โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง!! ฟังนโยบาย 7 ขุนพล 1 เดือนหลังจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อบรรยากาศการหาเสียงเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย จึงไม่แปลกที่พรรคการเมืองไม่ว่าเล็กหรือใหม่ ต่างงัดทั้งนโยบายและกลยุทธมากมายออกมาใช้ จนบนครั้งก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะมีทั้งเงื่อนไขและตัวแปรจำนวนมาก ที่ทำให้ยากจะหาข้อสรุปในการเลือกตั้งครั้งนี้ และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิ์แบบเราๆ ท่านๆ ที่ต่างก็มีความคาดหวังในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยกันทั้งสิ้น

และเพื่อเป็นการช่วยให้ภาพรวมทางนโยบายต่างๆ ในขณะนี้ Amarin TV ขอพามาร่วมฟังแนวคิด วิธีการ และแนวทางการดำเนินการทางการเมืองของพรรคตัวเต็งในรายการต่างคนต่างคิดเลือกตั้ง

ชัยเกษม นิติสิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวกับพิธีกรรายการว่า…

“…ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมนโยบายเอาไว้หลายเรื่อง ก็มีทั้งระยะสั้น ระยะยาว แต่ต้องเรียนว่าระยะสั้นของเรานี่ 6 เดือนนะครับ เพราะฉะนั้นใน 1 เดือนของเราคือเริ่มทำทุกเรื่องไปพร้อมๆ กัน แต่ถ้าจะให้สำเร็จเป็นผลเนี่ย ภายในหนึ่งเดือนผมต้องเรียนว่า มันไม่มีนโยบายอะไรที่จะทำได้รวดเร็วขนาดนั้น เพราะเราต้องรอบคอบ ต้องดูเรื่องงบประมาณ ต้องดูผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าเราจะได้ดุมาในระดับหนึ่งแล้ว ผมยังต้องการความมั่นใจ ความรอบคอบ และความสำเร็จ มากกว่าจะรับปากแล้วออกมาทำได้ไม่…”

“…ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนั้น เพราะทุกอย่างไม่ใช่ว่าประกาศออกมาแล้ว มันจะสามารถทำได้ด้วยรัฐบาล หรือ ครม เพียงอย่างเดียว คิดว่า 1 เดือนพอมาเป็นรัฐบาล กว่าจะประชุม ครม ก็หมดไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว เหลืออีกสามสัปดาห์ ในสามสัปดาห์นี้คุณจะให้เขาทำอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จเนี่ย มันอาจจะได้ แต่มันออกมาแล้วมันชุ่ย มันห่วย ผมคงไม่ทำหรอกครับ…”

“…ค่าแรงขั้นต่ำสามารถทำได้ทันทีมั้ย ตามกฎหมายที่เป็นอยู่เนี่ยมีกรรมการหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง เราก็ต้องเรียกมาประชุมมาคุย ไม่ใช่รัฐบาลฝ่ายเดียวประกาศแล้วจะทำได้ แม้จะมีนโยบายแต่นั่นคือเป้าหมายเท่านั้นเอง ว่าเราต้องการไปถึงเป้าหมายจำนวนเท่าไหร่ ไม่สามารถได้ในทันที…”

“…เรื่องหวยบำเหน็จก็เหมือนกันครับ เราต้องไปดูหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งต้องไปดูรายละเอียดว่าจะดำเนินการกันอย่างไร เวลานี้เรารู้แต่หลักการ แต่รายละเอียดเราต้องคุยกับคนที่เกี่ยวข้องก่อน ถ้าเราสำเร็จพวกนี้ในหนึ่งเดือน ก็ยังไม่สามารถทำได้ ไม่มีทางพิมพ์หวยออกมาได้ในหนึ่งเดือนหรอกครับ…”

“…ฉะนั้นใน 1 เดือน ถ้าเราจะหาอะไรเป็นรูปธรรม ไม่อยากจะรับปากครับ แต่ทุกนโยบายสามารถเริ่มได้ใน 1 เดือน…”

“…ในเวลานี้นะ เราตั้งเป้าไว้ที่ 6 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นราคาผลิตผลการเกษตร เราขอเวลา 6 เดือน หวยบำเหน็จถ้าไม่ต้องแก้อะไรมากก็ไม่เกิน 6 เดือน เพราะเป็นเพียงแค่หน่วยงานภายใน แต่ถ้าต้องการการแก้กฎหมายเพิ่มเติมก้อาจต้องใช้เวลามากกว่า เพราะฉะนั้นถ้าจะเห็นอะไรเป็นรูปเป็นร่าง ภายใน 6 เดือนได้เห็นหมดครับ…”

