‘อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ’ พื้นที่สีเขียวต้นแบบที่ดี

เปลี่ยนบรรยากาศออกไปนอกบ้าน กับสถานที่ที่มีความน่าสนใจอย่าง อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ สวนสมุนไพรแห่งการเรียนรู้ สถานที่แห่งนี้รวบรวมสมุนไพรไว้กว่า 800 ชนิด บนพื้นที่กว่า 140 ไร่

ซึ่งสวนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายานี่เอง

ใครที่มาเดินชมสวนแห่งนี้ ก็จะได้รับงอบใส่กันแดดกันร้อนให้ฟรีๆ เป็นที่ระลึกอีกด้วย

สำหรับที่มาที่ไปของสวนสมุนไพรแห่งนี้ เดิมทีแล้วมหาวิทยาลัยมหิดลเอง ก็ทำเรื่องเกี่ยวกับยาอยู่แล้ว สมุนไพร ก็เป็นส่วนหนึ่งของยา เป็นยาที่เป็นภูมิปัญญาของไทย แต่คณะเภสัชฯ ไม่มีพื้นที่ปลูกสมุนไพร เมื่อตอนที่สร้างมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2524 คณะเภสัชฯ จึงได้ขอพื้นที่ 12 ไร่ เพื่อปลูกสมุนไพร ให้นักศึกษาเภสัชได้เรียนรู้ จากนั้นก็ได้สะสมสมุนไพรเรื่อยมา

ครั้งนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด และได้รับชื่อ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ นามอันเป็นมงคลจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ ในในหลวง รัชกาลที่ ๙

หลังจากที่เปิดได้ 12 ไร่ นอกจากที่นักศึกษาจะได้เรียนรู้แล้ว ประชาชนภายนอกก็อยากเข้ามาดูด้วย จึงได้เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไปด้วย

ต่อจากนั้น มหาวิทยาลัยเริ่มเล็งเห็นว่าสมุนไพรเริ่มแน่นพื้นที่ จึงขยายเป็น 38 ไร่ และนำสมุนไพรจากต่างจังหวัด ในภาคต่างๆ ของประเทศไทย นำมาทดลองปลูกในสวนแห่งนี้ เป็นการอนุรักษ์นอกพื้นที่ และขายพื้นที่เพิ่มมาอีกเรื่อยๆ จนกระทั่งทุกวันนี้มีพื้นที่กว่า 140 ไร่

สำหรับสวนสมุนไพรแห่งนี้ จะแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ เช่น ลานนานาสมุนไพร เป็นสมุนไพรที่ปรากฏในตำรายา บางต้นก็มีการวิจัยแล้ว บางต้นก็ยังรอการวิจัยอยู่

แปลงสมุนไพร สำหรับไม้ล้มลุก ไม้คลุมดิน ไม้พุ่มเล็ก

และความพิเศษของที่นี่คือมี คิวอาร์โค้ด รวบรวมฐานข้อมูลต่างๆ รวมทั้งรูปภาพ เมื่อใช้แอปพลิเคชั่นยิงบาร์โค้ด ก็จะทราบว่า ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ เป็นอย่างไร ใช้ประโยชน์อย่างไร คนที่ดูก็จะเข้าใจมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ก็ยังมีแผนที่ เพื่อให้ง่ายต่อการเดินชมสวนด้วยตัวเอง หรือหาสมุนไพรที่เราต้องการจะศึกษาได้รวดเร็วขึ้นอีกด้วย

มาถึงโซนที่ 2 เป็น สวนสมุนไพร ที่รวบรวมสมุนไพรไม้ยืนต้นที่น่าสนใจกว่า 60 ชนิด โซนนี้จะร่มรื่นเป็นพิเศษ ด้วยความที่มีต้นไม้ใหญ่ และมีพันธุ์ไม้หลากหลายพันธุ์ รวมถึงสมุนไพรๆ ต่างให้ศึกษากัน

อีกหนึ่งโซนที่เป็นโซนพิเศษ คือแปลงสมุนไพรสำหรับผู้พิการ รวมทั้งผู้สูงอายุ ที่จะเข้ามาเรียนรู้ สามารถที่จะเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ถ้าเป็นผู้พิการทางสายตา จะมีการทำจุดๆ ไว้ที่พื้น พร้อมด้วยออดิโอ้ไกด์ หรือวิทยากรพามา
ส่วนถ้าเป็นผู้พิการทางหู ก็จะมีบุ๊คไกด์ที่แปลงมาจากภาษามือให้

การมาเที่ยมชมสวนสมุนไพรแห่งนี้ นอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังได้รับความผ่อนคลาย เหมือนเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ เพราะที่นี่เป็นสถานที่ที่สงบมาก

ที่มา — บ้านและสวน : “สวนสมุนไพรแห่งการเรียนรู้”

keyboard_arrow_up