16 ปีที่ยังอยู่ในใจ ‘จรัล มโนเพชร’ ตำนานราชาโฟล์คซองคำเมืองของไทย

เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้ง สำหรับการสูญเสียครั้งใหญ่ของอาณาจักรล้านนาและวงการดนตรีบ้านเรากับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของตำนานผู้ปลุกกระแสเพลงคำเมือง จรัล มโนเพ็ชร กว่า 16 ปีที่เค้าจากไปด้วยหัวใจล้มเหลวฉับพลัน เมื่อย่ำรุ่งของวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2544 ที่จังหวัดลำพูน สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วประเทศ ผู้คนจำนวนมากจากทุกวงการเดินทางไปคารวะศพของเขา ซึ่งตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร พวงหรีดที่มีผู้นำไปแสดงความเคารพและคารวะศพของจรัลมีเป็นจำนวนมากจนกระทั่งไม่มีที่วาง ทางวัดจึงต้องนำไปแขวนไว้บนกำแพงวัดทั้งด้านในและด้านนอก และหลังการเสียชีวิตของจรัล มโนเพ็ชร นอกจากการขนานนามที่เขาได้รับมาตลอดว่าเป็น ราชาโฟล์คซองคำเมือง แล้วผู้คนได้ยกย่องให้ จรัล มโนเพ็ชร เป็นนักรบวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่นอีกด้วย

ที่กล่าวเช่นนั้นเพราะ จรัล มโนเพ็ชร เป็นคนแรกที่นำวิทยาการเรื่องดนตรีในแบบฝรั่งอย่าง โฟล์คซอง มาผสมกับภาษาท้องถิ่น เพลงทุกเพลงของเค้าล้วนแต่ใช้คำเมืองทั้งหมด อีกทั้งเค้ายังเป็นคนที่ทำให้คนรุ่นใหม่ได้ตระหนักรู้ถึงรากเหง้าของตัวเอง ในเรื่องของวัฒนธรรมผ่านบทเพลงโฟล์คซองคำเมือง

จากบทเพลงซึ่งบรรเลงโดย สะล้อ ซอ ซึง จรัล มโนเพชร นำมาดัดแปลงเล่นกับกีต้าร์ในรูปแบบของเพลงโฟล์ค ซึ่งนับเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มากในยุคสมัยนั้น ด้วยมีเสียงค้านจากผู้เท่าผู้แก่ที่มองว่าขัดต่อขนบธรรมเนียม แต่สุดท้ายวลีที่ว่า “เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์” ก็เกิดขึ้นจริง เมื่อความหัวรั้นของเค้าทำให้เด็กรุ่นใหม่ หันกลับมาฟังเพลงเก่าอีกครั้ง ทำให้ผู้ใหญ่ยอมรับว่า วิญญาณของเพลงคำเมือง ถูกปลุกขึ้นขึ้นมาอีกครั้งด้วยโฟล์คซอง

แม้จะสนใจในเรื่องดนตรีมาตั้งแต่เด็ก แต่เค้าก็เป็นเพียงชายคนนึงที่รักในดนตรี แต่หาได้หยั่งลึกไม่ จนกระทั่งวันที่เค้าได้นั่งพูดคุยกับอาจารย์จำเหลาะ สมจิตต์ ครูเพลงคนแรกในชีวิตของ จรัล มโนเพ็ชร เพียงแค่ชี้แนวทางในการแต่งเพลงจากการสังเกตและจิตนาการ แต่นั่นกลับเป็นเหตุการณ์ที่จุดประกายให้เค้าสามารถแต่งบทเพลงออกมาได้อย่างมากมายและยังเป็นที่โด่งดังในเวลาต่อมาอีกด้วย นับเป็นความอัจฉริยะของมหาคีตกวีล้านนาโดยแท้

สำหรับวงการเพลง จรัล มโนเพ็ชร ได้เริ่มต้นบันทึกเสียงจากการชักชวนของ มานิด อัชวงศ์ ผู้จัดการส่วนตัวคนแรกและคนเดียวในชีวิต เมื่อปี พ.ศ. 2520 และนับจากนั้นชื่อของ จรัล มโนเพ็ชร และบทเพลงโฟลคซองคำเมืองอันไพเราะของเค้าก็เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ

หลากหลายบทเพลงดังของ จรัล มโนเพ็ชร ที่ยังติดหูผู้ฟังมาจนถึงวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น พี่สาวครับ, ล่องแม่ปิง, บ้านบนดอย, อุ๊ยคำ และอีกมากมายรวมถึงเพลง รางวัลแด่คนช่างฝัน ที่บันทึกเสียงมาแล้วกว่า 54 เวอร์ชั่นและยังมีตามมาอีกเรื่อยๆ และบทเพลง มะเมี๊ยะ ที่ทำให้ผู้คนรู้จักเชียงใหม่มากขึ้นและยากจะค้นคว้าประวัติศาสตร์ล้านนามากขึ้น

