‘บรรหาญ ศิษย์หอมหวล’ ตำนานผู้ปฏิวัติวงการลิเก

ตำนานคนนี้เป็นผู้สานต่อศิลปะทางการแสดงที่เสริมสร้างรอยยิ้มและความบันเทิงให้กับชาวไทยมาช้านาน และยังเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการลิเกบ้านเรา ตำนานลิเกคนจน “บรรหาญ ศิษย์หอมหวล”

หลายคนอาจคุ้นหูกับตำนานท่านนี้ ในยุคสมัยที่วงการลิเกเฟื่องฟู การแสดงลิเกของ บรรหาญ ศิษย์หอมหวล ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เค้าเป็นยอดอัจฉริยะลิเก แม้ไม่มีสื่อคอยเชียร์ แต่คณะลิเกของบรรหาญก็ยังโด่งดัง และมีเจ้าของงานมากมายเรียกหาเพื่อใช้งานแสดงอยู่เสมอ เรียกได้ว่าทั่วประเทศไทย ไม่ว่าภาคไหน บรรหาญก็เคยได้ไปแสดงฝีมือมาแล้วทั้งสิ้น

ศิลปะการแสดงที่เรียกว่า “ลิเก” นั้น มีองค์ประกอบหลายต่อหลายอย่างด้วยกัน อาทิ เครื่องแต่งกาย ฉาก การร้อง การรำ และลูกเล่นต่างๆ แล้ววันนึง บรรหาญ ศิษย์หอมหวล ก็ได้ลงมือทำความคิดสร้างสรรค์ของเค้าให้เป็นจริงขึ้นมา
กับการดัดแปลงชุดลิเกที่ประดับไปด้วยเพชรระยิบระยับไปทั่วทั้งตัว เปลี่ยนจากกางเกงเป็นกระโปรงติดเพชร และนั่นนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ครั้งนึงของวงการลิเกบ้านเรา

บรรหาญ ยังมีอีกหนึ่งลูกเล่นเพื่อดึงดูดให้คนสนใจกับการแสดงลิเกของเค้า และนั่นเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดการแสดงลิเกขาดช่วง เมื่อคนดูต้องการที่จะฟังเพลงลูกทุ่ง บรรหาญ ศิษย์หอมหวล เป็นลิเกคณะแรก ที่ก่อนเล่นจะมีดนตรีมอบความบันเทิงก่อนที่จะเปิดม่านการแสดง

สำหรับการเดินสาย บรรหาญก็พยายามทำให้ภาพลักษณ์ของคณะลิเกดูทันสมัยขึ้น เทียบเท่ากับวงดนตรีลูกทุ่ง โดยการนำรถทัวร์มาใช้ในการเดินสาย หลายสิ่งหลายอย่างที่บรรหาญทำ นับว่าเป็นการปฏิวัติวงการลิเก และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่เค้าทำนั้นเป็นการต่อลมหายใจให้กับการแสดงแขนงนี้

ความสำเร็จในแวดวงลิเกของบรรหารนั้น มีจุดเริ่มจ้นมาจากครอบครัวของเค้าที่เป็นลิเก บรรยากาศรอบตัวและคำสอนของคุณพ่อ ทำให้เค้าเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนมาตั้งแต่เด็ก

และวันนึงเค้าก็ได้ถูกชักชวนไปเป็นศิษย์ในคณะลิเกของอาจารย์หอมหวล นาคสิริ จากชื่อ บรรหาญ ชูศรี เค้าก็ได้เปลี่ยนนามสกุลต่อท้ายว่า ศิษย์หอมหวล

ในช่วงแรกนอกจากการฝึกฝนการแสดงลิเก เค้าต้องรับใช้รุ่นพี่ในคณะ และค่อยๆ ไต่เต้าจากบทตัวรับใช้ มาเป็นตัวเอก

