‘บัณฑิต ฤทธิ์ถกล’ ตำนานแม่ทัพใหญ่แห่งวงการภาพยนตร์ไทย

หากพูดถึงภาพยนตร์ไทยในตำนาน หากพูดถึงเอกลักษณ์แบบภาพยนตร์และละครไทยที่แฝงข้อคิดไว้ภายใต้อารมณ์ขัน หากพูดถึงคาแรกเตอร์นักแสดงที่หลายคนยังจดจำ ภาพต่างๆ เหล่านี้ จะไม่สามารถปรากฏได้เลยหากไร้ซึ่งผู้รังสรรค์

ภาพยนตร์ ด้วยเกล้า
ภาพยนตร์ บุญชู
ภาพยนตร์ กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้
ภาพยนตร์ 14 ตุลา สงครามประชาชน

ด้วยเกล้า, บุญชู, กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้, 14 ตุลา สงครามประชาชน, อนึ่งคิดถึงเป็นอย่างยิ่ง และอีกหลายชื่อที่คุ้นหู เป็นผลงานของตำนานผู้นี้ “บัณฑิต ฤทธิ์ถกล”

ผลงานของบัณฑิตทุกเรื่อง ที่นำเสนออย่างเรียบง่าย อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ แต่ก็ยังแฝงข้อคิดดีๆ เอาไว้ได้อย่างแนบเนียน

งานของ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล กวาดรางวัลมากกว่า 60 รางวัล จากภาพยนตร์ 29 เรื่อง และละครอีก 7 เรื่อง หลายองค์ประกอบและความทุ่มเทให้กับผลงาน จึงทำให้บัณฑิตได้รับการยอมรับจากผู้คนในแวดวง และได้รับรางวัลมากมาย อาทิ รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ รางวัลตุ๊กตาทองพระสุรัสวดี รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ จากทั้งการกำกับ บทภาพยนตร์ และทำให้นักแสดงหลายคนได้รับรางวัลจากการสร้างงานของเค้า

ผู้กำกับผู้ซึ่งเป็นตำนานคนนี้ เกิดที่บ้านแพ จังหวัดอยุธยา เป็นพี่ชายคนโตของน้องๆ ทั้งหมด 4 คน เค้าได้รับการศึกษาเป็นอย่างดี และเริ่มต้นนิสัยของการเป็นคนช่างคิด ช่างเขียน ช่างจินตนาการ ตั้งแต่เข้าโรงเรียนประจำ ซึ่งตัวจุดประกายที่สำคัยของเค้านั่นก็คือ “หนังกลางแปลง”

หลังจบการศึกษาที่อัสสัมชัญ พานิชย์ ในปีพ.ศ. 2512 เค้าและเพื่อนๆ อีก 9 คน ก็ตั้งบริษัทที่มีชื่อว่า “เทนเบรนส์” ขึ้น เป็นบริษัทที่รับทำทุกอย่าง ทั้ง ส.ค.ศ โปสเตอร์ ใบปลิว ทำอยู่ซักพัก บัณฑิตก็ได้เข้าทำงานเป็นนักข่าาว คอลัมน์นิส ในช่วงของ 14 ตุลา

เค้าได้ผันตัวอีกครั้งไปเป็นนักวิจารณ์ภาพยนตร์ และหัวหน้าข่าวบันเทิงของหนังสือพิมพ์ ด้วยนามปากกา “ทองฝาน” และได้เขียนบทภาพยนตร์เรื่องแรกคือ “โบตั๋น” ซึ่งพอเริ่มเขียนบทแล้ว เค้าก็อยากทดลองทำหน้าที่ “ผู้ช่วยผู้กำกับ” เช่นกัน

บัณฑิตสั่งสมประสบการณ์จากการเป็นผู้ช่วยผู้กำกับได้ 8-9 ปี จนในที่สุดเค้าก็ได้ก้าวสู่การเป็นผู้กำกับภาพยตร์จากภาพยนตร์เรื่องแรกอย่าง “คาดเชือก”

หลังจากนั้น บัณฑิตก็เข้าไปทำงานที่ไฟว์สตาร์ ซึ่งก็ได้ผลิตผลงานออกสู่สาธารณะหลายเรื่อง

การสื่อสารผ่านการเขียนบท และการกำกับตามแนวทางของบัณฑิต ถือเป็นการสร้างสรรค์ผลงานที่ทำให้เข้าถึงคนได้ทุกวัย และอีกหนึ่งเทคนิคที่เค้าใช้ก็คือการปล่อยมุขแบบรัวๆ ซึ่งจะเห็นได้ชัดในภาพยนตร์เรื่อง บุญชู

