“ธนาธร” แบไต๋พรรคได้ ส.ส. อันดับ 2 ตั้งรัฐบาลได้ เพราะ ส.ว. ช่วยหนุน วันหน้าจะมีบางพรรคถูกยุบ และงูเห่าย้ายข้าง (คลิป)

รายการต่างคนต่างคิด  เลือกตั้ง 62  ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 วันที่ 21 มี.ค. 62 ในการดีเบตโค้งสุดท้ายของตัวแทน 7 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคอนาคตใหม่, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคเศรษฐกิจใหม่ ,พรรคชาติพัฒนา และพรรคชาติไทยพัฒนา กับคำถามว่า ส.ว. แต่งตั้งจำนวน 250 คน ที่มีสิทธิ์เลือกนายกรัฐมนตรี จะลงคะแนนเลือกนายกฯ สวนทางกับเสียงส่วนมาก ส.ส. หรือไม่ ? นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษา และแคนดิเดตนายกฯ พรรคชาติพัฒนา กล่าวในรายการต่างคนต่างคิด เลือกตั้ง 2562 ว่า หลังการเลือกตั้งจะมีฉากใหญ่เกิดขึ้น 3 ฉาก ฉากแรกคือการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ฉากสองคือการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่ ส.ว. มีส่วนร่วมโหวต และฉากที่สามคือการจัดตั้งรัฐบาล นายสุวัจน์กล่าวต่อโดยยกตัวอย่างว่า หากฉากที่สอง ส.ว. 250 คน ลงคะแนนให้นาย […]

‘ประชาชนปฏิรูป’ ย้ำจุดยืน หนุน ‘พล.อ.ประยุทธ์’ เป็นนายกฯ

รายการต่างคนต่างคิด  เลือกตั้ง 62  ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 วันนี้ (21 มี.ค.) ในการดีเบตโค้งสุดท้ายของตัวแทน 7 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคอนาคตใหม่, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคเศรษฐกิจใหม่ ,พรรคชาติพัฒนา และพรรคชาติไทยพัฒนา กับคำถามว่า ‘หากต้องจับมือกับพรรคอื่นเพื่อจัดตั้งรัฐบาล พรรคใดที่พร้อมจะร่วมมือด้วย และพรรคใดที่จะไม่ร่วมมือด้วย?’ นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า จุดยืนที่ชัดเจนเสมอมาของพรรคประชาชนปฏิรูปคือการสนับสนุนพลเอกประยุทธ จันทรโอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

‘เศรษฐกิจใหม่’ พร้อมจับมือฝ่ายประชาธิปไตย ที่ไม่ทุจริต

รายการต่างคนต่างคิด  เลือกตั้ง 62  ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 วันนี้ (21 มี.ค.) ในการดีเบตโค้งสุดท้ายของตัวแทน 7 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคอนาคตใหม่, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคเศรษฐกิจใหม่ ,พรรคชาติพัฒนา และพรรคชาติไทยพัฒนา กับคำถามว่า ‘หากต้องจับมือกับพรรคอื่นเพื่อจัดตั้งรัฐบาล พรรคใดที่พร้อมจะร่วมมือด้วย และพรรคใดที่จะไม่ร่วมมือด้วย?’ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเศรษฐกิจใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่าแบ่งเป็นฝ่ายประชาธิปไตย และฝ่ายที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของคสช. โดยพรรคเศรษฐกิจใหม่ ยึดเอาความสุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า 5 ปีที่ผ่านมาภายใต้รัฐบาลคสช. ประชาชนไม่มีเงินในกระเป๋า และฝ่ายนายทุนได้ประโยชน์มากเกินไปจนกระทั่งครอบงำและผูกขาด ยังไม่ต้องกล่าวไปถึงการเข้ามาเป็นรัฐบาลจากการรัฐประหาร ด้วยเหตุผลนี้ พรรคเศรษฐกิจใหม่จึงไม่ร่วมกับฝั่งรัฐบาลเผด็จการ โดยมีจุดยืนในการจับมือกับฝ่ายประชาธิปไตย และต้องเป็นฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ทุจริต  ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

