สร้างบ้านริมน้ำสไตล์ ‘มินิมอล’ สวยแบบงบประหยัด

ในยุคที่แดดร้อนยิ่งกว่าไฟ ใครๆ ก็อยากจะหนีร้อนไปพึ่งเย็น บ้านริมน้ำ อาจเป็นอีกทางเลือกที่หลายๆ คน ใฝ่ฝันอยากจะมีไว้ครอบครอง ซึ่งก็อาจจะติดด้วยเรื่องของราคาที่สูงขึ้นตามโลเคชั่นและแบบบ้าน แต่ถ้าไม่ติดความโก้หรู ลองมองดูแบบบ้านริมน้ำ สไตล์มินิมอล ที่ทั้งชิคทั้งคูล พอดีและพอเพียง ทำให้การจะมีบ้านริมน้ำซักหลังไม่ยากอย่างที่คิด

  • ลดคอร์สด้วยวัสดุจากธรรมชาติ เช่น การมุงหลังคาด้วย แฝก นอกจากจะดูฮิปสเตอร์ และให้ความเย็นสบายแล้ว ยังช่วยประหยัดงบโครงสร้างไปได้เยอะ สนนราคาอยู่ที่ตับ (แถว) ละ 10-15 บาท ป้องกันการซึมของน้ำฝนด้วยการจัดวางที่ถี่ขึ้นมาหน่อยระยะห่าง 5 – 10 เซนติเมตร บวกกับการวางองศาหลังคาให้ชัน เพื่อให้น้ำฝนไหลลงพื้นได้เร็ว และยืดอายุการใช้งานของ แฝก จาก 5 ปีอาจจะอยู่ได้ถึง 6 ปี

  • ใช้เหล็กวางโครงสร้างบ้าน ทั้งแข็งแรงและราคาดี เสริมด้วยไม้ให้บ้านยังคงคอนเซปต์ความเป็นธรรมชาติ

  • นอกจากนี้การวางโครงสร้างหลังคาที่ชายคาลาดยาวลงคลุมผนัง ยังช่วยไม่ให้ละอองฝนและแดดยามเช้าผ่านเข้ามาถึงในตัวบ้านอีกด้วย

  • ลดการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็น อย่าง แอร์คอนดิชันเนอร์ พัดลม ด้วยการขึ้นโครงสร้างเน้นโปร่งสบาย ลูกเล่นการวางไม้ระแนงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดี นอกจากจะทำให้บ้านดูดีมีสไตล์แล้ว หากวางตำแหน่งถูกต้องตามทิศทางลมประจำถิ่นก็ช่วยทำให้บ้านเย็นสบาย

  • ใช้หน้าต่างบานเกล็ดแทนกระจกบานใหญ่ๆ ช่วยลดคอร์ส แถมยังเปิด-ปิดสะดวก หน้าร้อนก็เปิดระบายอากาศได้เต็มที่ ยิ่งหน้าหนาวมาก็หมุนปรับองศารับลมหนาวได้ตามต้องการ เรียกว่าแทบไม่ต้องใช้แอร์เลย

  • การวางตำแหน่งห้องแบบทะลุถึงกัน เป็นอีกเทคนิคที่ทำให้บ้านดูกว้าง และน่าอยู่มากขึ้น ยกตัวอย่างการวางตำแหน่งพื้นที่ทำงานและพื้นที่พักผ่อนให้เชื่อมถึงกัน เช่น ห้องนั่งดูทีวี ทะลุไปถึงห้องทำงาน ถัดไปอีกเป็นมุมพักผ่อน  ให้ผ่านทะลุถึงกัน โดยใช้เทคนิคการยกระดับพื้นขึ้นมาเป็นการแบ่งโซนแทนกำแพงปิดทึบ

 

  • ระเบียงบ้านแบบประยุกต์ การเพิ่มโซนเล็กๆ อย่างอ่างล้างมือ ไปจนถึงกรงน้องหมาแบบ Build-in ให้อยู่อีกฝั่งของผนังบ้าน นอกจากจะใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าแล้ว ยังช่วยกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านอีกด้วย

  • ใช้วิธีการขุดบ่อล้อมฐานแผ่ เพิ่มความเสียดทานในการรับน้ำหนักบ้าน ลดความเสี่ยงเสาเข็มยุบในพื้นที่ดินเหลว

ศึกษาหาแรงบันดาลใจในการสร้างบ้านและตกแต่งบ้านได้ในรายการ บ้านและสวน ทุกวันอาทิตย์ เวลา 9.30 น. ทางช่องอมรินทร์ทีวี ช่อง 34

keyboard_arrow_up