ผู้ปกครองควรรู้! วิธีสังเกตว่าลูกรัก เป็น ‘โรคสมาธิสั้น’ หรือไม่

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้า สื่อ  หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ เข้ามามีบทบาทอย่างมากกับชีวิตของเรา พ่อแม่ยุคใหม่หลายๆ คนก็นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการเลี้ยงลูก ซึ่งในบางทีก็กลับกลายเป็นโทษ เพราะเด็กๆ ติดมือถือ แท็ปเล็ต ใช้ครั้งหนึ่งหลายชั่วโมง หลายๆ คนก็ออกมาท้วงติงกันว่า การทำแบบนี้จะทำให้เด็กเป็น โรคสมาธิสั้น ได้ จะจริงเท็จอย่างไรนั้น ปากลำโพง จะพาไปถามผู้เชี่ยวชาญกัน!

นายแพทย์ชาญณรงค์ ชัยอุดมสม จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น  กล่าวว่า อันดับแรกผู้ปกครองต้องแยก โรคสมาธิสั้น และอาการสมาธิสั้น ออกจากกัน โดยโรคสมาธิสั้น (Attention deficit hyperactivity disorder (ADHD)) สาเหตุจะมาจากการที่สมองของเด็กทำงานผิดปกติตั้งแต่ในครรภ์ โดย 80% เกิดจากพันธุกรรม หรือการที่คุณแม่ใช้สารเสพติดระหว่างตั้งครรภ์ กินเหล้า สูบบุหรี่ ก็เป็นการเพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน ส่วนอาการสมาธิสั้น ไม่จดจ่อ เรียนได้ไม่ดีนั้น เกิดจากสภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมให้เด็กให้เด็กขาดสมาธิ ซึ่ง การใช้มือถือ เครื่องมือสื่อสาร หรือชมโทรทัศน์นานๆ ก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้

โรคสมาธิสั้นเป็น 2 ประเภท คือประเภทเหม่อลอย ขี้ลืม โดยจะมีอาการวอกแว่ก จดจ่ออะไรไม่ได้นาน มีอาการหูทวนลม ไม่ทำตามที่พ่อแม่สั่งหรือทำได้ไม่ครบ ประเภทที่ 2 คือซน ไม่อยู่นิ่ง มีอาการยุกยิกตลอดเวลา ปีนป่ายที่ไม่เหมาะสม ใจร้อน ชอบพูดแทรก โดยเด็กเป็นแค่ประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือเป็นทั้งคู่ก็ได้ เห็นอาการได้ชัดเจนประมาณ 7 ขวบหรือช่วงขึ้นชั้น ป.1 เพราะจะไม่มีสมาธิจนเป็นปัญหาในการเรียนร่วมกับเพื่อนๆ ในชั้นเรียนได้ ซึ่งพ่อแม่และคุณครูต้องช่วยกันสังเกต และหากพบว่ามีอาการควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา แต่ไม่ต้องเป็นกังวลกันจนเกินไป เพราะโรคสมาธิสั้นเป็นโรคที่สามารถรักษาได้ ทั้งจากการใช้ยาและการปรับพฤติกรรม

ในกรณีอาการสมาธิสั้น ที่เกิดจากการใช้สื่อมากเกินไปนั้น ก็สามารถแก้ไขโดยการให้เด็กรับสื่อน้อยลง ใช้สื่อในปริมาณที่เหมาะสม หากเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปีครึ่ง ไม่ควรใช้เลย นอกจากการวิดีโอคอลกับพ่อแม่  เด็กอายุ 2-5 ปีให้ใช้หรือดูโปรแกรมที่เหมาะกับเด็ก และพ่อแม่ต้องคอยดูควบคู่ไปด้วย อย่าปล่อยให้เด็กดูคนเดียว และไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน หากเป็นเด็กโตกว่านั้น สามารถปล่อยให้เด็กใช้สื่อด้วยตัวเองได้ แต่ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมเช่นกัน

โรคสมาธิสั้น
ติดตามรายละเอียดเต็ม ๆ ได้ในคลิปด้านล่าง และอย่าลืมติดตามรายการ ปากลำโพง  สดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-10.00 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34 

keyboard_arrow_up