ปลายฝนที่ ‘SAPA’ เวียดนาม เมืองเล็กๆ ที่น่ารัก

เคยจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวแบบไม่มีอะไรในหัวไหม…? วันนี้อมรินทร์ทีวี ออนไลน์ จะพาไปเที่ยว “ซาปา” (SAPA) เมืองชายแดนตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ในจังหวัดหล่าวกาย มีจุดเด่นคือมีการทำนาขั้นบันได มีภูมิทัศน์สวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยว พักผ่อน และสูดอากาศที่แสนบริสุทธิ์

ทริปนี้เราเดินทางกันช่วงเดือนตุลาคม (21-24 ต.ค. 2561) จะมีฝนหน่อยๆ หมองยามเช้าจะหนามาก (ก.ไก่ล้านตัว) อย่างที่เกริ่นไว้แต่ต้นว่า ทริปนี้ไปเที่ยวแบบแบบไม่มีอะไรในหัว ไม่มีแพลน เราเลือกใช้บริการ “เอเจนซี่” ในการให้บริการรถบัสรับ-ส่ง สนามบินไปยังทุกที่ที่เราพัก และตั๋วรถไฟแบบนอนทั้งไป-กลับ (จากฮานอย-ซาปา, จากซาปา-ฮานอย) หากเพื่อนๆ สนใจลองใช้บริการได้ โดยอินบ็อกซ์ไปที่เฟซบุ๊ก Nguyen Huong บอกเลยว่า บริการดีมากๆ

รถไฟที่จะพาเราไปยังซาปา

อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับการเดินทางแบบไร้แพลน คือ Pocket Wifi เราต้องไม่พลาดทุกการสื่อสาร เนื่องจากเราใช้บริการเอเจนซี่ แน่นอนว่า มันต้องมีการติดต่อเรื่องจุดนัดพบตามสถานที่ต่างๆ และครั้งนี้เราเลือกใช้บริการของ Tripizee ให้ทริปของเราเป็นเรื่องอีซี่ อีซี่ และมันก็กลายเป็นพระเอกของทริปนี้ไปเลย

 

 

 

 

 

 

 

Day 1 การเดินทางแบบฉึกฉัก เท้าแตะพื้นสนามบิน รถมารอรับ เข้าบริษัทเอเจนซี เตรียมตัวไปขึ้นรถไฟนอน ปลายทางคือ “ซาปา” รถไฟแบบนอนของที่นี่มีให้บริการห้องราว 4 รูปแบบ ได้แก่ Sapaly Train, Dream Train, Livitran Train มีลักษณะห้องนอนคล้ายกัน ต่างกันที่ของตกแต่ง และ Chapa Train จะมีบริการไวน์เพิ่มเติม ซึ่งห้องที่ทางเอเจนซีแนะนำจะเป็นห้องแบบ Dream Train และ Livitran Train ราคาเท่ากันที่ 30 เหรียญดอลลาร์ฯ (ต่อเที่ยว) ทันทีที่รถไฟออกตัว เราก็ควรหลับนอน เพราะมันจะโคลงเคลง ครื้นเครง สุดๆ ไปเลย

ด้านหน้าของสถานีรถไฟเมืองซาปา
รถบัสรับ-ส่งชาวคณะ

Day 2 เพราะที่พักมันไกล สิ้นสุดเสียงหวูดรถไฟ การเดินทางได้เริ่มขึ้น เมื่อรถบัสจะไม่ไปส่งเรายังที่พัก เพราะห่างไกลจากตัวเมืองราว 50 นาที ฝนก็ตก แต่การเจรจาก็จบลง ทางรถบัสยอม ตลอดการเดินทางทำให้เรารู้ว่า “ที่เขาไม่ยอมไปส่งเพราะมีการทำทาง เส้นทางขรุขระ เสี่ยงต่อการที่ยางรถจะแตก หรือได้รับอุบัติเหตุระหว่างทาง” มันคือความผิดพลาดที่ชาวคณะไม่ได้เช็กเส้นทางก่อน ก็บอกแล้ว… ไม่มีแพลนในหัวอย่างไรแหละ

ถึงที่พักโดยสวัสดิภาพ ชาวคณะเลือก “D&D Eco Sapa” เป็นที่พักที่ตั้งอยู่กลางหุบเขา วิวข้างหน้าเขียวสด พื้นที่ด้านล่างมีการก่อสร้างเขื่อน ลมพัดเย็น ฝนตกบางๆ หมอกลงหนาบ้างเป็นบ้างเวลา กิจกรรมไม่มีอะไรมาก กิน แล้ว นอน แล้ว กิน แล้วนอน เพราะอะไรนะหรอ ฝนตกไง ถนนมีการทำทาง… อีโค่มั้ยแหละ

