เส้นทางชีวิตของตำนานราชินีลูกทุ่ง ‘พุ่มพวง ดวงจันทร์’ ตอนที่ 1

หากกล่าวถึงนักร้องลูกทุ่งที่มีชื่อเสียงเป็นที่เล่าขานมาจนถึงทุกวันนี้ นักร้องลูกทุ่งผู้ยกระดับเพลงลูกทุ่งให้อยู่แถวหน้า และเป็นนักร้องลูกทุ่งผู้เป็นต้นแบบของลูกทุ่งเมดเล่ ผู้ที่รังสรรค์ให้สิ่งเหล่านี้ได้ปรากฏ คือตำนานของเราในวันนี้ เธอเป็นศิลปินนักร้องหญิงที่มีชื่อเสียงเป็นอมตะนิจนิรันดร์ เธอคนนี้ถูกขนานนามจากคนทั้งประเทศว่าเป็นราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์”

ผลงานเพลงของราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ไม่ว่าจะเป็นเพลงช้าหรือเพลงเร็ว ติดหูคนฟังไปทั่วบ้านทั่วเมือง และเพลงกลายมาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมทางดนตรีที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จนเธอได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชินีลูกทุ่ง” แต่กว่าจะมาเป็นระดับตำนานได้นั้น ชีวิตของเธอก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

พุ่มพวง ดวงจันทร์ หรือชื่อเดิม รำพึง จิตรหาญ มีชื่อเล่นว่า ผึ้ง เกิดที่ บ้านหนองนกเขา ตำบลไพรนกยูง อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท โตที่ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นบุตรีของนายสำราญ และนางเล็ก จิตรหาญ ครอบครัวมีอาชีพรับจ้างทำไร่อ้อย เกิดในครอบครัวยากจน เป็นลูกคนที่ 5 ของบ้านในจำนวน 12 คน สถานภาพครอบครัวของเธอจัดอยู่ในขั้นที่ยากจนมาก

ผึ้งรักการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กๆ เธอรับหน้าที่ในการร้องเพลงกล่อมน้องนอนทุกคืน และคุณครูคนแรกของเธอก็คือ พ่อและแม่ ที่คอยซักซ้อมแต่อ้อนแต่ออด

ผึ้งชอบแรกเพลงมาก ไม่ค่อยสนใจเรื่องการเรียน จนกระทั่งต้องสอบขึ้นชั้นป.2 ครอบครัวก็มีเหตุไม่สู้ดีนัก เมื่อ พ่อ ที่หัวหน้าครอบครัวโดนคดี ผึ้งจึงต้องออกจากโรงเรียน และพากันขึ้นเขา ก็เลยอ่านหนังสือไม่ได้ ผึ้งจะใช้เทคนิคการฟังและจดจำ ถ้าจะบอกว่า ผึ้ง เป็นคนอัจฉริยะก็ไม่ผิด ในการทำงาน ส่วนใหญ่ครูเพลงจะอัดเพลงใส่เทปให้ผึ้งฟัง จากที่ครูเพลงร้องแบบไม่ลูกเอื้อน ลูกหวน แต่ผึ้งกลับร้องออกมาได้ดีมาก

ด้วยความมีเสียงเพลงในชีวิตจิตใจ จึงทำให้เด็กหญิง รำพึง จิตรหาญ เดินสายประกวดตามเวทีต่างๆ ในนาม น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย เมื่อได้ยินข่าวว่ามีการประกวดร้องเพลงที่ไหน น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย ก็จะขอประกวดไปซะทุกครั้ง และก็ชนะทุกครั้งที่เข้าประกวด จนกลายเป็นนักร้องต่างจังหวัดที่คว้ารางวัล ได้มากที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เธอโดนแบน ถึงขนาดที่ว่า ผู้แข่งขันจะไม่ยอมเข้าประกวด ถ้าหากมี น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย เข้าประกวด

เมื่อไม่มีคู่แข่งในการประกวดร้องเพลงแล้ว น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย จึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อที่จะเป็นบันไดก้าวไปสุ่หนทางการเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง

เรื่องราวที่กว่าจะได้เป็นนักร้องขวัญใจชาวไทย และได้รับการขนานนามว่าเป็นราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” นั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด ความตั้งใจของพุ่มพวงที่อยากจะเป็นนักร้องนั้นมีอยู่เหลือล้น จึงทำให้เธอตัดสินใจเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อหวังเสี่ยงโชค แต่แล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อวงดนตรีที่เธอไปสมัครเกิดเหตุต้องยุบวง ทำให้เธอต้องกลับบ้าน

แต่ดวงคนจะดังอะไรก็ฉุดไม่อยู่ ในปี พ.ศ. 2518 มีวงดนตรีของไวพจน์ เพชรสุพรรณ มาเปิดทำการแสดงขึ้นที่วัดทับกระดาน จังหวัดสุพรรณบุรี เธอได้ร่วมร้องเพลงและแสดงความสามารถ

เส้นทางนักร้องของเธอใกล้เข้ามา เมื่อไวพจน์ เพชรสุพรรณ เห็นความสามารถและรับเธอเข้ามาเป็นบุตรบุญธรรม และพาเข้าสู่กรุงเทพฯ อีกครั้ง

และแล้วความฝันของเธอก็กลายเป็นจริง เมื่อไวพจน์ เพชรสุพรรณ จรดปลายปากกา ประพันธ์บทเพลงขึ้นมาใหม่ ที่แต่งแก้เพลง “แก้วจ๋า” ที่ขับร้องโดย พงษ์เพชร เพชรเมืองกาญจน์ และได้เรียกให้เธอไปอัดเสียงลงแผ่น ในเพลง “แก้วรอพี่” โดยให้เธอใช้ชื่อว่า “น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ”