‘ชาติไทยพัฒนา-ชาติพัฒนา’ พร้อมจับมือทุกฝ่าย

รายการต่างคนต่างคิด  เลือกตั้ง 62  ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 วันนี้ (21 มี.ค.) ในการดีเบตโค้งสุดท้ายของตัวแทน 7 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคอนาคตใหม่, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคเศรษฐกิจใหม่ ,พรรคชาติพัฒนา และพรรคชาติไทยพัฒนา กับคำถามว่า ‘หากต้องจับมือกับพรรคอื่นเพื่อจัดตั้งรัฐบาล พรรคใดที่พร้อมจะร่วมมือด้วย และพรรคใดที่จะไม่ร่วมมือด้วย?’ นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคขนาดกลาง ยอมรับว่ายากที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้ ทั้งนี้พร้อมร่วมมือกับทุกพรรค ขึ้นอยู่กับว่าพรรคที่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะเลือกร่วมมือกับพรรคชาติไทยพัฒนาหรือไม่ หากไม่ก็พร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้าน ทั้งนี้ทางพรรคพูดอยู่เสมอถึงความมีเสถียรภาพของรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง เพื่อที่จะสามารถผลักดันนโยบายเพื่อทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี ด้านนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า  พรรคชาติพัฒนาอยู่ในจุดที่เป็นมิตรกับทุกฝ่าย ทั้งนี้เคารพในการตัดสินใจของประชาชน เพราะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนเลือกบนพื้นฐานที่ทราบว่าแต่ละพรรคเสนอใครเป็นนายกฯ หากประชาชนตัดสินใจอย่างไร ทางพรรคก็จะตัดสินใจตามนั้น พรรคขนาดกลางอย่างชาติพัฒนาพร้อมรองรับสถานการณ์การเมืองต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ถ้าหากไปประกาศจุดยืนอาจสร้างความตึงเครียดและทางตันได้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34    

‘อนาคตใหม่’ พร้อมจับมือทุกพรรคภายใต้ 3 เงื่อนไข

รายการต่างคนต่างคิด  เลือกตั้ง 62  ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 วันนี้ (21 มี.ค.) ในการดีเบตโค้งสุดท้ายของตัวแทน 7 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคอนาคตใหม่, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคเศรษฐกิจใหม่ ,พรรคชาติพัฒนา และพรรคชาติไทยพัฒนา กับคำถามว่า ‘หากต้องจับมือกับพรรคอื่นเพื่อจัดตั้งรัฐบาล พรรคใดที่พร้อมจะร่วมมือด้วย และพรรคใดที่จะไม่ร่วมมือด้วย?’ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า อนาคตใหม่ มีจุดยืนในการตัดสินใจในการร่วมงานกับพรรคใดหลังการเลือกตั้ง ก็คือ อันดับหนึ่ง ซึ่งถือเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุด คือการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของคสช. อันดับที่ 2 คือการแก้รัฐธรรมนูญ และอันดับที่ 3 คือการลบล้างผลพวงรัฐประหาร และยืนยันว่าจะไม่จับมือกับ พรรคพลังประชารัฐ แม้ทางพปชร.จะยอมรับเงื่อนไขของอนาคตใหม่ก็ตาม เพราะพลังประชารัฐคือพรรคที่ตั้งขึ้นมาเพื่อการสืบทอดอำนาจของคสช. ตั้งแต่การตั้งชื่อพรรคที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ การใช้อำนาจรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพรรค หรือการที่ผู้บริหารระดับสูงของพรรคเป็นรัฐมนตรีที่รับใช้รัฐบาลเผด็จการ ดังนั้นความเชื่อมโยงของพรรคพลังประชารัฐกับรัฐบาลเผด็จการนั้นชัดเจนไม่สามารถร่วมงานกันได้แน่นอน นายธนาธร ยังกล่าวอีกว่า อยากให้พรรคการเมืองทุกพรรคมองว่าโซ่ตรวนที่พันธนาการประเทศไทยไม่ให้ก้าวไปข้างหน้าได้ คือการแทรกแซงการเมืองของกองทัพ อยากให้ทุกพรรคเปิดใจ ลดทิฐิ และร่วมมือกันเพื่อหยุดยั้งการทำรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจคสช.ให้ได้ […]

