‘โค้ชแต๊ก’ ตำนานแห่งวงการลูกหนังไทยที่ควรค่าแก่การจดจำ

หากพูดถึงยุคที่บอลไทยเฟื่องฟู คงไม่มีใครลืมตำนานผู้สร้างปรากฏการณ์ให้กับฟุตบอลไทยคนแรกๆ อย่าง โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม หนึ่งในโค้ชที่เก่งที่สุดในสยามประเทศ ด้วยความสามารถที่ล้นหลาม และการมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพนักฟุตบอลไทยอย่างไม่ลดละ แม้วันนี้ โค้ชแต๊ก จะจากแฟนบอลไปแล้ว ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดและปอด เมื่อวันที่ 16 เม.ย ปี 2558 แต่เชื่อว่าผลงานที่ผ่านมาของ กุนซือไม่ไร้รัง คนนี้ยังคงตราตรึงอยู่ในใจของนักเตะ และบรรดาแฟนลูกหนังหลายๆ คน

โค้ชแต๊ก ถือเป็นยอดโค้ชคนไทยคนแรกที่พาฟุตบอลไทยไปเฉิดฉายในระดับเอเชีย เป็นบุคคลที่ไม่เคยมีมลทินในวงการฟุตบอล และไม่ยอมให้อำนาจเข้ามามีบทบาทเหนือกว่าวิชาชีพของตน ด้วยความเป็นคนที่มุ่งมั่นสูงและกระหายชัยชนะ โค้ชแต๊ก ได้พาทีมที่ตัวเองคุมกำชัยมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทั้งสโมสรใหญ่ๆ อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ในฐานะโค้ชได้ดี โค้ชแต๊กยังเป็นผู้ให้ที่ประเสิร์ฐ มอบโอกาสให้นักฟุตบอลหน้าใหม่ได้เข้ามามีบทบาทในวงการลูกหนัง และปลุกปั้นจนกลายเป็นนักเตะแข้งทองมาแล้วก็หลายคนไม่ว่าจะเป็น ธีรศิลป์ แดงดา, กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,เจษฎา จิตสวัสดิ์ และลีซอ – ธีรเทพ วิโนทัย ที่ซาบซึ้งในบุญคุณถึงขั้นยกให้เป็นพ่อคนที่ 2


อรรถพล ปุษปาคม เข้าสู่วงการกุนซือครั้งแรก โดยการขึ้นกุมบังเหียนให้กับทีมมังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน แม้จะมีนักเตะชาวต่างชาติในมืออยู่มาก แต่โค้ชแต๊กก็ยังเปิดโอกาสให้นักเตะหน้าใหม่อย่าง ลีซอ ได้ร่วมทีมและโชว์ศักยภาพจนกลายเป็นตัวจริงทุกแมทเรื่อยมา จากการใฝ่รู้ ทุ่มเท และวางระบบทีมได้อย่างทันสมัย อรรถพลใช้เวลาเพียง 1 ฤดูกาลก็สามารถพาทีมคว้ารองแชมป์เวทีลูกหนังระดับเอเชียไว้ได้

หลังจากนั้นโค้ชแต๊กก็เดินทางหาความท้าทายใหม่ๆ โดยการไปคุมทีมสโมสรเกลัง ยูไนเต็ด ที่ประเทศสิงคโปร์เป็นเวลากว่า 1 ปีก่อนจะกลับมาคุมทีมที่ไทยอีกครั้ง และพาทีมธนาคารกรุงไทยคว้ารองแชมป์ไทยลีกส์ แต่หลังจากนั้นกลับทำผลงานให้ทีพีเอ็มไม่ค่อยดีนัก ด้วยความมีสปิริตจึงขอลาออกจากการคุมทีม ก่อนจะเข้ามามีบทบาทในวงการลูกหนังอย่างโดดเด่นอีกครั้ง กับการขึ้นกุมบังเหียนให้กับสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมที่อุดมไปด้วยนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์ แต่อรรถพลก็สามารถเอาอยู่ได้ทุกรูปแบบ ด้วยความใจเย็น และการจัดวางระบบทีมที่ดี โค้ชแต๊ก ยังถือเป็นโค้ชคนไทยเพียงคนเดียว ที่ได้คุมสโมสรนี้อีกด้วย

