จากดินสู่ดาว! ‘เคลลี่ มารี ทราน’ เล่าปมชีวิต กว่าจะมาเป็นหญิงแกร่งอีกคน ในหนัง Star Wars

อินเนอร์มาเต็มจริงๆ สำหรับนักแสดงสาว “เคลลี่ มารี ทราน” (Kelly Marie Tran) ที่มารับบท “โรส ทิคโค่” ช่างซ่อมบำรุง เป็นตัวละครใหม่ที่ได้มาแจ้งเกิดในหนังฟอร์มยักษ์ Star Wars: The Last Jedi

โดยเจ้าตัวเผยตัวละคร “โรส” ผู้ต่ำต้อยนั้นอยู่ในตัวตนของเธอ เนื่องจากพ่อกับแม่ของเธอเป็นผู้ลี้ภัย อพยพจากประเทศเวียดนามมาหลังจากสงคราม กว่าจะมาเป็นหญิงแกร่งอีกคนในหนังแห่งตำนานนี้ “เคลลี่ มารี ทราน ต้องฝ่าฟันอะไรมาบ้าง ไปเจาะลึกกันเลย

เล่าถึงกระบวนการที่คุณต้องผ่านกว่าจะได้รับบทนี้หน่อยสิ และคุณทำอย่างไรถึงได้เก็บมันเป็นความลับได้นานขนาดนี้

“ฉันเริ่มออดิชันตอนเดือนมิถุนายน ปี 2015 และมันก็เป็นกระบวนการออดิชันที่ยาวนาน 5 เดือน ที่ถูกปกคลุมไปด้วยความลับ ฉันรู้ว่าฉันได้บทนี้ตอนเดือนพฤศจิกายน ปี 2015 หลังจากนั้นในเดือนธันวาคม ฉันก็ย้ายไปลอนดอนทันที ฉันบอกใครไม่ได้ทั้งนั้นว่าฉันจะไปไหน หรือฉันทำอะไรจนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2016 ฉันก็เลยบอกทุกคนว่าฉันไปแคนาดาเพื่อทำงานในหนังอินดี้เรื่องหนึ่งและโกหกทุกคนที่ฉันรู้จัก ฉันแย่มากเลย เพื่อนฉันจะส่งข้อความหาฉันและร้องขอภาพวิวตามท้องถนน ฉันก็ต้องไปกูเกิลเพื่อหาภาพท้องถนนในแคนาดาเพื่อส่งกลับไปให้พวกเขาค่ะ”

การฝึกสตันท์ของคุณเป็นอย่างไรบ้าง

“มันตลกมากค่ะ เพราะฉันคิดว่าในตอนที่คุณเป็นนักแสดงที่กำลังลำบากอยู่ในแอลเอ ซึ่งฉันเป็นอย่างนั้นอยู่ตอนที่ฉันได้บทนี้ คุณจะคิดเสมอถึงการไปถึงจุดหมายที่คุณอยากจะไป คุณจะคิดเสมอถึงการได้บทในหนังหรือซีรีส์ และคุณก็ไม่เคยคิดเลยว่าพอคุณได้บทนั้นมาแล้วและต้องลงมือทำงานจริงๆ มันจะเป็นเรื่องยากแค่ไหน พอฉันย้ายไปลอนดอน ฉันก็เริ่มฝึกร่างกาย มันบ้ามาก ฉันต้องเรียนรู้การเป็นนักกีฬาเพื่อที่จะเป็นนักแสดง และมันก็เป็นเรื่องยากมากๆ ในตอนนั้น แต่ฉันก็มีระบบสนับสนุนที่ดีมากๆ ที่ช่วยให้ฉันผ่านมันไปได้ การฝึกเป็นอะไรที่เข้มข้นค่ะ มันสนุกก็จริงแต่ก็ยากจริงๆ ด้วยค่ะ”

