เปิดศักราชใหม่การท่องเที่ยว ASEAN CONNECT ลอดประตูสู่ศรีสะเกษ เชื่อมสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา

อลังการณ์งานกาล่าฯ ASEAN CONNECT แขกไทย-กัมพูชา ร่วมดินเนอร์ใต้แสงจันทร์ สมานฉันท์ด้านการท่องเที่ยวรับงานเปิดศักราชใหม่ลอดประตูสู่ศรีสะเกษ ชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เยี่ยมชม “ศรีสะเกษ” เมือง “กรีนซิตี้” ดินแดนปราสาทขอม แหล่งหอม, กระเทียมขึ้นชื่อ พร้อมจุดเช็คอินแห่งใหม่เพียบ!

คุณรณิดา เหลืองฐิติสกุล หัวหน้าสำนักงานศรีสะเกษ กล่าวว่า “ศรีสะเกษเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ต้องลองมาเที่ยวดูสักครั้ง ด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าค้นหา แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ล่าสุดมีแหล่งท่องเที่ยวการเกษตร ซึ่งผลไม้ศรีสะเกษมาจากดินแดงภูเขาไฟ เต็มไปด้วยแร่ธาตุกำมะถัน ให้รสชาติดี น่าลิ้มลอง รวมถึงผู้คนน่ารัก เรียบง่าย จังหวัดของพวกเราอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของไทย ซึ่งเป็นพื้นที่สูงแล้วค่อยลาดต่ำไปทางเหนือลงสู่ลุ่มแม่น้ำมูลทางตอนเหนือของจังหวัด ทิศเหนือติดกับและทิศตะวันออกติดกับอุบลราชธานี ทิศตะวันตกติดอยู่กับสุรินทร์และร้อยเอ็ด ความพิเศษอยู่ตรงทิศใต้อาณาเขตติดกับประเทศกัมพูชา

หนึ่งในสิ่งที่พวกเราชาวศรีนครลำดวนภูมิใจคือ บ้านของเรามีหลักฐานตั้งถิ่นอาศัยมาก่อนยุคประวัติศาสตร์ ก่อนจะมีการใช้ตัวอักษรหรือภาษาเขียนจารึกเรื่องราวต่างๆ ไว้เสียอีก แล้วยังปรากฏร่องรอยชุมชนยุคเหล็ก, ชุมชนโบราณในเขตอำเภอราษีไศล ก็ปรากฏหลักฐานโครงกระดูกมนุษย์ที่ได้รับการฝังพร้อมวัตถุอุทิศที่ทำด้วยเหล็ก, ภาชนะดินเผา สมัยต่อมาสัก 1,400-1,200 ปี มีพัฒนาการจารึกตัวอักษร, ภาษาเขียน, การวางผังเมืองอย่างเป็นระบบโดยการขุดคูน้ำและคันดินล้อมรอบเมืองเพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ ยังมีหลักฐานอยู่ในเขตอำเภอราษีไศลและเมืองโบราณโคกขัณฑ์ในตัวอำเภอขุขันธ์จนถึงปัจจุบัน เห็นได้ว่าศรีสะเกษเปี่ยมด้วยเรื่องราวน่าสนใจ เจริญด้านสังคม ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความอุดมด้านทรัพยากรธรรมชาติ ความร่ำรวยทางวิถีวัฒนธรรม หรือความพรั่งพร้อมด้านการท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์ ห่างจากกรุงเทพฯ โดยระยะทางเพียง 517 กิโลเมตร”

