะรออีก 7 วัน จึงจะกลับมานอนที่บ้านตามเดิม

กู้ภัยร่มไทร ลงพื้นที่ค้นหาชิ้นส่วนร่างผู้ตาย

จากนั้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่มไทร ลงพื้นที่ค้นหาชิ้นส่วนร่างกายของผู้ตายอีกครั้ง โดยจุดนี้อยู่ฝั่งตรงข้ามกับจุดพบศพ เป็นป่าหญ้า มีต้นกล้วยปลูกไว้แสดงอาณาเขตที่ดิน เจ้าหนาที่นำกำลังลงค้นหาชิ้นส่วนท่อนแขนขวาที่ยังหาไม่พบ

นายจตุรฉัตร เหล็กศรี อาสากู้ภัยร่มไทร

ทีมข่าวได้พูดคุยกับนายจตุรฉัตร เหล็กศรี อาสากู้ภัย เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่ค้นหาแล้วรอบหนึ่ง จากนั้นตนได้กลับไปบ้านพัก โดยนอนไปเพียง 2 ชั่วโมง ซึ่งตนฝันลักษณะว่าตนเห็นจุดเกิดเหตุมีผ้าคลุมศพอยู่ ฝั่งตรงข้ามเป็นศาลารอรถโดยสาร พร้อมทั้งเห็นว่าบริเวณศาลา มีท่อนแขนส่วนที่หายไปอยู่ โดยถูกวัตถุทับไว้ โดยจุดที่ค้นหาเป็นจุดที่เคยมีศาลารอรถโดยสารอยู่ แต่ปัจจุบันเหลือเพียงตอไม้เท่านั้น ทำให้ตนคิดว่าท่อนแขนที่หายไป อาจอยู่จุดนี้ ตนจึงเล่าให้กลุ่มเพื่อกู้ภัยฟัง ซึ่งก็มีข้อมูลจากประชาชนแจ้งเข้ามาลักษณะคล้ายกัน จึงตัดสินใจรวมตัวนำกำลังลงค้นหาอีกครั้ง ยอมรับว่าตนยังคงคาใจ หวังว่าจะต้องหาชิ้นส่วนที่หายไปให้พบให้ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สรุปว่าจะใช้เวลานานเท่าใดในการค้นหาจุดนี้

เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ยุติการค้นหา

เวลา 22.00น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ยุติการค้นหา เนื่องจากใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง ในการค้นหาเพิ่มเติม แต่ก็ยังไม่พบชิ้นส่วนร่างกายที่เหลือ ทั้งนี้ทีมข่าวติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวมรวมพยานหลักฐาน และได้ตรวจสอบข้อมูลคนตายจากลายนิ้วมือ ทราบชื่อแล้ว เป็นหญิงจังหวัดร้อยเอ็ด และได้ประสานญาติเดินทางมาที่ สน.แล้ว

เจ้าหน้าที่คุมตัวชายต้องสงสัย

เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า มีการควบคุมตัวแฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต ซึ่งคาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุไว้สอบปากคำแล้ว และวันพรุ่งนี้ (24 มิ.ย. 61) จะมีแถลงข่าวที่ สน.มีนบุรี ในช่วง 15.00 น.

เฟซบุ๊กที่คาดว่าเป็นแฟนของผู้ตาย โพสต์ถึงข่าวฆ่าหั่นศพ

นอกจากนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นเฟซบุ๊กของผู้ก่อเหตุฆาตกรรม ได้มีการแชร์ข่าวการฆ่าหั่นศพดังกล่าว เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเจ้าตัวจะถูกจับกุมตัวได้ โดยมีความระบุข้อความว่า “ใจคนสมัยนี้ทำด้วยไรว๊าา เดวยิงกัน เดวฆ่ากัน หั่นคนหยั่งกะหั่นหมู หั่นวัว” โดยลักษณะคล้ายว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ก่อเหตุ

กระเป๋าและถุงกระสอบจากกล้องวงจรปิด ตรงกับที่พบในจุดเกิดเหตุ

ล่าสุด ทีมข่าวได้ภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกภาพวันที่ 12 มิ.ย. 61 เวลา 18.44 น. ขณะชายหญิงคู่หนึ่ง กำลังเดินเข้าภายในห้องพัก ต่อมาวันที่ 14 มิ.ย. 61 เวลา 04.24 น. ชายรายเดิมเดินออกจากห้องพัก สะพายเป้ที่หลัง พร้อมลากถุงกระสอบสีเขียว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า กระเป๋าสะพายหลังและถุงกระสอบสีเขียวดังกล่าว คล้ายกับหลักฐานในจุดเกิดเหตุที่พบชิ้นส่วนศพ

keyboard_arrow_up