‘ประชาธิปัตย์’ ย้ำไม่ร่วม ‘เพื่อไทย’ จับมือ ‘พลังประชารัฐ’ ได้หากยอมรับอุดมการณ์

รายการต่างคนต่างคิด  เลือกตั้ง 62  ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 วันนี้ (21 มี.ค.) ในการดีเบตโค้งสุดท้ายของตัวแทน 7 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคอนาคตใหม่, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคเศรษฐกิจใหม่ ,พรรคชาติพัฒนา และพรรคชาติไทยพัฒนา กับคำถามว่า ‘หากต้องจับมือกับพรรคอื่นเพื่อจัดตั้งรัฐบาล พรรคใดที่พร้อมจะร่วมมือด้วย และพรรคใดที่จะไม่ร่วมมือด้วย?’ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่ประชาธิปัตย์จะร่วมมือกับ พรรคเพื่อไทยได้ ซึ่งเรื่องนี้ทั้ง 2 พรรคก็เห็นตรงกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้มีประเด็นอะไรเป็นการส่วนตัว แต่เพราะทั้ง 2 พรรคมีจุดยืนที่แตกต่างกันมาอย่างยาวนาน การที่จะไปรวมตัวกันก็จะเป็นการทำให้ประชาชนสงสัยในอุดมการณ์ของนักการเมืองได้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวในกรณีร่วมมือกับ พรรคพลังประชารัฐ อีกว่า ก็อาจเป็นได้ เพราะเงื่อนไขอยู่ที่การสืบทอดอำนาจ หากไม่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีการสืบทอดอำนาจ ก็แสดงว่าสามารถทำงานร่วมกันได้ ถ้าพรรคพลังประชารัฐต้องยอมรับทิศทาง นโยบาย และอุดมการณ์ของพรรค ในกรณีที่ประชาธิปัตย์เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น […]

‘เพื่อไทย’ พร้อมจับมือทุกพรรคที่ไม่เอา ‘เผด็จการ’

รายการต่างคนต่างคิด  เลือกตั้ง 62  ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 วันนี้ (21 มี.ค.) ในการดีเบตโค้งสุดท้ายของตัวแทน 7 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคอนาคตใหม่, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคเศรษฐกิจใหม่ ,พรรคชาติพัฒนา และพรรคชาติไทยพัฒนา กับคำถามว่า ‘หากต้องจับมือกับพรรคอื่นเพื่อจัดตั้งรัฐบาล พรรคใดที่พร้อมจะร่วมมือด้วย และพรรคใดที่จะไม่ร่วมมือด้วย?’ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดทนายกฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทางพรรคมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะไม่ร่วมกับฝั่งเผด็จการ  โดยพร้อมร่วมมือกับพรรคการเมืองที่มีจุดยืนเดียวกันอย่างชัดเจน ตัวอย่างพรรคที่ร่วมดีเบตในวันนี้ พร้อมจับมือกับ อนาคตใหม่ ซึ่งในหลาย ๆ นโยบายมีความใกล้เคียงกัน สำหรับพรรคอื่น ๆ ยังมีบางนโยบายที่แย้งกันบ้าง แต่ถ้าหากอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน คิดว่าจะตกลงกันได้ ทั้งนี้ยืนยันว่าจะไม่มีการจับมือกับ พรรคพลังประชารัฐ แน่นอน ทั้งนี้ในส่วนของการร่วมมือกับ ประชาธิปัตย์ ขึ้นอยู่จุดยืนของ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เคยออกมาบอกว่าไม่เอาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่สามารถตกลงกับพรรคพลังประชารัฐได้ ซึ่งพลังประชารัฐนั้นชัดเจนว่าเป็นพรรคที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ นอกจากว่าพรรคพลังประชารัฐจะประกาศตัวไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธแล้วและพร้อมเข้ากับฝ่ายประชาธิปไตย ก็อาจที่จะคุยกันได้ […]