ส่วนไหนที่เข้มข้นบ้าง

“มันมีหลากหลายแง่มุมค่ะ เราต้องฝึกยกเวทบ่อยๆ ส่วนสำหรับฉากสตันท์ เราต้องเรียนรู้การต่อสู้รูปแบบต่างๆ และการกระโดดไปมา รวมถึงเรียนรู้การรับกระสุนที่ถูกต้อง รวมถึงวิธีการใช้อาวุธประเภทต่างๆ ด้วย มันเป็นเรื่องยากแต่ก็เจ๋งด้วย ทีมสตันท์น่าทึ่งมาก พวกเขาเป็นหนึ่งในทีมสตันท์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกเลย มันเจ๋งมากๆ ที่ได้เรียนรู้จากพวกเขา ตอนที่คุณได้ดูพวกเขาต่อสู้ มันจะดูสมจริง ดังนั้น ตลอดเวลาฉันก็เลยพยายามที่จะทำให้แม่นยำเหมือนพวกเขา สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับฉันคือการแสดงฉากกระโดดหรือการร่วงลงมา รวมถึงการพยายามรักษาความเป็นตัวละครตัวนี้เอาไว้และจำให้ได้ว่าฉันเองก็กำลังแสดงอยู่เหมือนกันน่ะค่ะ

โรส ทิคโค่” ตัวละครของคุณเป็นใคร แล้วตอนเราพบเธอ เธอทำอะไรอยู่

“โรสเป็นสมาชิกของฝ่ายต่อต้านค่ะ เธอมีพี่สาวที่อยู่ในฝ่ายต่อต้านด้วยเช่นกัน และเธอก็เจ๋งมากๆ เธอเป็นมือปืน และโดยเนื้อแท้แล้ว เธอเป็นอย่างที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึงฮีโร่ แต่โรสกลับตรงกันข้าม เธอทำงานฝ่ายซ่อมบำรุงและก็ไม่มีใครรู้จักเธอ พี่สาวเธอเป็นคนเจ๋ง ที่ออกสู่แนวหน้าอยู่ตลอด ส่วนโรสจะเป็นคนที่อยู่ด้านหลังท่อ คอยซ่อมสิ่งต่างๆ แต่ก็มีบางอย่างเกิดขึ้นในตอนเริ่มต้นเรื่องที่ดึงโรสเข้าสู่การผจญภัยครั้งนี้ เธอได้พบกับฟินน์และเขาก็สำคัญสำหรับเธอ มันเหมือนกับการได้พบฮีโร่สมัยเด็ก โรสเป็นคนที่อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำต้อยที่สุดในฝ่ายต่อต้าน และนี่คือฟินน์ ผู้ซึ่งสำหรับเธอแล้วเป็นเหตุผลที่ทำให้เธออยู่ที่นั่น ดังนั้น พอพวกเขาได้พบกัน พวกเขาก็ได้ออกผจญภัยสุดเหวี่ยงด้วยกัน ซึ่งมันก็เป็นเรื่องน่าสนใจที่ได้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่พัฒนาขึ้นไปยังไงบ้างระหว่างหนังเรื่องนี้น่ะค่ะ”

Photo: Lucasfilm Ltd…©2017 Lucasfilm Ltd. All Rights Reserved

การร่วมงานกับ “จอห์น โบเยก้า” เป็นอย่างไรบ้าง

“จอห์นอาจจะเป็นคู่หูที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะหาได้ในหนังฟอร์มยักษ์แบบนี้ โดยเฉพาะสำหรับคนอย่างฉันที่ไม่เคยแสดงหนังแบบนี้มาก่อน เขาเป็นคนตลกมาก มีเสน่ห์และน่าหลงใหล และในฐานะนักแสดง เขาก็เป็นคนใจดีและเอื้อเฟื้อมากๆ ฉันได้เรียนรู้เคล็ดลับการแสดงมากมายจากเขาค่ะ เราหัวเราะและเล่นมุขกันบ่อยๆ เราเข้ากันได้ในทันทีเพราะพ่อแม่ของเขาเป็นผู้อพยพและพ่อแม่ของฉันก็เป็นผู้อพยพเหมือนกัน เราก็เลยได้รับการเลี้ยงดูในแบบที่คล้ายๆ กัน เราเข้ากันได้ในทันทีค่ะ

คุณมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้างในการได้เห็นและได้ร่วมงานกับตัวละครในตำนานบางคน และได้เห็นเลอาและ C-3PO

“ในวันแรกที่ฉันไปกองถ่าย พอฉันเดินเข้าไป ฉันก็เจอ C-3PO อยู่ตรงนั้น ฉันก็แค่เดินไปหาแอนโธนี่ แดเนียลส์และขอกอดเขา ซึ่งเขาก็กอดฉัน มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด มันบ้ามากกับการผสมผสานตัวละครใหม่และตัวละครเก่าเข้าด้วยกัน และการที่ฉันเป็นตัวละครใหม่ที่ได้มาอยู่กับพวกเขาทุกคนแบบนี้น่ะค่ะ ฉันยังคงไม่สามารถแยกแยะระหว่างความเป็นจริงกับความฝันในความคิดของฉันได้เลย เพราะฉันยังไม่อยากจะเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ และฉันได้ร่วมงานกับคนพวกนี้จริงๆ น่ะค่ะ”

คุณมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้างในการได้เดินไปในฉากพวกนี้ และได้เห็นรายละเอียดงานสร้างทั้งหมดในฉากพวกนี้ที่พวกเขาได้สร้างขึ้น

ฉันไปกองถ่ายบ่อยๆ ค่ะ แทบทุกวันเลย แม้ว่าฉันจะไม่ต้องทำงานก็ตาม ฉันจะไปที่ฉาก เดินเข้าไปในแผนกต่างๆ ดูสเตจต่างๆ และดูว่าพวกเขาทำอะไรกันในวันนั้น มันสนุกมากที่ได้เห็นแผนกศิลป์ แผนกสิ่งมีชีวิตและการออกแบบงานสร้างและเครื่องแต่งกาย ได้เห็นว่าทุกอย่างใช้รายละเอียดและเวลามากแค่ไหน ในฐานะผู้ชม คุณไม่ทันตระหนักถึงเรื่องนั้นหรอกเพราะคุณก็แค่นั่งอยู่ตรงนั้น สนุกกับมันและปล่อยให้เรื่องราวเกิดขึ้น ในฐานะนักแสดง คุณอยู่ในผลิตภัณฑ์สำเร็จที่หล่อหลอมจากศิลปะรูปแบบต่างๆ มากมาย ซึ่งสำหรับฉันแล้ว นั่นเป็นเรื่องน่าทึ่งมากๆ ฉันเคยเป็นหนึ่งในผู้ชมและได้ดูหนังมานานมากๆ แต่ฉันไม่เคยคิดถึงมันแบบนั้นมาก่อน ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนสร้างฉากนี้ขึ้นมาและมันก็ใช้เวลาตั้งเก้าเดือน มันบ้ามากๆ ที่จะคิดถึงเรื่องแบบนี้และตระหนักว่าคุณกำลังทำงานกับทีมงานที่ดีที่สุดในทุกแผนกน่ะค่ะ”

Photo: Lucasfilm Ltd…©2017 Lucasfilm Ltd. All Rights Reserved

ฉากแคนโต้ ไบรท์เป็นอย่างไรบ้าง

“อย่างที่ฉันบอกค่ะ โรสกับฟินน์ได้ไปผจญภัยด้วยกัน พวกเขาไปลงเอยอยู่ในแคนโต้ ไบรท์ ซึ่งเป็นดาวคาสิโน ฉากนี้เหลือเชื่อเลย มีทุกคนและทุกสิ่งมีชีวิตอยู่ในฉากนั้น เครื่องแต่งกายทุกชุดเลย มันเหลือเชื่อค่ะ ฉันไม่สามารถถ่ายทอดมันออกมาเป็นคำพูดได้ด้วยซ้ำ ฉันแทบอดใจที่จะให้ผู้ชมได้เห็นฉากนี้ไม่ไหวเลยล่ะค่ะ มีสิ่งมีชีวิตหลายร้อยตัวและตัวประกอบหลายร้อยคน มันเป็นฉากที่หรูหราและยิ่งใหญ่ที่สุด มีคนไม่มากหรอกนะคะที่จะได้สัมผัสกับอะไรแบบนั้น พอฉันเดินเข้าไป ฉันก็ตั้งสมาธิไม่ได้เลยเพราะฉันมัวแต่มองทางนั้นทางนี้อยู่ มันมีอะไรบางอย่างน่าสนใจให้มองเสมอ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เคลื่อนไหวตรงนั้น หรือบางสิ่งที่ขยับเขยื้อนตรงนี้ มันบ้ามากค่ะ”

