จับฉ่าย : ปล่อยตัวปล่อยใจ ให้ล่องลอยไปที่ไหนสักแห่ง (Somewhere) ในสีชัง

ไม่ว่าจะเพราะเสียงเพลง ‘…Somewhere Over the Rainbow…’ ของ Israel Kamakawiwo’Ole ที่แว่วผ่านมาจากความคิด และกลบเสียงคลื่นลมกับความจอแจของชาวบ้านบริเวณท่าเรือเทววงศ์ (ท่าล่าง) จนเงียบสนิท หรืออาจเพราะเป็นการเดินทางมายังเกาะสีชังเป็นครั้งแรก จึงทำให้ทุกอย่างรอบตัวดูสดใหม่ที่ชวนให้ตื่นตา จนเผลอลืมความสูงชันของเส้นทางสัญจรบนเกาะจนหมดสิ้น

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ตะกอนความคิดกับเศษผงในใจที่พกติดตัวมาจากเมืองใหญ่ ค่อยๆ ถูกพัดปลิวหายไปอย่างช้าๆ พร้อมกับสายลมทะเล และบรรยากาศแสนอบอุ่นของที่พักสไตล์บูติกอย่าง ซัมแวร์ เกาะสีชัง (Somewhere Koh Sichang)

ท่ามกลางความเขียวชอุ่มของแนวต้นไม้ยามหน้าฝนที่ทอดตัวยาวตลอดแนวเขาบนเกาะ Somewhere คือโรงแรมโทนฟ้าขาวเข้ากับบรรยากาศริมทะเล ที่มีห้องพักขนาดกระทัดรัดเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 20  ห้อง ซึ่งแวะเวียนมาพักผ่อนรับลมทะเล และสัมผัสรอยยิ้มสุดเป็นกันเองของทั้งพนักงานโรงแรม และชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง จนดูเหมือนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาจริงๆ

ถึงจะบอกว่าอยากหลบมาปล่อยตัวปล่อย แต่ด้วยวิถีขีวิตของคนในยุคที่ขาดสมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ตไม่ได้ ทางโรมแรมก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้เอาไว้รองรับผู้มาเยือนจากดินแดนไกลแบบเราเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นช่องดาวเทียม, เครื่องเล่นดีวีดี, ห้องน้ำในตัว, ฟรี Wifi , เครื่องปรับอากาศ, ตู้เย็น และกุญแจห้องแบบคีย์การ์ดเพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าพัก รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น สระว่ายน้ำ และห้องอาหาร The Verandah Restaurant ที่มีทั้งเมนูไทยเทศให้เลือกตามความต้องการ

ผัดไทยกุ้งสด
แซลมอนรมควันแซ่บ
แกงมัสมั่นไก่
เนื้อหมูติดกระดูกย่างราดซอสเห็ด เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งทอดและผักสด
พิซซ่าแซลมอนรมควัน

หลายคนอาจมองว่าการพักผ่อนที่ดีที่สุด คือการหยุดคิด หยุดขยับ และปล่อยให้กระแสเวลาไหลผ่านไปโดยไม่ต้องเร่งรีบทำอะไรแข่งกับมัน ซึ่งนั่นก็เป็นไอเดียน่าสนใจ เพราะอย่างน้อยมันก็ช่วยประหยัดพลังงาน และชาร์จพลังบวกใหม่ๆ ให้ร่างกายพร้อมเผชิญโลกแห่งความจริงที่รออยู่ในวันข้างหน้า แต่หากใครอยากออกไปเปิดหูเปิดตา และสัมผัสกับความเป็นอยู่ของผู้คนในสถานที่ที่เป็นเหมือนชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ล่ะก็ เกาะสีชังเองก็เพียบพร้อมด้วยสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ที่ใช้เวลาเพียงวันเดียวกันสามารถลัดเลาะไปได้ทั่ว โดยใช้ ‘รถสกายแล็บ’ ที่เหมาะสำหรับใช้เดินตามไปตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ บนเกาะ ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน พระราชวังฤดูร้อนในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งภายในยังมีวัดอัษฏางคนิมิตร วัดที่มีเอกลักษณ์ศิลปกรรมแบบไทยผสมโกธิค ซึ่งมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งนำหน่อมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย นอกจากนี้ยังมี หินระฆัง หินธรรมชาติรูปร่างคล้ายกบ แต่เมื่อเคาะจะมีเสียงกังวานคล้ายระฆังอีกด้วย

ต้นพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งนำหน่อมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย
พระเจดีย์อุโบสถวัดอัษฎางคนิมิตร
หินระฆัง

นอกจากนี้ หากใครกำลังมองหาสถานที่สำหรับสงบจิตสงบใจให้หายว้าวุ่น บนเกาะสีชังยังมี ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ที่ชาวสีชังให้ความเคารพนับถือ รวมทั้งยังมี รอยพระพุทธบาทจำลองซึ่งตั้งอยู่บน ไหล่คยาศิระองค์ บริเวณเขายอดพระจุลจอมเกล้า และจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ ช่องเขาขาด หรือช่องอิศริยาภรณ์ ที่ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาสำหรับประทับของรัชกาลที่ 5

หรือสำหรับใครที่ไม่อยากเดินทางไกลจากที่พักนัก พื้นที่ใกล้ๆ กับซัมแวร์ ก็มีศูนย์จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ พิพิธภัณฑ์ชลทัศนสถาน ที่รวบรวมพันธุ์สัตว์น้ำในระบบนิเวศต่างๆ ที่พบได้รอบเกาะสีชัง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สึกหรับคนในชุมชน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้มาเยือนแบบเราด้วย

แม้จะเป็นเกาะเล็กๆ ที่ใช้เวลาแค่วันเดียวก็เที่ยวได้ทั่วทุกจุด แต่นอกเหนือจากการมาพักผ่อนท่ามกลางป่าเขาและบรรยากาศชายทะเลแล้ว สีชังคืออีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันสงบเงียบ และเต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คนตลอดเส้นทางที่พร้อมต้อนรับเราด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ อยู่ที่เราพร้อมจะเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ นี้เข้ามาในชีวิตหรือไม่

keyboard_arrow_up