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง!! ฟังนโยบาย 7 ขุนพล 1 เดือนหลังจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อบรรยากาศการหาเสียงเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย จึงไม่แปลกที่พรรคการเมืองไม่ว่าเล็กหรือใหม่ ต่างงัดทั้งนโยบายและกลยุทธมากมายออกมาใช้ จนบนครั้งก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะมีทั้งเงื่อนไขและตัวแปรจำนวนมาก ที่ทำให้ยากจะหาข้อสรุปในการเลือกตั้งครั้งนี้ และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิ์แบบเราๆ ท่านๆ ที่ต่างก็มีความคาดหวังในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยกันทั้งสิ้น และเพื่อเป็นการช่วยให้ภาพรวมทางนโยบายต่างๆ ในขณะนี้ Amarin TV ขอพามาร่วมฟังแนวคิด วิธีการ และแนวทางการดำเนินการทางการเมืองของพรรคตัวเต็งในรายการต่างคนต่างคิดเลือกตั้ง ชัยเกษม นิติสิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวกับพิธีกรรายการว่า… “…ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมนโยบายเอาไว้หลายเรื่อง ก็มีทั้งระยะสั้น ระยะยาว แต่ต้องเรียนว่าระยะสั้นของเรานี่ 6 เดือนนะครับ เพราะฉะนั้นใน 1 เดือนของเราคือเริ่มทำทุกเรื่องไปพร้อมๆ กัน แต่ถ้าจะให้สำเร็จเป็นผลเนี่ย ภายในหนึ่งเดือนผมต้องเรียนว่า มันไม่มีนโยบายอะไรที่จะทำได้รวดเร็วขนาดนั้น เพราะเราต้องรอบคอบ ต้องดูเรื่องงบประมาณ ต้องดูผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าเราจะได้ดุมาในระดับหนึ่งแล้ว ผมยังต้องการความมั่นใจ ความรอบคอบ และความสำเร็จ มากกว่าจะรับปากแล้วออกมาทำได้ไม่…” “…ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนั้น เพราะทุกอย่างไม่ใช่ว่าประกาศออกมาแล้ว มันจะสามารถทำได้ด้วยรัฐบาล หรือ ครม เพียงอย่างเดียว คิดว่า 1 เดือนพอมาเป็นรัฐบาล กว่าจะประชุม ครม ก็หมดไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว […]

สุวัจน์ เปิดนโยบายเศรษฐกิจ ชูแก้ปัญหาคนชนบทรากหญ้า

เมื่อบรรยากาศการหาเสียงเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย จึงไม่แปลกที่พรรคการเมืองไม่ว่าเล็กหรือใหม่ ต่างงัดทั้งนโยบายและกลยุทธมากมายออกมาใช้ จนบนครั้งก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะมีทั้งเงื่อนไขและตัวแปรจำนวนมาก ที่ทำให้ยากจะหาข้อสรุปในการเลือกตั้งครั้งนี้ และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิ์แบบเราๆ ท่านๆ ที่ต่างก็มีความคาดหวังในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยกันทั้งสิ้น วันนี้ในรายการต่างคนต่างคิดเลือกตั้ง นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ได้กล่าวกับพิธีกรรายการว่า… “…หนึ่งเดือนหลังจากเลือกตั้ง ผมมองว่าต้องช่วยคนจนก่อน ต้องช่วยคนชนบทก่อน ก็คือรัฐบาลจะทำเรื่องเศรษฐกิจรากหญ้าก่อน เพราะประชาชนในชนบทเดือดร้อนกันมากๆ โดยเฉพาะภาคเกษตรกร ผู้ประกอบการในชนบทนั้นเงียบจริงๆ มีแต่คนขาย ไม่มีคนซื้อ ฉะนั้นในหนึ่งเดือนรัฐบาลจะต้องระดมสรรพกำลังแก้ปัญหาเศรษฐกิจรากหญ้า กระทรวงเกษตรรีบไปเลย พี่น้องเกษตรกรเรื่องปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ เรื่องน้ำ รีบเข้าไปจัดการ กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งเรื่องส่งออก เรื่องสินค้าการเกษตรต่างๆ กระทรวงท่องเที่ยว รีบเอานักท่องเที่ยวไปชนบท เพื่อไปกระตุ้นเศรษฐกิจชนบท กระทรวงอุตสาหกรรม เข้าไปดูเรื่อง SME ผู้ประการ เพื่อช่วยให้เขาเข้มแข็ง แล้วเอาอุตสาหกรรมไปยกระดับสินค้าเกษตร อย่างกรณียางพารา 4 ล้านตัน ตอนนี้มีการใช้ในอุตสาหกรรมแค่ 5 แสนตัน อันนี้กระทรวงคมนาคมเข้าไปดู เอามาทำถนน เพื่อยกระดับยาง กระทรวงพลังงานตอนนี้ทำได้เลย ราคาน้ำมันปาล์มตอนนี้ตกต่ำ มีล้นตลาดอยู่ 7 แสนตัน…” “…กระทรวงทรัพย์ฯ กระทรวงมหาดไทย […]