เค้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และประสบความสำเร็จ จนกระทั่งสามารถตั้งคณะลิเกเป็นของตัวเอง และด้วยความโด่งดังนี่เอง ที่ทำให้เค้าได้มีโอกาสไปแสดงฝีมือในวงการภาพยนตร์ และวงการดนตรี

บรรหาญ เป็นลิเกที่สามารถโลดแล่นไปในหลายแวดวง นั่นเป็นเหตุผลนึงที่ทำให้เค้ามีเพื่อนฝูงมากมาย แต่เหตุผลจริงๆ นั้น เป็นเพราะเค้าเป็นที่มีน้ำใจและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ทุกคน

สำหรับคนที่มีน้ำใจ เค้าจะแบ่งปันสิ้งที่ตนเองมีให้กับผู้อื่นอยู่เสมอ แต่สำหรับบุคคลระดับตำนาน บรรหาญ ศิษย์หอมหวล แม้ในยามที่เค้าไม่มี เค้าก็ยังเลือกที่จะช่วยคนเดือดร้อนกว่า

นอกจากนั้นเค้ายังเป็นคนที่ให้โอกาสคน และยังเปิดโอกาสให้ตลกชื่อดังหลายคนได้ค้นพบตัวเอง

เมื่อเดินไปถึงจุดสูงสุดของชีวิต แต่บริบทของสังคมได้เปลี่ยนแปลงไป ลิเกหน้าใหม่มีลูกเล่นเพิ่มขึ้น ความนิยมในสื่อบันเทิงอื่นเข้ามาแทนที่ รวมถึงคนในคณะก็เริ่มแยกย้ายไปคนละทาง จึงทำให้งานและชื่อเสียงของเค้าเริ่มซบเซาลง

และเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อวันนึงบรรหาญ ศิษย์หอมหวล ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนแล้วหนี ที่ตลาดนวมินทร์ เมื่อ พ.ศ. 2552 ในขณะที่เค้าไปแสดงลิเก เค้าได้รับการกระทบกระเทือนทางสมองอย่างรุนแรง จนทำให้ไม่สามารถเล่นลิเกได้ และต้องรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ด้วยความที่เค้าเป็นคนที่มีนิสัยเอื้ออารี และมีเพื่อนฝูงมากมาย ทำให้เค้าได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนหลายวงการ เมื่อพี่น้องในวงการเห็นบรรหาญลำบาก เค้าจึงร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือศิลปินลิเกผู้เป็นตำนานคนนี้ ผ่านการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศล และในวันนั้นเองที่เราได้เห็นน้ำใจ ที่ไหลหลั่งมาอย่างมากมายจากผู้คนที่รักบรรหาญ

แต่แล้ววันที่ 8 ส.ค. พ.ศ. 2558 บรรหาญ ศิษย์หอมหวล ก็เส้นเลือดในสมองตีทั้งสองข้าง ทำให้ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล รักษาตัวได้เพียง 9 วัน ลมหายใจสุดท้ายของเค้าก็ได้หมดลง

เมื่อตำนานได้จากไป ผู้คนมากมายที่เคารพรักในตัวเค้า ก็ได้จัดการแสดงไว้อาลัยขึ้น อย่างที่เรียกได้ว่า เก็บเอาภาพบรรยากาศ และชีวิตชีวาของตำนานของเราคนนี้ กลับมาอีกครั้ง

หลายเรื่องที่เราได้เรียนรู้จากตำนานคนนี้ ผู้ที่มีสายาเลือดลิเก ผู้สืบทอด และพยายามที่จะประคับประคองให้ศิลปะแขนงนี้เดินหน้าต่อไป เป็นตำนานลิเกผู้ประสบความสำเร็จได้ด้วยฝีมือ และยังเป็นผู้ที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้แก่ผู้อื่น จุดเปลี่ยนในเส้นทางชีวิตของเค้าทำให้เราได้เรียนรู้ และตระหนักถึงการใช้ชีวิตอย่างมีสติ

keyboard_arrow_up