เล่าเรื่องดีเจหน่อย

“เบนิซิโอ เดล โทโร่ รับบท ดีเจ ค่ะ จอห์นกับฉันหมกมุ่นเรื่องเขามาก เขาน่าทึ่ง และเราก็ได้เรียนรู้อย่างมากจากเขาด้วย ทุกครั้งที่เขาทำอะไรซักอย่าง เราก็จะหันไปมองหน้ากันทำนองว่า “เขาเป็นตำนานเหลือเกิน” น่ะค่ะ”

จากมุมมองของคุณ การเพิ่มตัวละครหญิงแกร่งอีกคน เข้าไปในจักรวาล Star Wars เป็นอย่างไรบ้าง

“มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสองเรื่องที่แตกต่างกันค่ะ ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ที่ได้แสดงเป็นคนๆ นี้ ที่ฉันหวังว่าคนจะมองเป็นแบบอย่างได้ ในอีกแง่หนึ่ง มันก็ให้ความรู้สึกว่าเป็นความรับผิดชอบใหญ่หลวง คุณอยากจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง คุณอยากจะทำในสิ่งที่เหมาะสมต่อแฟรนไชส์นี้เพราะคนหลายรุ่นมากๆ ที่รักเรื่องนี้ มีผู้หญิงจำนวนมากที่กระหายอยากจะเห็นตัวละครหญิงแกร่งและผู้หญิงผิวสีจำนวนมากก็กระหายอยากจะเห็นผู้หญิงผิวสีเป็นตัวละครแกร่ง มันก็เลยเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเพราะฉันจะได้ทำอะไรแบบนั้น และสำหรับฉัน มันก็ยังมีความรู้สึกของความรับผิดชอบและความต้องการจะทำในสิ่งที่ถูกต้องด้วยค่ะ”

จากดินสู่ดาว! 'เคลลี่ มารี ทราน' เล่าปมชีวิต กว่าจะมาเป็นหญิงแกร่งอีกคน ในหนัง Star Wars
ภาพ : IG@kellymarietran

การทำงานท่ามกลางระเบิดและแอคชั่นเข้มข้นเป็นอย่างไรบ้าง

“มันบ้ามากค่ะ ฉันยังจำฉากพวกนั้นที่เราต้องวิ่งไปทั่ว และมีทั้งเปลวเพลิง มีสตอร์มทรูปเปอร์ มีไฟ มีเสียงปืนดัง มีอะไรต่อมิอะไรเกิดขึ้นมากมาย มันให้ความรู้สึกเหมือนคุณอยู่ในสถานการณ์นั้นจริงๆ แม้ว่าเราจะสามารถสั่งคัทได้ระหว่างนั้น แต่คุณจะรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในเขตสงครามจริงๆ คุณจะรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ใน Star Wars เหมือนกับคุณเป็นตัวละครพวกนั้นในชั่วขณะนั้นจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะรู้สึกแบบนั้นเพราะทุกอย่างถูกสร้างขึ้นมาจริงๆ ไฟกำลังไหม้จริงๆ ระเบิดกำลังระเบิดจริงๆ มันเป็นประสบการณ์ที่เจ๋งและเป็นเรื่องเจ๋งๆ ที่ฉันได้มีส่วนร่วมค่ะ”

