ไม่ได้มีดีแค่เกาะ! ‘เสนาหอย-วิลลี่’ บุกเมืองตราดตามหา ‘งอบ-สุนัข’ ของขึ้นชื่อประจำจังหวัด

2 คู่ซี้เดินทางสู่เมืองตราด ไปตามหาของขึ้นชื่อประจำจังหวัด ซึ่งจังหวัดตราดถือว่าเป็นจังหวัดที่สำคัญของประเทศไทย นอกจากมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง เกาะช้าง เกาะกรูด ที่นักท่องเที่ยวนิยมแล้ว แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคืองานหัตถกรรมภูมิปัญหาพื้นบ้านในการทำ “งอบ” หมวกที่เป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัด หน้าตาเป็นอย่างไรไปติดตามกันเลย

“เสนาหอย” เดินทางไปยัง ตำบลน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด เพื่อศึกษาการทำ “งอบ” กับช่างผู้เชี่ยวชาญจาก “ร้านเกษรงอบใบจากน้ำเชี่ยว” ถือว่าเป็นงานหัตถกรรมสร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่ชุมชนแห่งนี้

ขั้นตอนการทำ “งอบ” เริ่มจากตัดใบจากซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสานหมวก วิธีการสังเกตุใบจากที่สามารถทำไปประดิษฐ์เป็นงอบได้ ใช้วิธีการสังเกตุโดยนับทางที่สามจากยอดลงมา หรือสังเกตุหากใบไม่แก่หรือเหลืองเกินไป ซึ่งหมวก 1 ใบต้องใช้ใบจากถึง 60 ใบเลยทีเดียว

เมื่อได้ใบจากแล้วนำมาคัดเลือก โดยคัดให้ขนาดใบเท่าๆกัน และนับจำนวน 32-35 ใบ มัดรวมกันก่อนตัดโคนเพื่อให้ขนาดพอดีกัน จากนั้นนำเข็มร้อยด้ายมาเย็บตรงกึ่งกลางของใบจากและมัดให้แน่นและตัดส่วนยอดของใบจากและกางเหมือนพัด เพื่อขึ้นทรงหมวกและร้อยด้ายให้แน่นอีกครั้งหนึ่ง

จากนั้นตัดใบจากเป็นทรงแหลมเพื่อแซมส่วนที่ขาดของหมวกและเย็บให้ติดกันอีกครั้ง ก่อนนำไปตากแดดให้ใบจากแห้ง เมื่อได้ที่แล้วนำมาตกแต่งขอบงอบด้วยการตัดขอบใบจากให้เสมอกันและใส่ขอบเย็บให้แน่น 3 ครั้ง เพื่อความคงทนถาวร และนำไปยาน้ำมันและลงสีเพื่อให้สีสันสวยงาม ก่อนนำไปตากแดดให้แห้งอีกครั้งหนึ่ง เพียงเท่านี้ก็จะได้งอบผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อน้ำเชี่ยวแล้ว สำหรับราคาอยู่ที่ใบละ 150 บาทเท่านั้น

จากนั้น “วิลลี่-เสนาหอย” ไปบุกฟาร์มสุนัขพันธุ์ไทยแท้ ที่มีลักษณะหลังอาน หางดาบ ลิ้นดำ อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นของขึ้นชื่อประจำจังหวัดที่มีคำขวัญว่า “เมืองเกาะครึ่งร้อย พลอยแดงค่าล้ำ ระกำแสนหวาน หลังอานหมาดี ยุทธนาวีเกาะช้าง สุดทางบูรพา” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดแห่งสุนัขหลังอานของโลก นอกจากนั้นประเทศไทยได้ขึ้นทะเบียนสุนัขพันธุ์หลังอานในระดับประเทศและระดับโลกอีกด้วย ซึ่งผู้เพาะพันธุ์จะต้องทำทะเบียนประวัติ บัตรประชาชน เพื่อการันตีว่าสุนัขตัวนั้นๆถูกต้อง

วิธีการสังเกตุสุนัขหลังอาน ดูจากใบหูตั้ง หางดาบ ขนที่หลังย้อนกลับ (หลังอาน) นอกจากนั้นสุนัขพันธุ์นี้ถูกแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สุนัขแบบดั้งเดิมตามแบบเอกลักษณ์ตราด คือมีกะโหลกใหญ่ ใบหน้าดำ โครงร่างใหญ่ และอีกประเภทคือ สนัขรูปทรงดี สูงเพียว แต่ไม่มีพละกำลัง

ส่วนเพศเมียที่ถูกลักษณะดูจากโครงสร้างต้องได้มาตรฐานสายพันธุ์ โดยมีความสูงประมาณ 20 นิ้ว ปากมอม หูตั้ง หลังอานสวยสมดุล หางดาบ ลิ้นดำ และเล็บดำ

ขณะที่สีส่วนใหญ่เป็นน้ำตาลแดง หรือแดงเม็ดมะขาม และยังมีสีดำที่เป็นพันธุ์ดั้งเดิมของเมืองตราด แต่ไม่ได้รับความนิยมเพราะสมัยก่อนถือว่าเป็นสุนัขสีอัปมงคล นอกจากนั้นยังมีสีสวาท สีกลีบบัว ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่

การเลี้ยงดูสุนัขพันธุ์ไทยถือว่าเป็นพันธุ์ที่เลี้ยงและกินอยู่ง่าย มีภูมิคุ้มกันโรคและปรับสภาพตามภูมิอากาศได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีความจงรักภักดีต่อเจ้าของ ส่วนการดูแลอาบน้ำสุนัขของฟาร์มแห่งนี้เป็นวิธีการแบบโบราณ เพียงใช้ตะไคร้หอมและน้ำมะกรูดผสมกัน นำผ้าชุบน้ำเช็ดที่ตัวสุนัขเพียงเท่านี้ก็จะไม่มีกลิ่นรบกวนแถมยังกำจัดเห็บหมัดได้เป็นอย่างดี

สำหรับจังหวัดตราดถือเป็นจังหวัดที่สิ้นสุดแผ่นดินฝั่งตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งเป็นเมืองที่เงียบสงบแต่มีสีสันในตัวเอง ไม่ได้มีเพียงเกาะกลางทะเล แต่ยังคงสืบทอดงานหัตถกรรมพื้นบ้านในการทำงอบเอาไว้ และยังคงเพาะเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานพื้นบ้านเอาไว้ด้วย

ติดตามการผจญภัยเสาะหาทุกเรื่องที่อยากรู้ ทุกเรื่องที่สงสัย ทุกเรื่องที่คาใจจะหายได้ จาก 2 พิธีกรคู่ซี้ในรายการ “สอยมาเล่า” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 15.00 น. ช่องอมรินทร์ ทีวี ช่อง 34

keyboard_arrow_up