บทเพลงของ จรัล มโนเพ็ชร เป็นบทเพลงอมตะที่ไม่มีวันตกยุคตกสมัย หลากหลายศิลปินนำเพลงของเค้ามาร้องใหม่ในสไตล์ของตัวเอง และบางครั้งก็ร้องในสไตล์ดั้งเดิมที่ยังคงร่วมสมัย และเป็นที่โด่งดังอย่างไม่เสื่อมคลาย เหมือนกับเจ้าของเพลง

ความโด่งดังของ จรัล มโนเพ็ชร ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนที่ใช้ภาษาเหนือเท่านั้น แต่ได้ถูกขยายออกไปทั่วประเทศด้วย เค้าได้รับรางวัลบุคคลดีเด่นทางด้านการใช้ภาษาและยังมีรางวัลอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย

ในช่วงหนึ่ง จรัล มโนเพ็ชร ได้มีโอกาสสร้างสรรค์บทเพลง และเสียงประกอบภาพยนตร์มากมาย หนึ่งในนั้นคือ บุญชู หนังที่ทุกคนรู้จักกันดี และในภาคแรกเพลงประกอบของเค้า ส่งให้เค้าได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนั่นจึงทำให้เค้าได้ทำเสียงให้กับบุญชูในภาคต่อๆ มา และอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้ กาเหว่าที่บางเพลง ภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์เรื่องแรกๆ ในยุคสมัยนั้น การาสร้างเสียงประกอบแนวทดลอง ที่แสดงถึงความล้ำสมัย เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว ยากที่จะหาคนมาสร้างสรรค์ได้ นอกจาก จรัล มโนเพ็ชร เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น และแน่นอนว่าเค้าทำออกมาได้เป็นอย่างดี

ไม่เฉพาะที่เกี่ยวกับวงการเสียงเท่านั้น จรัล มโนเพ็ชร ยังได้ฝากฝีมือไว้กับกับวงการการแสดงอีกด้วย ในโลกของการแสดงนั้นเค้าทำออกมาได้อย่างดีเช่นกัน เค้าเริ่มแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในปี 2521 ในเรื่อง ดอกไม้ร่วงที่แม่ริม หลังจากนั้นก็ได้รับอีกหลากหลายบทบาทที่ท้าทายความสามารถของตำนานสายดนตรีคนนี้ จนกระทั่งในปี 2530 จรัล มโนเพ็ชร ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ สาขานักแสดงชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์ ด้วยเกล้า

นากจากเรื่องการร้องและการแสดงเองแล้ว จรัล มโนเพ็ชร ยังได้นำความรู้ในเรื่องเหล่านี้ไปฝึกปรือให้กับผู้คนในชุมชนของเค้า นับว่าเป็นการทำเพื่อช่วยก่อให้เกิดการพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง ยกตัวอย่างเช่น ละครชุมชน ที่นอกจากจะทำขึ้นเพื่อเรี่ยไรเงินไปพัฒนาให้กับชุมชนแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนและคนในพื้นที่ได้ตระหนักถึงสิ่งที่ตนเองมีในชุมชน เพราะเรื่องราวแต่ละครั้งที่นำมาแสดง ก็ล้วนแต่หยิบเอาเรื่องในชุมชนเข้ามาผูกเป็นเนื้อเรื่องทั้งสิ้น

นิสัยและความน่ารักของ จรัล มโนเพ็ชร เป็นที่รู้กันสำหรับคนที่เคยสัมผัสตัวตนของเค้า มักจะดูแลคนอื่นอยู่เสมอๆ และใส่ใจในทุกคำขอของทุกคน สุนทรี เวชานนท์ นักร้องหญิงคู่ขวัญเพียงหนึ่งเดียวของเค้า เผยว่า “หากเปรียบพ่อเป็นผู้ให้ชีวิต จรัล มโนเพ็ชร คือผู้ให้จิตวิญญาน”

ความเป็นตัวตนของ จรัล มโนเพ็ชร ความสามารถในการแสดง ความยิ่งใหญ่ในบทเพลง และการนำเสนอทั้งในเบื้องหน้าและการทำงานอย่างมุ่งมั่นในเบื้องหลังกำลังไปได้สวยงาม แต่แล้วเค้าก็กลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างกระทันหัน โดยที่ก่อนเสียชีวิตนั้น จรัลกำลังตั้งใจที่จะจัดคอนเสิร์ตในโอกาสที่โฟล์คซองคำเมืองของเค้ายืนยาวมาถึงยี่สิบห้าปีแห่งการทำงานเพลง เขาตั้งใจใช้ชื่อว่า “25 ปี โฟล์คซองคำเมือง จรัล มโนเพ็ชร”

ข้อมูลและภาพจากรายการ:ตำนาน ตอน ราชาโฟล์คซองคำเมืองของไทย “จรัล มโนเพ็ชร” 25 ก.ย. 58

keyboard_arrow_up