‘ครูเอื้อ สุนทรสนาน’ ดุริยกวีที่ได้รับการยอมรับระดับโลก

ตำนานท่านนี้ เปรียบเสมือนหนังสือเพลงเล่มใหญ่ ที่เต็มไปด้วยท่วงทำนองและคำร้องอันไพเราะ เป็นอมตะตลอดกาล คีตศิลปินที่ทั่วโลกยอมรับ “ครูเอื้อ สุนทรสนาน”

เอื้อ สุนทรสนาน หรือ สุนทราภรณ์ เป็นนามแฝงที่ท่านใช้ตลอดอายุขัยของท่าน ในการขับร้องเพลง เป็นผู้พลิกโฉมหน้าของประวัติศาสตร์วงการดนตรีไทย ครูเอื้อได้ประพันธ์เพลงด้วยการเอาทำนองของดนตรีไทย มาผสมผสานเข้ากับดนตรีสากล จนเกิดเป็นทำนองเฉพาะ ที่เรียกได้ว่าเป็นแนวทางของ สุนทราภรณ์ โดยเฉพาะ

“ทำนองเอื้อ เนื้อแก้ว” ครูแก้ว ถือเป็นคู่บุญของครูเอื้อ ที่ช่วยกันแต่งเพลงได้อย่างสอดคล้องกันทั้งคำร้องและทำนอง

ความสามารถของครูเอื้อ ทำให้องค์กรยูเนสโก ยกย่องให้ท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาวัฒนธรรมดนตรีไทย-สากล ในปีพ.ศ. 2553 ทั้งรางวัลมากมาย และคำยกย่องจากหลายๆ คน เป็นสิ่งยืนยันความอัจฉริยะของครูเอื้อ

เอื้อ สุนทรสนาน เป็นผู้มีความอัจฉริยะตั้งแต่วัยเยาว์ เขาสันทัดทุกแขนงเกี่ยวกับงานดนตรี ความสามารถของครูเอื้อ ทำให้ได้เข้ารับราชการในกองเครื่องสายฝรั่งหลวง กรมมหรสพ กระทรวงวัง ตั้งแต่มีอายุเพียง 14 ปี ซึ่งนับเป็นนักดนตรีที่มีอายุน้อยที่สุด

แต่ด้วยความที่เป็นคนสนใจใคร่รู้ และอยากพัฒนาตัวเอง ครูเอื้อจึงได้เริ่มต้นฝึกฝนดนตรีชิ้นอื่นๆ นอกเหนือจาก ไวโอลิน ที่เคยฝึกฝนมา ครั้นพออายุ 22 ปี จึงโอนไปรับราชการ สังกัดกรมศิลปากร ในสังกัดกองมหรสพ และในช่วงนี้เอง ที่ท่านได้แสดงฝีมือการประพันธ์ โดยการแต่งทำนองเพลง “ยอดตอง ต้องลม”

นอกเหนือจากความสามารถในการเล่นดนตรี และการประพันธ์ที่โดดเด่นกว่าใคร ไม่น่าเชื่อว่าครูเอื้อยังมีความสามารถในการขับร้องเพลงอีกด้วย “เพลงนารถนารี” เป็นเพลงแรกในชีวิตการขับร้องของครูเอื้อ แต่เพลงที่ทำให้ชื่อเสียงของครูเอื้อโด่งดังไปทั่วประเทศ นั่นก็คือเพลง “ในฝัน”

ครูเอื้อจึงได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าวงดนตรีประจำกรม ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2482 จนกระทั่งเกษียณราชการในปีพ.ศ. 2513 รวมเวลาทั้งสิ้น 31 ปี

ระหว่างรับราชการ ท่านได้ก่อตั้งวงดนตรีวงนึงขึ้น เพื่อรับงานนอกเวลาราชการ โดยใช้ชื่อว่า “สุนทราภรณ์”

ซึ่งชื่อของวงมาจากนามสกุลของท่าน สุนทร มาสมาสกับชื่อของคนรักคือ อาภรณ์ กลายเป็น “สุนทราภรณ์”

ด้วยความอัจฉริยะ ครูเอื้อ สุนทรสนาน จึงมีบทเพลงมากว่า 2,000 เพลง นี่คือเท่าที่มีปรากฏบันทึกไว้ นอกจากนั้นบทเพลงของครูเอื้อยังมีความหลากหลาย ที่ไม่น่าเชื่อว่าคนๆ เดียว สามารถที่จะทำได้

เพลงบางเพลงหลายคนอาจจะคาดไม่ถึงว่าเป็นบทเพลงของสุนทราภรณ์ และยิ่งกว่านั้นบทเพลงของสุนทราภรณ์ เรียกได้ว่ามีให้ฟังทุกเทศกาล อย่างเช่นเพลง “ลอยกระทง” เพลงที่เราได้ยินทุกครั้งเมื่อเทศกาลนี้เวียนมาบรรจบ และไม่ใช่เพียงแค่คนไทยเท่านั้นที่รู้จัก ต่างชาติก็เช่นกัน

นอกจากความสามารถอันโดดเด่นในตัวของครูเอื้อเองแล้ว เค้ายังเป็นคนที่มองเห็นแววในตัวของบรรดาลูกศิษย์ และยังเป็นคนที่มอบโอกาสให้กับผู้ที่มีพรสวรรค์เสมอ ส่วนการฝึกฝนลูกศิษย์นั้น ครูเอื้อก็มีดุบ้างติบ้าง เพื่อให้ลูกศิษย์ทุกคนได้ดี บางคนได้เป็นถึงศิลปินแห่งชาติ และนอกจากความเป็นครูที่มีอย่างล้นเหลือ ซึ่งทำให้ครูเอื้อมีลูกศิษย์ลูกหามากมายแล้ว ลักษณะนิสัยส่วนตัวที่มีความเมตตา พูดจาเพราะ ยิ้มแย้มแจ่มใส ใครได้อยู่ใกล้ก็จะรู้สึกอบอุ่นและรักครูเอื้อ

ด้วยความสามารถ บวกกับความอัจฉริยะของครูเอื้อ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์กันดี ทำให้ได้รับโอกาสอันเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิตกับการได้ถวายงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙

ครูเอื้อได้ถวายงานให้กับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต เพราะเพลงสุดท้ายที่ประพันธืเพื่อลาแฟนเพลง คือเพลง “พระเจ้าทั้งห้า” ซึ่งสรรเสริญและรำลึกพระคุณ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ พร้อมกับฝากบทเพลงสุนทราภรณ์ไว้อยู่คู่ฟ้าเมืองไทย

ตลอดช่วงเวลาในการทำงานในชีวิตของครูเอื้อ ท่านได้อุทิศทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ ในการพัฒนาวงการดนตรีไทยให้เกิดความก้าวหน้า สิ่งเหล่านี้เองที่เป็นเบ้าหลอม หรือเป็นแม่พิมพ์ให้กับคนรุ่นหลังได้เดินตามทางของท่าน

ที่มา — ตำนาน ตอน ดุริยกวีระดับโลก “ครูเอื้อ สุนทรสนาน”

keyboard_arrow_up