วราวุธ เสนอแก้ปัญหา “เกษตรกร” ชูภูมิปัญญาท้องถิ่นลดต้นทุนการผลิต

เมื่อบรรยากาศการหาเสียงเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย จึงไม่แปลกที่พรรคการเมืองไม่ว่าเล็กหรือใหม่ ต่างงัดทั้งนโยบายและกลยุทธมากมายออกมาใช้ จนบนครั้งก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะมีทั้งเงื่อนไขและตัวแปรจำนวนมาก ที่ทำให้ยากจะหาข้อสรุปในการเลือกตั้งครั้งนี้ และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิ์แบบเราๆ ท่านๆ ที่ต่างก็มีความคาดหวังในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยกันทั้งสิ้น วันนี้ในรายการต่างคนต่างคิดเลือกตั้ง นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา ได้กล่าวกับพิธีกรรายการว่า… “…สิ่งที่ต้องทำ ทุกพรรคประสบปัญหาเหมือนกันตอนเป็นรัฐบาลคือ จะทำอะไรก็แล้วแต่ มันต้องขับเคลื่อนด้วยกฎหมาย เป็นอะไรที่ยุ่งยาก และประเทศไทยเรามีกฎหมายที่ซ้ำซ้อนล้าหลังเยอะมาก แต่สิ่งที่พรรคชาติไทยพัฒนาจะทำเบื้องต้น คือเราจะทำดาต้าเบทก่อน โดยเฉพาะดาต้าเบทของเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เรามีในประเทศไทย เพราะปัญหาเศรษฐกิจที่เรามองมันเริ่มมาจากภาคการเกษตร ถ้าพี่น้องเกษตรกรอยู่ดีกินดีขึ้นมา ทุกอย่างจะไล่เป็นระดับขึ้นมา…” “…ดังนั้นหัวใจที่เราอยากให้กับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศคือองค์ความรู้ในประเทศ ไม่ต้องไปหาซื้อใหม่ ไม่ต้องซื้อเทคโนโลยีจากใครมา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่สำคัญคือปราชญ์ชาวบ้านที่เรามีทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านการทำนา การปลูกผัก ปลูกพืชทั้งหลาย องค์ความรู้เหล่านี้เราต้องขึ้นบัญชีเสียก่อน เพื่อจะได้นำความรู้เหล่านี้ไปมอบให้เกษตรกร เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิต…” “…ปัญหาระยะยาวอีกอันหนึ่งคือเรื่องการศึกษา เราจะเริ่มจัดตั้งสภาพัฒนาการศึกษาแห่งชาติให้เกิดขึ้น โดยอยู่ภายใต้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยสภานี้จะต้องกำเนิดเกิดมาจากประชาชนทุกสาขาอาชีพ เพื่อช่วยกันเวลาแผนการศึกษาระยะยาว โดยที่แผนนี้จะต้องอยู่เหนือกระทรวงศึกษาธิการ และนี่จะเป็นอิฐก้อนแรกที่ช่วยพัฒนาประเทศไทยในอีก 20 ปีจากนี้ไป เราไม่ได้มองแค่ 3-5 ปีจากนี้ แต่เราจะเริ่มตั้งแต่ 1 เดือนหลังเหลือตั้ง…”

ไพบูลย์ ชี้ความทุกข์ประชาชนคือ “วาระแห่งชาติ” ชูนโยบาย “กองทุนปลูกไม้โตเร็ว” เพิ่มรายได้เกษตรกร

เมื่อบรรยากาศการหาเสียงเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย จึงไม่แปลกที่พรรคการเมืองไม่ว่าเล็กหรือใหม่ ต่างงัดทั้งนโยบายและกลยุทธมากมายออกมาใช้ จนบนครั้งก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะมีทั้งเงื่อนไขและตัวแปรจำนวนมาก ที่ทำให้ยากจะหาข้อสรุปในการเลือกตั้งครั้งนี้ และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิ์แบบเราๆ ท่านๆ ที่ต่างก็มีความคาดหวังในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยกันทั้งสิ้น วันนี้ในรายการต่างคนต่างคิดเลือกตั้ง นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ได้กล่าวกับพิธีกรรายการว่า… “…แนวทางหลักคือการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน จริงๆ เราก็ทำตั้งแต่ต้น ไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐบาล หรือยังไม่เลือกตั้งเราก็ทำอยู่แล้ว เพียงแค่หลังเลือกตั้ง แล้วถ้าเป็นรัฐบาล แนวทางที่เราจะต้องทำมันก็มีหลายๆ เรื่องที่จำเป็นต้องทำในฐานะนั้น ก็ต้องดำเนินการ เช่น กรณีที่อยากจะให้รัฐบาลนั้นแก้ไขความทุกข์ร้อนให้กับประชาชนเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องคุยกันทั้งหมด แล้วนโยบายทุกนโยบายต้องมารวมกัน ดูกัน อันแก้ไขความเดือนร้อนประชาชนได้ ต้องบูรณาการร่วมกัน…” “…ประการที่สอง นโยบายของพรรคโดยตรง เช่นต้องการกองทุนปลูกไม้โตเร็วเพื่อเกษตรกรรายย่อยจำนวน 1 ล้านครอบครัว ในพื้นที่ 20 ล้านไร่ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เดือนละ 6,000 บาท อย่างน้อย 15 ปี ซึ่งแก้ไขปัญหาหนี้สิน แก้ปัญหารายได้ แก้ไขปัญหาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน รวมทั้งยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 ด้วย…” “…ดังนั้นเรื่องกองทุนเนี่ย ต้องผ่านการพิจารณาทางกฎหมายก่อน ต้องออกเป็น พ.ร.บ. ฉะนั้นใน […]

อภิสิทธิ์ ชูนโยบายทำทันที แก้ปัญหาปากท้องคนสามกลุ่ม “เกษตรกร-แรงงาน-ผู้ถือบัตรสวัสดิการ”

เมื่อบรรยากาศการหาเสียงเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย จึงไม่แปลกที่พรรคการเมืองไม่ว่าเล็กหรือใหม่ ต่างงัดทั้งนโยบายและกลยุทธมากมายออกมาใช้ จนบนครั้งก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะมีทั้งเงื่อนไขและตัวแปรจำนวนมาก ที่ทำให้ยากจะหาข้อสรุปในการเลือกตั้งครั้งนี้ และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิ์แบบเราๆ ท่านๆ ที่ต่างก็มีความคาดหวังในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยกันทั้งสิ้น วันนี้ในรายการต่างคนต่างคิดเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวกับพิธีกรรายการว่า… “…นโยบายทุกเรื่องต้องมีการเริ่มต้นทันที ต้องมีแผนในการแก้กฎหมาย และในเรื่องการจัดงบประมาณปีต่อไป เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของพรรค แต่สิ่งสำคัญเร่งด่วนที่ต้องทำคือปัญหาปากท้อง เราวางไว้แล้วว่าคนสามกลุ่มที่ต้องช่วยเหลือทันที…” “…กลุ่มแรกคือเกษตรกร ปชป. มีนโยบายประกันรายได้ และการช่วยเหลือในเรื่องการผลิต ตรงนี้เราสามารถปรับงบประมาณที่มีอยู่ของรัฐบาลปัจจุบันที่เตรียมไว้สำหรับพืชผลการเกษตร มาทำตามแนวของเรา และเรามีข้อมูลจากการเคยทำแนวทางนี้แล้ว ฉะนั้นการประกันราคาสามารถทำได้ทันที…” “…ยางพาราปูทางไปสู่การประกันรายได้ แต่จะทำได้ทันทีคือการนำมาใช่ในโครงการของรัฐ โดยเฉพาะถนนหนทางซึ่งเราศึกษาเอาไว้แล้ว เช่นเดียวกับปาล์มน้ำมันที่นำมาทำเรื่องของพลังงานได้เช่นกัน…” “…ในส่วนของแรงงาน เนื่องจาก ปชป ไม่ได้ไปผูกกับค่าแรงขั้นต่ำ แต่จะทำระบบประกันรายได้แรงงาน ฐานข้อมูลจะต้องทำทันที เพื่อช่วยให้ทุกคนมีรายได้ 10000 บาทต่อเดือน…” “…กลุ่มที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตอนนี้ เศรษฐกิจไม่หมุนเวียนเพราะรัฐบาลปัจจุบันบังคับว่าเงินที่เขาได้ไปนั้นต้องไปรูดบัตร ปชป จะปลดข้อจำกัดนี้ทันที ให้เงินก้อนนี้หมุนไปสู้ตลาดสด ตลาดนัด ร้านข้าวแกง ร้านค้าชมชน รวมถึงการรวบสิทธิ์ต่างๆ ดูงบประมาณว่าจะเพิ่มไปเป็นเงินก้อน แทนที่จะจุกจิกว่าเงินส่วนนี้จะต้องเป้นแค่ค่าน้ำค่าไฟ…” “…ส่วนนโยบายที่เราประกาศไว้ในระยะยาว ก็ต้องเริ่มจากการทำนโยบายให้สอดคล้องกับนโยบายของเรา รวมถึงมีแผนนิติบัญญัติที่ชัดเจนว่า กฎหมายที่แก้ […]