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้กล่าวกับพิธีกรรายการว่า…

“…สิ่งแรกที่ผมอยากจะทำคือต้องเข้าใจก่อนว่า ปัญหาความเดือนร้อนของพี่น้องเกษตรกรตอนนี้เยอะมาก สิ่งที่ผมอยากจะทำก็คือ อยากตั้งทีมขึ้นมาดูแลพืชผลเกษตรหลักทางเศรษฐกิจ 5-6 ตัว ว่าแต่ละตัวจะต้องมีการเยียวยา การช่วยเหลือประชาชนอย่างไร ที่จะไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนไปมากกว่านี้ในระยะสั้น…”

“…สิ่งที่จะทำทันทีหลังจากนี้คือการตั้งทีมมาทำนโยบายที่พวกเราพูดไว้ให้เป็นจริง นั่นคือการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ อุสาหกรรมที่ทำให้เกิดการจ้างงานในประเทศไทย อย่างเช่นทีมศึกษาเรื่องการทำรถเมล์ไฟฟ้า การทำรถไฟ การทำเครื่องจักรรกล โรงงานแปรรูปเกษตรสมัยใหม่ ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยได้…”

“…ผมอยากเห็นการตั้งทีมที่รวมทุกกระทรวงเข้ามาร่วมกันคิด ตั้งแต่กระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์ เข้ามาร่วมกันคิด การตั้งทีมต่างๆ เหล่านี้ จะเริ่มทำทันทีภายใน 30 วันแรก อันนี้ทำได้…”

“…นอกจากนี้ผมต้องเรียนว่า สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านี้ คือต้องบอกว่างบประมาณของบัญชีปีนี้มันวางไว้แล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือการวางงบประมาณแผ่นปีหน้า ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่เข้าไป มีเวลา 3-4 เดือน ที่จะออกแบบงบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายของตัวเอง อย่างพรรคอนาคตใหม่ได้พูดเอาไว้ชัดเจน ว่าเราต้องการโยกงบการลงทุน จากกระทรวงอื่น ไปใส่ไว้ในกระทรวงศึกษาธิการให้มากขึ้น เพื่อจะยกระดับโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รวมถึงดรงเรียนอาชีวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็ก ให้มีเครื่องไม้เครือ่งมือ อุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัยที่ตอบโจทย์กับโลกใบใหม่มากขึ้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้จำเป็นจะต้องเริ่มศึกษาตั้งแต่เข้าไป เพราะปีงบประมาณปีนี้มันวางไว้หมดแล้ว แต่เราเหลืออีก 3-4 เดือน ที่จะเตรียมงบประมาณของปีหน้า ซึ่งจะต้องเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้…”

“…นอกจากนี้ยังต้องทำแผนเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานราชการ สำหรับปีบัญชีปีหน้า พรรคอนาคตใหม่ตั้งเป้าไว้เพื่อหาเงินมาสนับสนุนการทำรัฐสวัสดิการ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของพรรค หนึ่งในนั้นคือการเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยงานรัฐ เราตั้งเป้าจะลด 3 เปอร์เซ็นต์ของงบประจำ ซึ่งผมมองว่าอยู่ในวิสัยที่ทำได้ ก็ต้องเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อให้เราเสนออยู่ในงบประมาณแผ่นดินก่อนเดือนกันยายนได้ทัน…”

“…อย่างที่บอกคือจะตั้งทีมศึกษาทันที เพื่อจะทำให้ระบบราชการไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลีนมากขึ้น และตอบสนองกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้มากขึ้น เพราะมันสะท้อนในปีงบประมาณนี้ไม่ได้ เพราะเราไม่ได้เป็นคนทำ…”

นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ได้กล่าวกับพิธีกรรายการว่า…

