การันตีความอร่อย! ไทยติดโผประเทศที่มีชื่อเสียงเรื่องอาหารในหมู่นทท.นานาชาติ!

อาหารและการเดินทางเป็นอะไรที่เข้ากันได้อย่างลงตัวสุดๆ ผลสำรวจล่าสุดจาก Hotels.com™ เกี่ยวกับความชื่นชอบเรื่องเสาะหาของอร่อยระหว่างการท่องเที่ยว (Tasty Travels)* เผยให้เห็นว่า ปารีส (27%) โตเกียว (23%) และโรม (22%) คือสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในรสชาติของอาหารที่ดีที่สุดในโลก ในขณะที่ประเทศไทยติดอันดับ 6 ในฐานะดินแดนในฝันสำหรับการมาเยือนเพื่อลิ้มลองอาหารรสเลิศและเพื่อเป็นการร่วมฉลองและให้เกียรติกับสถานที่น่าไปเยือนด้วยเรื่องอาหารเหล่านี้ Hotels.com จึงได้ร่วมมือกับคาร์ล วอร์เนอร์ (Carl Warner) ศิลปินอาหารชื่อก้องโลกเพื่อสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอก โดยการใช้ส่วนประกอบอาหารอันเลื่องชื่อของแต่ละแห่งมาดัดแปลงให้กลายเป็นผลงานที่จะสื่อถึงตัวตนของสถานที่นั้นๆ อาทิ อาคารรูปแบบสถาปัตยกรรมปารีสที่สร้างจากชีส วิหารแพนธีอันที่สร้างจากพาสต้า และภูเขาไฟฟูจิที่สร้างขึ้นมาจากสาหร่าย ทำให้ทุกที่ดูดีจนอยากจะรับประทานขึ้นมาจริงๆ

กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของนักท่องเที่ยวชาวไทยยอมรับว่า อาหารเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด โดยที่ความสวยงามของชายหาด (41%) หรือแม้แต่แหล่งช้อปปิ้ง (25%) ยังไม่สามารถจูงใจได้ดีเท่าเรื่องอาหาร

ผลสำรวจ Tasty Travels ยังเผยให้เห็นอีกด้วยว่า นักท่องเที่ยวไทยยุคมิลเลนเนียลต้องการสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ ในการลองลิ้มชิมรสตั้งแต่ อาหารหรูระดับห้าดาว (26%) ไปจนถึงความหลากหลายของอาหารท้องถิ่นริมทาง (21%) อันที่จริงแล้ว ในปัจจุบัน “การทานอาหาร” ได้ขยับขึ้นมาอยู่บนลำดับต้นๆ ของรายการสิ่งที่อยากทำของกลุ่มคนยุคมิลเลนเนียล โดยที่ 85% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยระบุว่า ประสบการณ์เรื่องอาหารเป็นอะไรที่โดดเด่นและเป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของการท่องเที่ยวเมื่อนึกย้อนหลัง โดยอยู่เหนือเรื่องประสบการณ์ในการช้อปปิ้ง (23%) หรือแม้แต่เรื่องการใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อนๆ ระหว่างการเดินทาง (19%) #TastyTravels

ผลสำรวจยังพบว่า เทรนด์การถ่ายภาพระหว่างเดินทางในปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่มักจะยกเรื่องอาหารมาเป็นลำดับต้นๆ มากกว่าเพื่อนหรือแม้แต่ตัวเอง เพราะผู้ตอบผลสำรวจส่วนใหญ่ต่างยอมรับว่า พวกเขาชอบที่จะถ่ายรูปอาหารมากกว่าถ่ายภาพเซลฟี่

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังเผยอีกว่า พาสต้าและพิซซ่า (32%) เป็นอาหารที่นักท่องเที่ยวยุคมิลเลนเนียลจะนำมาโพสต์ลงโซเชียลมากที่สุด ตามมาด้วยสเต็กหรือเนื้อ (27%) ก๋วยเตี๋ยว (25%) และอาหารท้องถิ่นที่ดูแปลกประหลาดแบบสุดๆ นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ก็ไม่กลัวที่จะลองอาหารแปลกๆ เหมือนกัน เพราะหนึ่งในสามของคนกลุ่มนี้กล่าวว่าพวกเขาอยากลองทานซูชิปลาไหล (31%) ตีนไก่ (24%) จิ้งหรีด (24%) และช็อกโกแลตแท่งทอดกรอบ (22%)

เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันระหว่างอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวและเพื่อเป็นการร่วมฉลองและให้เกียรติกับสถานที่น่าไปเยือนด้วยเรื่องอาหารเหล่านี้ Hotels.com จึงได้ร่วมมือกับคาร์ล วอร์เนอร์ (Carl Warner) ศิลปินอาหารชื่อก้องโลกเพื่อสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกพิเศษไม่เหมือนใคร ที่จะทำให้ผู้คนมองเห็นสถานที่ท่องเที่ยวในมุมมองใหม่ผ่านอาหารขึ้นชื่อของที่แห่งนั้ โดยการใช้ส่วนประกอบอาหารอันเลื่องชื่อของแต่ละแห่งมาดัดแปลงให้กลายเป็นผลงานที่จะสื่อถึงตัวตนของสถานที่นั้นๆ อาทิ อาคารรูปแบบสถาปัตยกรรมปารีสที่สร้างจากชีสใช้เศษช็อกโกแลตและบลูชีสทำเป็นตลาดกลางกรุงปารีส วิหารแพนธีอันที่สร้างจากพาสต้า และใช้มากิโรล ขิง และเห็ดชิตาเกะมาประดิษฐ์เป็นพิธีชงชาในสวนเซนแสนสงบที่มองทอดยาวไปจนเห็นยอดเขาฟูจิที่สร้างขึ้นมาจากสาหร่าย ทำให้ทุกที่ดูดีจนอยากจะรับประทานขึ้นมาจริงๆ สามารถรับชมขั้นตอนการสร้างสรรค์งานผลงานเหล่านี้ได้ ที่นี่

Carl Warner setting up the dining room scene in the Tokyo image for Hotels.com Tasty Travels

คาร์ล วอร์เนอร์ ช่างภาพและศิลปินด้านอาหาร กล่าวว่า “ตอนที่ Hotels.com ติดต่อมาพร้อมเสนอไอเดียเรื่องนี้ ผมรู้ได้ทันทีเลยว่า นี่มันคือแนวทางของผมที่ถนัดเลย และมันจะเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ที่ผมจะได้นำเสนอภาพและฉากต่างๆ ของสถานที่ท่องเที่ยวชื่องดังเรื่องอาหารผ่านผลงานศิลปะที่ดูมีชีวิตในรูปแบบร่วมสมัยและน่าตื่นตาตื่นใจ ผมหวังว่าภาพเหล่านี้จะไม่เพียงแค่ทำให้คนดูต้องทึ่ง แต่มันจะสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขารีบเข้าเว็บเพื่อค้นหาข้อมูลและจองที่พักออนไลน์ เพื่อไปสัมผัสกับประสบการณ์ตรง ที่ไม่ใช่แค่การเห็นด้วยตา แต่สามารถสัมผัสได้ถึงรสชาติด้วย”

Carl Warner behind the lens, placing food in the Rome image for Hotels.com Tasty Travels

เนลสัน อัลเลน ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Hotels.com กล่าวว่า “ความหลงใหลของนักท่องเที่ยวยุคมิลเลนเนียลในสิ่งที่ Hotels.com เรียกมันว่า #TastyTravels นั้น มาจากความจริงที่ทุกคนล้วนยอมรับว่า อาหารเป็นความสุขสูงสุดอย่างหนึ่งของชีวิต นอกจากนั้น ด้วยความที่ ‘ประสบการณ์’ ได้กลายมาเป็นสิ่งมีค่าในสังคมยุคใหม่ และการท่องเที่ยวถือเป็นประตูไปสู่ประสบการณ์อันน่าตื่นตา ดังนั้น อาหารและการท่องเที่ยวจึงเป็นสิ่งที่น่าสัมผัสและควรค่าแก่การ ‘แชร์’ และไม่น่าแปลกใจที่นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ๆ จะใช้ประเด็นเรื่องอาหารมาเป็นตัวกำหนดทิศทางการท่องเที่ยว”

keyboard_arrow_up