มิ่งขวัญ ชูไอเดียแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทย กำหนดอาชีพสงวนสำหรับคนไทย

เมื่อบรรยากาศการหาเสียงเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย จึงไม่แปลกที่พรรคการเมืองไม่ว่าเล็กหรือใหม่ ต่างงัดทั้งนโยบายและกลยุทธมากมายออกมาใช้ จนบนครั้งก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะมีทั้งเงื่อนไขและตัวแปรจำนวนมาก ที่ทำให้ยากจะหาข้อสรุปในการเลือกตั้งครั้งนี้ และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิ์แบบเราๆ ท่านๆ ที่ต่างก็มีความคาดหวังในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยกันทั้งสิ้น วันนี้ในรายการต่างคนต่างคิดเลือกตั้ง นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้กล่าวกับพิธีกรรายการว่า… “…ผมดูสองด้าน นโยบายที่พูดมาตลอดคือหาเงินเข้าประเทศ ส่วนหาเงินเข้าประเทศได้แล้ว เราจะมาให้ความสุขกับคนไทย ถามว่าภายในหนึ่งเดือนจะทำอะไร ผมต้องตอบชัดๆ ก่อนว่า ข้อแรกผมต้องขอดูกฎหมายและพ.ร.บ. พ.ร.ก. หรือแม้แต่มติ ครม. ถ้าอะไรที่เราทำภายใต้มติ ครม. ได้ เราทำให้…” “…กลับมาที่ทำได้ทันทีใน 1 เดือน เราคำนึงถึงในเรื่องปากท้อง เรื่องความทุกข์ การไม่มีเงิน เรื่องความเป็นอยู่ของประชาชน อันนี้เป็นปัญหาเร่งด่วน…” “…ทีนี้กลับมาดูว่าเราจะทำได้อย่างไร ปัญหาที่ได้ยินมาตลอดคือ คนไม่มีเงิน ไม่เงินก็ต้องหาเงินเติมเข้าไปในกระเป๋า ถ้าถามผม เนื่องจากกรอบงบประมาณแผ่นดิน เงินที่กระทรวงการคลังมีให้ วินัยการเงินการคลัง ผมมองว่ามันก็มีสามตัวที่เรามีอยู่ คือเรื่องลดค่าน้ำมัน ลดค่าไฟฟ้า และเบี้ยผู้สูงอายุ แต่ในด้านนั้นคือการให้ความสุข แต่ย้ำว่าอยู่ในระเบียบวินัยการเงินการคลัง…” “…พอมาอีกด้านเราก็มองกว่า การเงินบางอย่างมันรั่วไหล เราปฏิเสธไม่ได้ เราเคยพุดเรื่องที่มีทัวร์เข้ามา แต่เราไม่ได้เงิน […]

