ตร.ยัน ป่ากางเกงใน ไม่ใช่ สนามประลองรัก พร้อม ส่ง สายตรวจดูแล

จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์ และติดแฮชแท็ค ข้อความว่า #ป่ากางเกงใน จนเกิดกระแสวิพากวิจารณ์ ว่า เรื่องดังกล่าวมีจริงหรือไม่  ล่าสุด ทีมข่าวตรวจสอบเรื่องนี้ กับ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เปลี่ยนขำ ผกก.สภ.เมืองมหาสารคาม กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าว เป็นที่ดินส่วนบุคคล อยู่บริเวณ ต.ท่าสองคอน อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม

 

ป่ากางเกงใน

ซึ่งเป็นเส้นทางรอง ที่ก่อสร้างเพื่อกั้นระหว่าง ถนนกับแม่น้ำชี ปัจจุบันมีประชาชนนำขยะ และสิ่งปฏิกูลนำมาทิ้งในที่ดังกล่าวจำนวนมาก ส่วนจะเป็นสถานที่ไว้มั่วสุ่มของกลุ่มรักร่วมเพศ หรือไม่นั้น จากการตรวจสอบ เชื่อว่าไม่ใช่จุดมั่วสุ่มแน่นนอน เพราะสถานที่เป็นป่ารกร้างมีแต่ขยะ และสิ่งขอปฏิกูลเน่าเหม็น และยังเป็นที่สำหรับขับถ่ายของชาวบ้าน หรือกลุ่มคนเร่รอน และ รถกำจัดสิ่งปฏิกูล ก็ยังนำสิ่งปฏิกูลมาทิ้งบริเวณดังกล่าวอีกด้วย จึงเชื่อว่าสถานที่ลักษณะนี้ ไม่น่าเป็นจุดมั่วสุ่มทางเพศได้

ส่วนกรณีที่มีการแชร์กันว่าป่ากางเกงในนั้น จริงๆ เริ่มต้นจาก พบกางเกงในสามถึงสี่ตัวห้อยที่ต้นไม้ ซึ่งหากตรวจสอบชัดๆก็จะเห็นว่าสภาพกางเกงในนั้น เก่า ขาดและสภาพไม่พร้อมใช้งานได้ ซึ่งอาจเป็นกลุ่มของคนที่มาขับถ่ายในป่าก็เป็นได้ จากนั้นมี กลุ่มวัยรุ่นไปเห็นว่ามีกางเกงในห้อยตามต้นไม้ ก็พากันไปถ่ายรูปและแชร์กันในเวลาต่อมา บางคนก็เอากางเกงในไปห้อยเพิ่ม เพื่อถ่ายรูปสนุกสนานและแชร์ในโลกโซเชียล

ถุงยางอนามัยทิ้งเกลื่อน

 

ส่วนถุงยางอนามัย และน้ำยาหล่อลื่นที่พบนั้น ก็พบว่า ก่อนหน้านี้ มีถุงขยะขนาดใหญ่ที่นำถุงยางที่ผ่านมากใช้งานแล้วมาทิ้ง และอาจมีการคุ้ยขยะทำให้พบเห็นเศษถุงยางเกลื่อนกระจายเต็มพื้นที่ โดยส่วนตัวแล้ว เชื่อว่า จากสภาพพื้นที่ลักษณะเช่นนั้น ไม่น่าเชื่อจะเป็นที่มั่วสุ่มทางเพศได้ ซึ่งจุดเกิดเหตุเป็นที่เปลี่ยวและมึดมาก เมื่อเกิดข่าวดังกล่าว ก็ได้สั่งการให้สายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเป็นระยะ  แต่ก็ยังไม่พบว่ามีการมั่วสุ่มทางเพศ หรือมีกลุ่มวัยรุ่นเข้าไปในพื้นที่ป่าดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตรวจป่ากางเกงใน
จนท.ฝ่ายปกครอง สนธิ กำลังทหาร ตรวจพื้นที่

 ทางด้าน นายศิริพันธ์ ขุ่มด้วง นายอำเภอเมืองมหาสารคามเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติ พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจและแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ด้วยการถากถางวัชพืชร่วมกับราษฏรในพื้นที่ เพื่อให้สะอาดป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งมั่วสุม

ขอบคุณภาพ จากเฟสบุ๊ก ร้อยเอ็ด สาเกตนคร, เพจ หนังสือพิมม์ สื่อมวลชน

 

 

keyboard_arrow_up