และที่สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โค้ชแต๊ก คือตำนานที่ทุกคนจะไม่มีวันลืม หลังจากที่โค้ชแต๊กหลุดจากเอสซีจี เมืองทอง ทางสโมสรบุรีรัมย์ ก็ได้มอบโอกาสให้เขาได้โชว์ศักยภาพอีกครั้ง แน่นอนว่า อรรถพล ปุษปาคม ก็ไม่ทำให้บุรีรัมย์ต้องผิดหวัง เขาพาทีมคว้าแชมป์ทุกลีกส์ และขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำได้จนถึงทุกวันนี้ โดยในงานฟุตบอลสยามโกลเด้นบอล ครั้งที่ 4 โค้ชแต๊ก ได้รับรางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นเครื่องการันตีว่าเขาคือ โค้ชที่ฝีมือดีที่สุดในสยามประเทศ

แต่ชีวิตโค้ชก็ไม่มีอะไรที่แน่นอน แม้จะทำผลงานได้ดีมากแต่ อรรถพล ก็หมดเวลาสนุกในการปั้นทีมแชมป์ต่อ เมื่อสโมสรบุรีรัมย์ตัดสินใจปลดเขาแบบฟ้าผ่า แต่ด้วยความเป็นคนมีฝีมือ และอุปนิสัยที่ดี เขาได้ถูกเชิญไปกุมบังเหียนให้กับทีมบางกอกกลาสในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง และเริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่ในคืนนั้นทันที เพราะทุกวินาทีของเขาคือการทำงาน

ก่อนจะมาลงเอยที่สโมสรเพื่อนตำรวจในเวลาต่อมา แม้ผลงานอาจจะยังไม่เข้าที่ จนต้องกลับมาอยู่ Division 1 อีกครั้ง แต่โค้ชแต๊กก็ไม่ย่อท้อ มุ่งมั่นที่จะพาทีมไปเตะถ้วยเอเชียให้จนได้

นอกสนาม โค้ชแต๊ก ยังถูกยกย่องให้เป็นแฟมิลี่แมนตัวจริงๆ เพราะนอกเหนือจากเวลาของการฝึกซ้อมนักเตะแล้ว เวลาที่เหลือทั้งหมดก็จะทุ่มเทให้กับครอบครัว เขาเป็นคนที่ให้เกียรติภรรยามาก และทุ่มเทให้กับลูกๆ ทุกคน ไม่ว่าอยากจะทำอะไรหากซัพพอร์ตได้ก็ทำเพื่อลูกอย่างไม่มีข้อแม้ จนนักเตะหลายๆ คนต่างยกย่องให้เป็นบุคคลตัวอย่างในการดำเนินชีวิต

ย้อนกลับไป อรรถพล ปุษปาคม เริ่มเล่นอาชีพฟุตบอลตั้งแต่อายุ 23 ปี กับสโมสรท่าเรือ ในตำแหน่งกองกลาง ด้วยเทคนิคการเล่นที่แพรวพราว เล่นฉลาด วางบอลแม่น จึงทำให้เขากลายเป็นดาวรุ่งของทีมชาติไทย ในชุด B และโชว์ฟอร์มจนเข้าตาสโมสรต่างประเทศอย่างทีมปาหัง ประเทศมาเลเซีย แต๊ก ยังเป็นหนึ่งในนักเตะรุ่นบุกเบิกนักเตะอาชีพ หรือที่แฟนลูกหนังรู้จักกันดีในชื่อ ‘3 ทหารเสือ’ ประกอบด้วย ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน, วิทูร กิจมงคลศักดิ์, อรรถพล บุษปาคม  “ตุ๊กแต๊กตูร (ฑูรย์)”

เหตุการณ์สำคัญที่แต๊กมีกับทีมชาติเกิดขึ้นในซีเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่ประเทศสิงคโปร์ ทีมชาติไทยคว้าเหรียญในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศกับประเทศ พม่า ด้วยสกอร์ที่ 4:3 หลังจากนั้น แต๊ก ก็กลับมาเล่นให้กับการท่าเรือ และย้ายมาลงทีมตลาดหลักทรัพย์ อรรถพลในวัย 34 ปี ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงบ่อยครั้งมาก เนื่องจากวัยและสภาพของร่างกาย จึงได้ลงเล่นเพียง 49 นัด ทำประตูได้ 5 ประตู และได้ประกาศแขวนสตั๊ดในปี พ.ศ. 2541

ภาพและข้อมูลจากรายการ: ตำนาน ตอน โค้ชผู้สร้างกระแสฟุตบอลไทย โค้ชแต๊ก อรรถพล บุษปาคม 4 ธ.ค 58

keyboard_arrow_up