ธนาธร ชูแนวทางทำงานร่วมกัน ปรับระบบราชการไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เมื่อบรรยากาศการหาเสียงเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย จึงไม่แปลกที่พรรคการเมืองไม่ว่าเล็กหรือใหม่ ต่างงัดทั้งนโยบายและกลยุทธมากมายออกมาใช้ จนบนครั้งก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะมีทั้งเงื่อนไขและตัวแปรจำนวนมาก ที่ทำให้ยากจะหาข้อสรุปในการเลือกตั้งครั้งนี้ และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิ์แบบเราๆ ท่านๆ ที่ต่างก็มีความคาดหวังในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยกันทั้งสิ้น วันนี้ในรายการต่างคนต่างคิดเลือกตั้ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้กล่าวกับพิธีกรรายการว่า… “…สิ่งแรกที่ผมอยากจะทำคือต้องเข้าใจก่อนว่า ปัญหาความเดือนร้อนของพี่น้องเกษตรกรตอนนี้เยอะมาก สิ่งที่ผมอยากจะทำก็คือ อยากตั้งทีมขึ้นมาดูแลพืชผลเกษตรหลักทางเศรษฐกิจ 5-6 ตัว ว่าแต่ละตัวจะต้องมีการเยียวยา การช่วยเหลือประชาชนอย่างไร ที่จะไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนไปมากกว่านี้ในระยะสั้น…” “…สิ่งที่จะทำทันทีหลังจากนี้คือการตั้งทีมมาทำนโยบายที่พวกเราพูดไว้ให้เป็นจริง นั่นคือการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ อุสาหกรรมที่ทำให้เกิดการจ้างงานในประเทศไทย อย่างเช่นทีมศึกษาเรื่องการทำรถเมล์ไฟฟ้า การทำรถไฟ การทำเครื่องจักรรกล โรงงานแปรรูปเกษตรสมัยใหม่ ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยได้…” “…ผมอยากเห็นการตั้งทีมที่รวมทุกกระทรวงเข้ามาร่วมกันคิด ตั้งแต่กระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์ เข้ามาร่วมกันคิด การตั้งทีมต่างๆ เหล่านี้ จะเริ่มทำทันทีภายใน 30 วันแรก อันนี้ทำได้…” “…นอกจากนี้ผมต้องเรียนว่า สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านี้ คือต้องบอกว่างบประมาณของบัญชีปีนี้มันวางไว้แล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือการวางงบประมาณแผ่นปีหน้า ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่เข้าไป มีเวลา 3-4 เดือน ที่จะออกแบบงบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายของตัวเอง อย่างพรรคอนาคตใหม่ได้พูดเอาไว้ชัดเจน ว่าเราต้องการโยกงบการลงทุน จากกระทรวงอื่น ไปใส่ไว้ในกระทรวงศึกษาธิการให้มากขึ้น เพื่อจะยกระดับโรงเรียน […]

ชัยเกษม ยืนยัน ทุกนโยบายสามารถเริ่มได้ใน 1 เดือน

เมื่อบรรยากาศการหาเสียงเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย จึงไม่แปลกที่พรรคการเมืองไม่ว่าเล็กหรือใหม่ ต่างงัดทั้งนโยบายและกลยุทธมากมายออกมาใช้ จนบนครั้งก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะมีทั้งเงื่อนไขและตัวแปรจำนวนมาก ที่ทำให้ยากจะหาข้อสรุปในการเลือกตั้งครั้งนี้ และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิ์แบบเราๆ ท่านๆ ที่ต่างก็มีความคาดหวังในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยกันทั้งสิ้น วันนี้ในรายการต่างคนต่างคิดเลือกตั้ง ชัยเกษม นิติสิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวกับพิธีกรรายการว่า… “…ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมนโยบายเอาไว้หลายเรื่อง ก็มีทั้งระยะสั้น ระยะยาว แต่ต้องเรียนว่าระยะสั้นของเรานี่ 6 เดือนนะครับ เพราะฉะนั้นใน 1 เดือนของเราคือเริ่มทำทุกเรื่องไปพร้อมๆ กัน แต่ถ้าจะให้สำเร็จเป็นผลเนี่ย ภายในหนึ่งเดือนผมต้องเรียนว่า มันไม่มีนโยบายอะไรที่จะทำได้รวดเร็วขนาดนั้น เพราะเราต้องรอบคอบ ต้องดูเรื่องงบประมาณ ต้องดูผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าเราจะได้ดุมาในระดับหนึ่งแล้ว ผมยังต้องการความมั่นใจ ความรอบคอบ และความสำเร็จ มากกว่าจะรับปากแล้วออกมาทำได้ไม่…” “…ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนั้น เพราะทุกอย่างไม่ใช่ว่าประกาศออกมาแล้ว มันจะสามารถทำได้ด้วยรัฐบาล หรือ ครม เพียงอย่างเดียว คิดว่า 1 เดือนพอมาเป็นรัฐบาล กว่าจะประชุม ครม ก็หมดไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว เหลืออีกสามสัปดาห์ ในสามสัปดาห์นี้คุณจะให้เขาทำอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จเนี่ย มันอาจจะได้ แต่มันออกมาแล้วมันชุ่ย มันห่วย ผมคงไม่ทำหรอกครับ…” […]

keyboard_arrow_up