“…แนวทางหลักคือการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน จริงๆ เราก็ทำตั้งแต่ต้น ไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐบาล หรือยังไม่เลือกตั้งเราก็ทำอยู่แล้ว เพียงแค่หลังเลือกตั้ง แล้วถ้าเป็นรัฐบาล แนวทางที่เราจะต้องทำมันก็มีหลายๆ เรื่องที่จำเป็นต้องทำในฐานะนั้น ก็ต้องดำเนินการ เช่น กรณีที่อยากจะให้รัฐบาลนั้นแก้ไขความทุกข์ร้อนให้กับประชาชนเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องคุยกันทั้งหมด แล้วนโยบายทุกนโยบายต้องมารวมกัน ดูกัน อันแก้ไขความเดือนร้อนประชาชนได้ ต้องบูรณาการร่วมกัน…”

“…ประการที่สอง นโยบายของพรรคโดยตรง เช่นต้องการกองทุนปลูกไม้โตเร็วเพื่อเกษตรกรรายย่อยจำนวน 1 ล้านครอบครัว ในพื้นที่ 20 ล้านไร่ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เดือนละ 6,000 บาท อย่างน้อย 15 ปี ซึ่งแก้ไขปัญหาหนี้สิน แก้ปัญหารายได้ แก้ไขปัญหาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน รวมทั้งยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 ด้วย…”

“…ดังนั้นเรื่องกองทุนเนี่ย ต้องผ่านการพิจารณาทางกฎหมายก่อน ต้องออกเป็น พ.ร.บ. ฉะนั้นใน 1 เดือนแรก เรายื่นทันที เพราะร่างพ.ร.บ. เราเตรียมไว้ก่อน พอมีการเปิดสภา เราก็จะยื่นเข้าสู่สภา และขอให้ ครม. พิจารณาเพื่อยื่นกฎหมายมาประกบด้วย สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องทำทันที…”

“…เรื่องอื่นที่เราเห็นความสำคัญ คือนโยบายการศึกษา เราจะผลักดันในฐานะรัฐบาล หรือในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนฯ ก็สุดแล้วแต่ ในเรื่องนโยบายการกำหนดหลักสูตร จำต้องเปลี่ยนสักที หลักสูตรการเรียนการสอนที่สร้างให้เด็ก หลักสูกที่ทำให้นักเรียน นักศึกษามีแต่ความทุกข์ มีแต่ความเคร่งเครียด เรียนแบบไม่สนุก จนมีความซึมเศร้า และเกิดปัญหาการฆ่าตัวตาย สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขด้วยหลักการ 80:20 โดยให้มีหลักฐาน 20 เปอร์เซ็นที่ต้องบรรจุเข้าไป เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนให้นักศึกษามีเวลาในการศึกษาเรื่องทัศนคติในการใช้ชีวิตอย่างมีความทุกข์น้อย เข้าใจในกลไก น้อมนำคำสอนพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติในฐานะพระบรมครู สิ่งเหล่านี้เราจะดำเนินการทันที…”

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้กล่าวกับพิธีกรรายการว่า…

“…ผมดูสองด้าน นโยบายที่พูดมาตลอดคือหาเงินเข้าประเทศ ส่วนหาเงินเข้าประเทศได้แล้ว เราจะมาให้ความสุขกับคนไทย ถามว่าภายในหนึ่งเดือนจะทำอะไร ผมต้องตอบชัดๆ ก่อนว่า ข้อแรกผมต้องขอดูกฎหมายและพ.ร.บ. พ.ร.ก. หรือแม้แต่มติ ครม. ถ้าอะไรที่เราทำภายใต้มติ ครม. ได้ เราทำให้…”

“…กลับมาที่ทำได้ทันทีใน 1 เดือน เราคำนึงถึงในเรื่องปากท้อง เรื่องความทุกข์ การไม่มีเงิน เรื่องความเป็นอยู่ของประชาชน อันนี้เป็นปัญหาเร่งด่วน…”

“…ทีนี้กลับมาดูว่าเราจะทำได้อย่างไร ปัญหาที่ได้ยินมาตลอดคือ คนไม่มีเงิน ไม่เงินก็ต้องหาเงินเติมเข้าไปในกระเป๋า ถ้าถามผม เนื่องจากกรอบงบประมาณแผ่นดิน เงินที่กระทรวงการคลังมีให้ วินัยการเงินการคลัง ผมมองว่ามันก็มีสามตัวที่เรามีอยู่ คือเรื่องลดค่าน้ำมัน ลดค่าไฟฟ้า และเบี้ยผู้สูงอายุ แต่ในด้านนั้นคือการให้ความสุข แต่ย้ำว่าอยู่ในระเบียบวินัยการเงินการคลัง…”