ทุกอย่างถูกทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้ววางแผน ทุกคนจะรู้กันดีว่า การเจ๊าะมุขของบัญฑิต จะทำให้เกิดงานสร้างสรรค์ มากไปกว่านั้น บัณฑิตยังเป็นบุคคลอัจฉริยะผู้หยิบจับบทเพลงที่เพียงลอยผ่านหูมาสร้างเป็นเรื่องราวได้

แก๊กต่างๆ ที่บัณฑิตนำมาสอดแทรกในภาพยนตร์นั้น ก็ล้วนแต่มาจากการเป็นคนช่างสังเกตและจดบันทึก เค้ามักจะมีสมุดโน๊ตเล่มเล็กๆ ติดตัวไปทุกที่ เพื่อใช้สำหรับการจดบันทึกไอเดียใหม่ๆ

บัณฑิตเป็นคนที่มุ่งมั่นและทำงานอย่างจริงจัง ความจำของเค้าเป็นเลิศขนาดที่จำทุกฉากที่ถ่ายทำได้อย่างเป็นลำดับ และไม่ผิดพลาด จนได้ฉายาจะทีมงานว่าเป็น “ผู้กำกับเม็ดทราย” เพราะเก็บทุกรายละเอียด

งานของบัณฑิตเรียกได้ว่าละเมียดละไมและเป็นที่รู้กันของทีมงานทุกคน และคำๆ หนึ่ง ที่เรียกได้ว่าทุกคนจะต้องให้ใจในการทำงานให้กับเค้านั่นคือคำว่า “เนื้อๆ”

ในกองถ่าย บัณฑิตจะดูแลทุกๆ คน อย่างเท่าเทียม เพราะทุกคนคือกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนสิ่งที่เค้ากำลังสร้างสรรค์ ให้เกิดผลออกมาอย่างงดงามตามที่วาดหวัง

 

บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ผู้กำกับฝีมือดี ผู้ที่ฝากผลงานที่แฝงข้อคิดดีๆ ไว้มากมาย เค้าเป็นคนที่ทำให้ทุกคนที่เคยได้สัมผัสกับตัวเค้า ได้เรียนรู้หลายต่อหลายสิ่ง อย่างที่เรียกได้ว่าเป็นกำไรชีวิตเลยก็ว่าได้

บัณฑิตคือผุ้ที่หลอมรวมการใช้ชีวิตให้เข้ากับการทำงานที่เค้ารัก ดังนั้นแม้กระทั่งยามที่ป่วย เค้าก็เลือกวิธีรักษาที่อำนวยความสะดวกให้กับการทำงานมากที่สุด อย่างการฟอกไตนอกสถานที่ ทีมงานในกองถ่ายมักจะเห็นเค้าขึ้นไปฟอกไตบนรถตู้อยู่เสมอในช่วงที่เค้าป่วย ยิ่งกว่านั้นหากเป็นไปได้ เค้าก็อยากที่จะฟอกไตอยู่ข้างๆ กล้องเลย

แล้ววันหนึ่ง ที่ดูเหมือนจะเป็นวันธรรมดาของการรักษาพยาบาล ก็เป็นวันสุดท้ายของผู้กำกับที่ชื่อ “บัณฑิต ฤทธิ์ถกล”

อย่างไรก็ตาม เค้าได้ฝากฝังผลงานที่ไม่สามารถสร้างสรรค์สู่สายตาของผู้ชมได้ด้วยตัวของเค้าเอง แต่ทุกๆ คน ที่รักและศรัทธาในการทำงานของตำนานคนนี้ ก็ช่วยกันสรรค์สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ออกมาแบบที่คิดว่า ตรงใจกับ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล มากที่สุด นั่นก็คือ “บุณชู จะอยู่ในใจเสมอ”

เรื่องราวของบัณฑิต ผู้ค่อยๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เริ่มขยับเข้าใกล้สิ่งที่เค้ารักไปทีละนิด และลงรายละเอียดให้กับทุกการสร้างสรรค์ผลงาน จนทำให้เกิดตำนานขึ้นได้ด้วยตัวของเค้าเอง เป็นเรื่องราวชวนฝันที่ทำให้เราได้ชื่นชม และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับการเรียนรู้ในการใช้ชีวิต

ที่มา — ตำนาน ตอน บัณฑิต ฤทธิ์ถกล แม่ทัพใหญ่แห่งวงการภาพยนตร์ไทย

keyboard_arrow_up