“แก้วรอพี่” กลายมาเป็นมรดกแห่งเพลง ที่เป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงอัจฉริยะภาพทางศิลปินของ น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อภายหลังเป็น “พุ่มพวง ดวงจันทร์”

ผลงานเพลงของราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ แฝงไปด้วยน้ำเสียงที่มีความไพเราะ ออดอ้อน หวานซึ้งกินใจ เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันทรงพลัง แต่ก็มีอุปสรรคเข้ามาขัดขวางความสำเร็จของเธอ

ก่อนที่จะได้รับการขนานนามว่าเป็นราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” เธอในนามของ น้ำผึ้ง เมืองสุพรรรณ ก็กำลังเป็นที่รู้จักของมหาชนคนไทย และในตอนนั้นเองที่เธออยู่ในวงของไวพจน์ เพชรสุพรรณ เธอก็ได้พบกับ ธีระพล แสนสุข รักครั้งแรกของเธอ

แต่รักครั้งนี้ทำให้ ผึ้ง และ ธีระพล จำต้องออกจากวงของไวพจน์ เนื่องจากทั้งคู่ทำผิดกฏของบ้านที่ว่า ไม่ให้มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกันในวง ซึ่งนั่นก็ทำให้ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ผู้ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรม ถึงขั้นใจสลาย และไม่คิดที่จะเขียนเพลงให้ใครอีกเลย

อย่างไรก็ตาม เมื่อแยกวงออกมาแล้ว หนทางการเป็นนักร้องของเธอก็แทบจะมองไม่เห็น ทั้งผึ้งและธีระพล ก็ช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว แม้จะพยายามเต็มที่แล้วก็ตาม จากนั้นไม่นาน นักร้องที่มีชื่อว่า น้ำผึ้ง เมองสุพรรณ ก็ค่อยๆ เลือนหายไป

แล้ววันนึงโชคก็เข้าข้างเธออีกครั้ง เมื่อครูมนต์ เมืองเหนือ ได้รับผึ้งเป็นลูกศิษย์ และเปลี่ยนชื่อให้เธอใหม่เป็น “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ชีวิตของเธอจึงได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

เมื่อได้ชื่อใหม่ภายใต้บ้านหลังใหม่ ครูมนต์ เมืองเหนือ ก็ได้ให้เพลงใหม่กับผึ้งในครั้งนี้ กับเพลง “รักไม่อันตราย”

ในเวลาต่อมา “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ก็ได้ตั้งวงเป็นของตัวเอง และเดินสายแสดงโชว์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จซักเท่าไหร่

แต่แล้วต่อมา พุ่มพวง ดวงจันทร์ ก็ได้เรืองรองทอแสงอีกครั้ง เมื่อชีวิตได้มาพบกับขุนพลเพลงสนุก ครูลพ บุรีรัตน์ นักแต่งเพลงคู่บุญของนางพญาผึ้ง

พุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้ประสบความสำเร็จอย่างสุดขีด หลังจากที่ครุลพ บุรีรัตน์ ได้แต่งเพลงสนุกๆ ให้พุ่มพวงได้ขับร้อง จนทำให้ผู้ฟังสนใจเธออย่างท่วมท้น ชื่อเสียงของเธอโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตของผึ้ง หรือว่า พุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้โลดแล่นอยู่บนเส้นทางสายดนตรีลูกทุ่งอย่างที่เธอได้ตั้งใจเอาไว้ ชื่อของเธอนั้นดังสุดกู่ ซึ่งดังชนิดที่เรียกได้ว่า เธอได้ก้าวสู่บัลลังก์ราชินีลูกทุ่งอย่างรวดเร็ว

โดยเพลงที่ทำให้พุ่มพวงมีชื่อเสียงในขณะนั้น ก็เป็นที่รู้จักกันดีจนถึงปัจจุบันนี้ เช่น สาวนาสั่งแฟน, นัดพบหน้าอำเภอ, อื้อหือ..หล่อจัง, ดาวเรืองดาวโรย, คนดังลืมหลังควาย, นักร้องบ้านนอก กระแซะเข้ามาซิ และอีกมากมาย

พุ่มพวง ดวงจันทร์ สร้างประวัติศาสตร์ในการร้องเพลงบนเวทีใหญ่ที่โรงแรมดุสิตธานี ในงานคอนเสิร์ตการกุศล พุ่มพวง ดวงจันทร์ อิน คอนเสิร์ต ท่ามกลางผู้คนมากมาย ซึ่งในสมัยนั้น เวทีดุสิตธานี มักจะจัดคอนเสิร์ตให้บุคคลชั้นสูงได้มาดูกัน ครั้งนั้นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเสด็จฯ ด้วย

เมื่อเป็นคนดังก็ย่อมเนื้อหอมเป็นธรรมดา พุ่มพวง ดวงจันทร์ ต้องเดินสายโชว์ตัว ไม่ว่าจะเป็นร้องเพลงในรายการชื่อดังอย่าง โลกดนตรี, สี่ทุ่มแสควร์ และอีกหลายรายการ

เรื่องราวของตำนานราชินีลูกทุ่งพุ่มพวงดวงจันทร์ หรือผึ้ง รำพึง จิตรหาญ ยังไม่จบแค่เพียงเท่านี้ เธอได้ฝากเรื่องราวและผลงานเอาไว้อีกมากมาย เรื่องราวของตำนานราชินีลูกทุ่งคนนี้ยังมีอีกหลายแง่มุม ที่ทุกคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ติตตามต่อได้ใน เส้นทางชีวิตของตำนานราชินีลูกทุ่ง ‘พุ่มพวง ดวงจันทร์’ ตอนที่ 2

keyboard_arrow_up