การร่วมงานกับผู้กำกับ “ไรอัน จอห์นสัน” เป็นอย่างไรและสไตล์ของเขาเป็นอย่างไรบ้าง

“ไรอันเป็นหนึ่งในคนที่ฉันชื่นชอบที่สุดในโลก เขาไม่เพียงแต่เขียนบทหนังเรื่องนี้เท่านั้น แต่เขายังได้กำกับมันด้วย ในฐานะผู้กำกับ เขาเป็นคนที่เปิดกว้างและให้ความร่วมมืออย่างมาก แม้ว่าเขาจะเป็นคนเขียนบท เขาก็ไม่ได้ยึดติดกับถ้อยคำซักเท่าไหร่ ถ้ามีอะไรที่นักแสดงรู้สึกว่าไม่เวิร์คสำหรับพวกเขา หรือถ้ามีคนอยากจะทดลองพูดอะไรออกมา เขาก็เปิดกว้างและให้ความร่วมมืออย่างมากค่ะ หลายครั้ง เราจะหาทางออกกันในฉากเลย มันเป็นกระบวนการที่ไหลลื่นและง่ายดายมากๆ ฉันรู้ว่าฉันโชคดีมากๆ เพราะสำหรับฉัน หนังฟอร์มยักษ์ขนาดนี้กลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนฉันใช้เวลาอยู่กับเพื่อน และแสดงหนังเพื่อความสนุกเท่านั้น ไม่มีความกดดันเลย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเพราะฉันคิดว่าในฐานะนักแสดง คุณจะต้องรู้สึกสบายใจเพื่อที่คุณจะสามารถทำตัวซื่อตรงได้ในชั่วขณะนั้น เขาน่าทึ่งมากๆ และฉันก็คิดว่าทุกคนในกองถ่ายรู้สึกสบายใจด้วยค่ะ”

อะไรคือบทสนทนาแรกๆ ระหว่างคุณกับ “ไรอัน จอห์นสัน” เกี่ยวกับการพัฒนาตัวละครตัวนี้ล่ะ

“ไรอันคุยกับฉันนิดหน่อยว่าโรสเป็นยังไงสำหรับเขา ตอนที่เขาเขียนบทนี้ขึ้นมา แต่ฉันก็มีอิสระที่จะทำการค้นคว้าข้อมูลของตัวเองค่ะ ฉันคิดว่าความเป็นเธออยู่ในตัวฉันมากอยู่แล้วเพราะเธอมีความสัมพันธ์ที่เฉพาะเจาะจงกับสงครามและความเป็นมาของครอบครัวเธอและครอบครัวของฉันก็มีประสบการณ์คล้ายๆ กัน พ่อแม่ของฉันต่างก็หนีสงครามเวียดนามมา พ่อของฉันเป็นเด็กข้างถนน ตอนเล็กๆ เขาจนมากและถูกพรากทุกอย่างไปจากเขา ซึ่งครอบครัวโรสก็เป็นอย่างเดียวกัน ดังนั้น หลายสิ่งที่ฉันคิดว่าโรสต้องรับมือด้วยก็เป็นสิ่งที่ฉันมีอยู่ภายในตัวอยู่แล้ว นอกเหนือจากนั้น ซึ่งฉันคิดว่าไรอันไม่รู้ด้วยซ้ำ แต่ฉันได้ฟังพ็อดคาสต์มากมายเกี่ยวกับสงครามเวียดนาม ฉันได้อ่านหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับการเป็นวิศวกร เกี่ยวกับการซ่อมสิ่งต่างๆ และรูปแบบสมองที่วิศวกรมี ในแง่ของการมีนวัตกรรมและการเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตรงหน้า ฉันได้ทำการค้นคว้าข้อมูลแปลกๆ เยอะเลยค่ะ”

Photo: Lucasfilm Ltd…©2017 Lucasfilm Ltd. All Rights Reserved
Photo: Lucasfilm Ltd…©2017 Lucasfilm Ltd. All Rights Reserved
ภาพ : IG@kellymarietran
ภาพ : IG@kellymarietran

อ่านข่าวและบทสัมภาษณ์อื่นๆ คลิก >>  STAR WARS: THE LAST JEDI

keyboard_arrow_up