“…พอมาอีกด้านเราก็มองกว่า การเงินบางอย่างมันรั่วไหล เราปฏิเสธไม่ได้ เราเคยพุดเรื่องที่มีทัวร์เข้ามา แต่เราไม่ได้เงิน หรือว่าการค้าออนไลน์ งานนี้อาชีพสงวนของคนไทยต้องมา ไม่ว่าจะเป็นมัคคุเทศก์ ไกด์นำเที่ยว หรือการค้าออนไลน์ นี่คือเรื่องสำคัญ…”

“…ความต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินฝากเงินกู้ วันนี้ถ้าสังเกตดีจะต่างกัน 6-7-10 เปอร์เซ็นต์ แต่ผมบอกเลยว่าผมจะไม่ให้เกิน 3 เปอร์เซ็นต์ ถามว่ามีกลไกบังคับมั้ย ขอตอบเลยว่ามี และทำได้จริง…”

นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา ได้กล่าวกับพิธีกรรายการว่า…

“…สิ่งที่ต้องทำ ทุกพรรคประสบปัญหาเหมือนกันตอนเป็นรัฐบาลคือ จะทำอะไรก็แล้วแต่ มันต้องขับเคลื่อนด้วยกฎหมาย เป็นอะไรที่ยุ่งยาก และประเทศไทยเรามีกฎหมายที่ซ้ำซ้อนล้าหลังเยอะมาก แต่สิ่งที่พรรคชาติไทยพัฒนาจะทำเบื้องต้น คือเราจะทำดาต้าเบทก่อน โดยเฉพาะดาต้าเบทของเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เรามีในประเทศไทย เพราะปัญหาเศรษฐกิจที่เรามองมันเริ่มมาจากภาคการเกษตร ถ้าพี่น้องเกษตรกรอยู่ดีกินดีขึ้นมา ทุกอย่างจะไล่เป็นระดับขึ้นมา…”

“…ดังนั้นหัวใจที่เราอยากให้กับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศคือองค์ความรู้ในประเทศ ไม่ต้องไปหาซื้อใหม่ ไม่ต้องซื้อเทคโนโลยีจากใครมา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่สำคัญคือปราชญ์ชาวบ้านที่เรามีทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านการทำนา การปลูกผัก ปลูกพืชทั้งหลาย องค์ความรู้เหล่านี้เราต้องขึ้นบัญชีเสียก่อน เพื่อจะได้นำความรู้เหล่านี้ไปมอบให้เกษตรกร เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิต…”

“…ปัญหาระยะยาวอีกอันหนึ่งคือเรื่องการศึกษา เราจะเริ่มจัดตั้งสภาพัฒนาการศึกษาแห่งชาติให้เกิดขึ้น โดยอยู่ภายใต้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยสภานี้จะต้องกำเนิดเกิดมาจากประชาชนทุกสาขาอาชีพ เพื่อช่วยกันเวลาแผนการศึกษาระยะยาว โดยที่แผนนี้จะต้องอยู่เหนือกระทรวงศึกษาธิการ และนี่จะเป็นอิฐก้อนแรกที่ช่วยพัฒนาประเทศไทยในอีก 20 ปีจากนี้ไป เราไม่ได้มองแค่ 3-5 ปีจากนี้ แต่เราจะเริ่มตั้งแต่ 1 เดือนหลังเหลือตั้ง…”

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ได้กล่าวกับพิธีกรรายการว่า…

“…หนึ่งเดือนหลังจากเลือกตั้ง ผมมองว่าต้องช่วยคนจนก่อน ต้องช่วยคนชนบทก่อน ก็คือรัฐบาลจะทำเรื่องเศรษฐกิจรากหญ้าก่อน เพราะประชาชนในชนบทเดือดร้อนกันมากๆ โดยเฉพาะภาคเกษตรกร ผู้ประกอบการในชนบทนั้นเงียบจริงๆ มีแต่คนขาย ไม่มีคนซื้อ ฉะนั้นในหนึ่งเดือนรัฐบาลจะต้องระดมสรรพกำลังแก้ปัญหาเศรษฐกิจรากหญ้า กระทรวงเกษตรรีบไปเลย พี่น้องเกษตรกรเรื่องปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ เรื่องน้ำ รีบเข้าไปจัดการ กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งเรื่องส่งออก เรื่องสินค้าการเกษตรต่างๆ กระทรวงท่องเที่ยว รีบเอานักท่องเที่ยวไปชนบท เพื่อไปกระตุ้นเศรษฐกิจชนบท กระทรวงอุตสาหกรรม เข้าไปดูเรื่อง SME ผู้ประการ เพื่อช่วยให้เขาเข้มแข็ง แล้วเอาอุตสาหกรรมไปยกระดับสินค้าเกษตร อย่างกรณียางพารา 4 ล้านตัน ตอนนี้มีการใช้ในอุตสาหกรรมแค่ 5 แสนตัน อันนี้กระทรวงคมนาคมเข้าไปดู เอามาทำถนน เพื่อยกระดับยาง กระทรวงพลังงานตอนนี้ทำได้เลย ราคาน้ำมันปาล์มตอนนี้ตกต่ำ มีล้นตลาดอยู่ 7 แสนตัน…”