ทริปเดินทาง ASEAN CONNECT ซึ่งเปิดแนะนำคนทั่วไปด้วย หลักๆ แนะนำสองคืนสามวัน เริ่มตั้งแต่ ไหว้ศาลหลักเมือง นมัสการหลวงพ่อโต วงเวียนแม่ศรี, หนองตะเคียน ปราสาทสันกำแพงใหญ่, เกาะกลางน้ำชมพระอาทิตย์ตกกลางเมือง, วันต่อมาที่พลาดไม่ได้ ตลาดวัฒนธรรม วัดสุพรรณหงส์ บ้านหว้าน (มีทุกเช้าวันอาทิตย์) ตักบาตรข้าวเหนียว หลังจากนั้นไปชม ณ วัดปราสาทเยอเหนือ (1 ใน 13 แห่งวัดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน จ.ศรีสะเกษ พระพุทธรูปและบานแกะสลักกว่า 1,500 ปี) ชุมชนเผ่าเยอ มีไกด์ไทบ้านแนะนำ เป็นจุดเช็คอินของนักท่องเที่ยว มีกิจกรรมจะทอผ้า เห็นการตกแต่งเครื่องประดับด้วยกระดุมเงิน ที่บ่งบอกถึงฐานะความร่ำรวย, การทำสุราพื้นบ้าน (เหล้าขาวภูมิปัญญาชาวบ้าน ถูกต้องตามกฏหมาย)

นอกจากนี้ยังมี สวนผลไม้ ท่องเที่ยวเชิงเกษตร สวนหอมแดงลุงละม้าย เทศบาลตำบลยางชุมน้อย และ สวนลุงบุญมี กลุ่มข้าวเกษตรอินทรีย์ที่โด่งดังที่สุด (ขนาดนายกฯ นั่งฮ. มาดู) หรือแม้กระทั่งสุดเขตชายแดน ต้องใช้เวลาเดินทาง 1.5 ชม. เพื่อไปจุดผ่านแดนถาวร ช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จากนั้นจึงเข้าสู่งานกาลาดินเนอร์ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดของกัมพูชาถึง 3 ท่านนำคณะเข้าสู่งาน

เสร็จภารกิจที่ต้องแวะไปให้ได้มุ่งหน้าสู่ อุทยานแห่งชาติ ผามออีแดง เนินนับดาว ชมแสงแรกสามประเทศ ไทย กัมพูชา ลาว และจุดสิ้นสุดแดนทางขึ้นเขาพระวิหาร หากใครอยากช้อปปิ้ง เดินทางลงมาไม่ถึง 15 นาที จุดน่าแวะซื้อของฝากคือ “กลุ่มทอผ้าขาวม้าพื้นเมือง” OTOP นวัตวิถี บ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดดเด่นเรื่องผ้าขาวม้า, น้ำกลั่นบริสุทธิ์จากใบย่านาง, สมุนไพรพื้นบ้านต่างๆ ตามด้วยกิจกรรมจัดเต็มจาก หมู่บ้านนวัตวิถีโอทอป บ้านโนนสว่าง อ.พายุห์ จ.ศรีสะเกษ แนะนำให้ชมกระบวนการทำหม่อนไหมที่นี่ การแซวผ้าลูกแก้ว ชมบ้านโบราณอายุกว่าร้อยปี ฯลฯ

และไฮไลท์ใหม่ สะพานไม้ไผ่..ห้วยทา ทอดยาวกลางผืนน้ำ รับลมชายทุ่งเต็มๆ แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ชุมชน ซึ่งเตรียมอาหารท้องถิ่นแบบชาวลาวเอาไว้ต้อนรับ พร้อมจัดบายศรีสู่ขวัญเสริมมงคล อบอุ่นและขลังเกินบรรยาย เป็นแบบพื้นบ้านชาวลาวก่อนแวะตลาดชุมชนที่บ้านหนองสามขา อ.โนนคูณ แวะเช็คอินจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่

โปรแกรมดังกล่าวฯ นับเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ, เพิ่มศักยภาพการค้า การลงทุน กระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ รวมถึงในภาพใหญ่ ได้กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน เป็นการเปิดศักราชใหม่ที่แสดงความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอย่างเต็มภาคภูมิ

keyboard_arrow_up