Day 3 รถบรรทุกพลิกคว่ำ ชาบูแซลมอน ปรับแพลน (ทั้งที่ไม่มีแพลน) ออกเช้าเพื่อไปท่องเที่ยว หลังจากที่นอนเต็มอิ่มกว่าทานข้าว สถานที่เที่ยวใน “ซาปา” มีให้ไปเปิดประสบการณ์มากมาย แต่ชาวคณะขอเลือก 2 สถานที่จากทั้งหมด คือ ที่แรก “ยอดเขาฟานซีปัง” (Fansipan) เป็นภูเขาที่มีความสูงที่สุดในประเทศเวียดนามด้วยความสูง 3,143 เมตร โดยได้ฉายาว่า “หลังคาแห่งอินโดจีน” และที่สอง “หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต” (Cat Cat Village) ตั้งใจไปหยุดเวลาในการใช้ชีวิตให้ช้าลง แต่แล้ว…

ลานเอนกประสงค์ ให้บรรยากาศคล้ายๆ เซ็นเตอร์พอยท์บ้านเรา

บรรยากาศ SAPA Town

แพลนที่ตั้งใจไว้ดั่งว่า ก็สิ้นสุดลง! เมื่อรถบรรทุกพลิกคว่ำ ขวางเส้นทางการจราจรบนภูเขา ชาวคณะติดอยู่นานหลักชั่วโมง กว่าจะถึง “ซาปา ทาวน์” ก็ปาไปเกือบเที่ยง กองทัพต้องเดินด้วยท้อง พักเรื่องเที่ยวแล้วเลี้ยวเข้าร้านทานชาบูเนื้อวัว และปลาแซลมอนแทน ชาบูที่ซาปามีชื่อเสียง ใครมาต้องลิ้มรสชาบูแซลมอน เพราะที่นี่เขาใช้ปลาแซลมอนแบบสดๆ ตักจากบ่อขึ้นมาแล่เสิร์ฟขึ้นโต๊ะ… อร่อยลืม (แพลน)

ชาบูเนื้อวัว และปลาแซลมอน เนื้อๆ เน้นๆ มื้อนี้ 8 แสนดอง
ร้านกาแฟมีเยอะมาก เข้าทุกร้าน ตาค้างกันไปเลย
แหล่งช้อปปิ้ง กำเงินให้แน่นๆ

อิ่มท้องก็มองนาฬิกา แพลนที่ตั้งใจไว้… ลืมๆ มันไปเสียเถิด เพราะเดี๋ยว 17.00 น. ชาวคณะก็ต้องขึ้นรถไฟเดินทางกลับฮานอยแล้ว นั่นแปลว่า อีก 3 ชั่วโมงเราจะทำอะไร? เดินสำรวจเมืองที่มีหมอกปกคลุมตลอดเวลา ที่สำคัญฝนตกเก่งด้วย มีย่านช้อปปิ้งเล็กๆ ที่คับคั่งไปด้วยของแบรนด์เนมเกรดเอ คุณภาพตามราคา แพ๊บๆ หมดเวลาเดินทางขึ้นรถไฟกลับเมืองฮานอย… ก็ไม่มีแพลนไง

โบสถ์ Nhà thờ Sapa (Notre Dame Cathedral)

Day 4 ฟ้าสว่างที่ฮานอย ชาวคณะเดินทางพักต่อที่บริษัทเอเจนซี อาบน้ำเอนกาย ตั้งใจออกเที่ยวสักนิดส์ เพื่อให้รู้ว่ามาถึงฮานอยกันแล้ว สถานที่เที่ยวมีเยอะแต่เวลามีน้อย เพราะ 17.30 น. ต้องเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร กันแล้ว ไม่รอช้าเคลียร์ตัวเอง ทานข้าว เช่ามอเตอร์ไซค์แล้วออกแว้นซ์ การขับขี่รถจักรยานยนต์ที่นี่ต้องใจถึง อย่าถามหากฎจราจร เสียงบีบแตรดังก้องทุกแยก!

 

ขอจบ “ตอนที่ 1” ไว้เพียงเท่านี้ก่อน เพราะเนื้อหาค่อนข้างมากแล้ว เดี๋ยวจะเบื่อที่จะติดตามกัน ใน “ตอนที่ 2” เราจะมาเล่าถึง “สถานที่ต้องเที่ยว ในเมืองฮานอย” บอกเลยว่าใช้เวลาเพียง 1 วันก็สามารถเที่ยวครบได้เลย สำหรับตอนที่ 1 นี้ จะเห็นได้ว่า ชาวคณะต้องเผชิญกับอุปสรรค์ต่างๆ นานา สิ่งที่ช่วยให้ทริปนี้ราบรื่นเป็นที่สุดคือ “การสื่อสาร” ที่ไม่ขาดไม่สะดุด กับ Pocket Wifi Tripizee อึด ทึก ทน มากๆ ชาร์จไฟเต็มสามารถใช้ได้นานนับ 10 ชั่วโมง ไม่ต้องเชื่อมต่อบ่อยๆ ด้วย คือดีย์มาก.

keyboard_arrow_up