“…กระทรวงทรัพย์ฯ กระทรวงมหาดไทย ลงไปดูเรื่องที่ทำกินให้กับพี่น้องประชาชน นี่คือการทำงานเชิงบูรณาการที่สามารถทำได้ในเชิงนโยบาย ซึ่งเริ่มทำได้ใน 1 เดือน และภายใน 3 เดือนประชาชนสามารถเห็นผลสำเร็จ…”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวกับพิธีกรรายการว่า…

“…นโยบายทุกเรื่องต้องมีการเริ่มต้นทันที ต้องมีแผนในการแก้กฎหมาย และในเรื่องการจัดงบประมาณปีต่อไป เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของพรรค แต่สิ่งสำคัญเร่งด่วนที่ต้องทำคือปัญหาปากท้อง เราวางไว้แล้วว่าคนสามกลุ่มที่ต้องช่วยเหลือทันที…”

“…กลุ่มแรกคือเกษตรกร ปชป. มีนโยบายประกันรายได้ และการช่วยเหลือในเรื่องการผลิต ตรงนี้เราสามารถปรับงบประมาณที่มีอยู่ของรัฐบาลปัจจุบันที่เตรียมไว้สำหรับพืชผลการเกษตร มาทำตามแนวของเรา และเรามีข้อมูลจากการเคยทำแนวทางนี้แล้ว ฉะนั้นการประกันราคาสามารถทำได้ทันที…”

“…ยางพาราปูทางไปสู่การประกันรายได้ แต่จะทำได้ทันทีคือการนำมาใช่ในโครงการของรัฐ โดยเฉพาะถนนหนทางซึ่งเราศึกษาเอาไว้แล้ว เช่นเดียวกับปาล์มน้ำมันที่นำมาทำเรื่องของพลังงานได้เช่นกัน…”

“…ในส่วนของแรงงาน เนื่องจาก ปชป ไม่ได้ไปผูกกับค่าแรงขั้นต่ำ แต่จะทำระบบประกันรายได้แรงงาน ฐานข้อมูลจะต้องทำทันที เพื่อช่วยให้ทุกคนมีรายได้ 10000 บาทต่อเดือน…”

“…กลุ่มที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตอนนี้ เศรษฐกิจไม่หมุนเวียนเพราะรัฐบาลปัจจุบันบังคับว่าเงินที่เขาได้ไปนั้นต้องไปรูดบัตร ปชป จะปลดข้อจำกัดนี้ทันที ให้เงินก้อนนี้หมุนไปสู้ตลาดสด ตลาดนัด ร้านข้าวแกง ร้านค้าชมชน รวมถึงการรวบสิทธิ์ต่างๆ ดูงบประมาณว่าจะเพิ่มไปเป็นเงินก้อน แทนที่จะจุกจิกว่าเงินส่วนนี้จะต้องเป้นแค่ค่าน้ำค่าไฟ…”

“…ส่วนนโยบายที่เราประกาศไว้ในระยะยาว ก็ต้องเริ่มจากการทำนโยบายให้สอดคล้องกับนโยบายของเรา รวมถึงมีแผนนิติบัญญัติที่ชัดเจนว่า กฎหมายที่แก้ จะยกเลิก รวมถึงประกาศของ คสช. ที่เปลี่ยนแปลงระบบบางเรื่องแม้กระทั่งเรื่องการศึกษา ที่กำหนดให้กระทรวงมหาดไทยเข้า ซึ่งสามารถดำเนินการได้รวดเร็ว เพราะเป็นการยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ…”

 

keyboard_arrow_up