‘หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์’ ตำนานนักเขียนผู้ทรงคุณค่า และเป็นต้นแบบที่ดีฉบับสาวชาววัง

ตำนานท่านนี้เปรียบเสมือนหนังสือเล่มใหญ่ที่รวบรวมเหตุการณ์สำคัญในอดีต วิถีชีวิต วัฒนธรรม รวมถึงตำรับอาหาร เป็นบุคคลที่ถูกขนานนามว่า “สาวชาววัง” บุคคลที่ทรงคุณค่าคนนึงของแผ่นดินไทย “หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์”

หากพูดถึงคำว่าสาววชาววัง หลายๆ คนคงจะนิยามถึงความเป็นกุลสตรีของหญิงไทยที่มีความเรียบร้อย พรั่งพร้อมไปด้วยความปราณีตในงานเย็บปักถักร้อย งานแกะสลักผลไม้ มีมารยาทดีงาม และปฎิบัติตนอยู่ในร่องในรอยของจารีตประเพณีอย่างเคร่งครัด แต่ถ้าหากกล่าวถึงสาวชาววังอย่าง “หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์” คงจะไม่ได้เป็นดั่งคำนิยามที่กล่าวมาข้างต้น เพราะเธอถูกขนานนามว่าเป็น “สาวชาววังสุดแก่น”

วีรกรรมเมื่อสมัยอยู่ในวัง “หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์” ได้มีการขโมยของในห้องเครื่องไปทานกับเพื่อนๆ และที่พิศดารมากก็คือไม่ได้ขโมยใส่ภาชนะ แต่เอาซ่อนไว้ในเสื้อคอกระเช้า ท่านเป็นคนตลก หลายๆ คนที่ได้อยู่ใกล้ชิดก็จะมีแต่อารมณ์ขัน

การที่หม่อมหลวงเนื่องเป็นสาวชาววังสุดแก่นนั้น ผู้ใหญ่หลายๆ คนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่ใครจะรู้ว่าความแก่นแก้วนั้นกลับกลายเป็นความโดดเด่น เป็นลักษณะพิเศษเฉพาะตัวที่พิสูจน์ให้ทุกคนรู้ว่าเธอเป็นสาวแก่นคนเก่ง ในความแก่นของท่านแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำ ไม่ใช่เป็นในเรื่องที่เสียหาย แต่เป็นแนวสร้างสรรค์ซะส่วนใหญ่

หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ เป็นบุตรีคนที่ 3 ของหม่อมราชวงศ์อั้น และนางเผือก นิลรัตน์ ซึ่งสืบราชสกุลมาจากพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้านิลรัตน์ กรมหมื่นอลงกฎกิจปรีชา ชีวิตสาวชาววังของท่านได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อบิดาของท่านนำท่านไปถวาย ให้เป็นข้าหลวงที่พระราชวังสวนสุนันทา เมื่อท่านอายุเพียง 1 ขวบ

ในสมัยนั้นพระราชวังสวนสุนันทาเปรียบเสมือนวิทยาลัย เป็นแหล่งฝึกอบรมกุลสตรีที่มีเชื้อพระวงศ์ตลอดจนธิดาของขุนนางชั้นสูง ฝึกทั้งกิริยามารยาท วาจา การบ้านการเรือน งานศิลปะ เย็บปักถักร้อย รวมทั้งด้านอาหาร คราว – หวาน

นอกเหนือจากความเป็นสาวชาววังสุดแก่นของหม่อมหลวงเนื่องแล้ว ชีวิตในวังของท่านยังมีรสชาติอื่นๆ อีกมากมาย หม่อมหลวงมีคุณสมบัติเพียบพร้อมในเรื่องความเป็นกุลสตรี เป็นคนที่อยู่ในกรอบสังคมชาววัง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีรอยแยกให้ท่านได้ออกมาจากกรอบอยู่บ้าง

ชีวิตในวังของท่านจบลงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี 2475 หม่อมหลวงเนื่อง ได้พลิกบทบาทตัวเองจากสาวชาววัง สู่คุณครูผู้มุ่งมั่นและทุ่มเท จนเป็นที่รักของลูกศิษย์ลูกหา

จนกระทั่งเมื่อท่านอายุได้สามสิบกว่าก ก็ได้เข้าสู่ชีวิตแต่งงาน เรื่องราวของหม่อมหลวงเนื่องดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบ เพราะมีชีวิตคู่ที่ดี มีครอบครัวที่ดี แต่แล้วโชคก็ไม่เข้าข้างท่าน เพราะคนในครอบครัวเริ่มเสียชีวิตไปทีละคนสองคน สามีก็เสียชีวิต มีลูกสองคนก็เสียชีวิต จนแทบจะไม่เหลือใคร แต่ท่านก็ยังแกร่งและผ่านช่วงยากของชีวิตนั้นมาได้

ถึงแม้ชีวิตของหม่อมเนื่องจะพบกับความสูญเสียของคนรอบตัวไปก่อนเวลาอันควร แต่สิ่งที่ยังหลงเหลือและไม่มีวันตายก็คือวิชาความรู้ที่ติดตัวเธอมา พร้อมกับบุตรบุญธรรม และหลานสาวบุญธรรมที่เธอรัก

หนึ่งสิ่งที่ติดตัวหม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ มาตั้งแต่สมัยที่ยังอยู่พระราชวังสวนสุนันทาคือ วิชาความรู้อันโดดเด่น นั่นก็คือ เมนูอาหารตำรับชาววัง

หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ เป็นหลานสาวของท่านย่า หม่อมเจ้าหญิงสบาย นิลรัตน์ ซึ่งควบคุมห้องเครื่องครัวของพระราชวังสวนสุนันทา ทานเป็นหลานรัก จึงได้รับการฝึกอบรมจนมีคุณสมบัติเยี่ยมในทุกเรื่อง สมเป็นกุลสตรีชาววัง ด้านอาหารถือได้ว่าสืบทอดท่านย่ามาอย่างสมบูรณ์แบบเช่นกัน

อาหารชาววังมีมากมายหลายเมนู แต่มีอยู่ 1 เมนู ที่เป็นสูตรเฉพาะของหม่อมหลวงเนื่องเท่านั้น นั่นก็คือ สะเต๊ะลือ  ที่บอกได้เลยว่าใครได้ชิมแล้วจะต้องร่ำลือกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง

เด็กรุ่นใหม่ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่บางคน น้อยคนนักที่จะได้มีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติของอาหารชาววังแท้ๆ ซึ่งปัจจุบันนี้หาทานได้ยากมาก แต่ด้วยความเป็นผู้ถ่ายทอดของหม่อมหลวงเนื่อง ท่านได้รวบรวมทุกสูตรของอาหารชาววังมาไว้ในหนังสือ ตำรากับข้าวในวัง กว่า 59 เมนู

และถ้าพูดถึงชื่อหนังสือ ชีวิตในวัง และ ชีวิตนอกวัง หลายคนคงจะรู้จักดี เพราะเป็นหนังสือที่ขายดี และถูกตีพิมพ์มากกว่า 10 ครั้ง ผลงานชิ้นนี้จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ นักเขียนหน้าใหม่วัย 72 ปี

จากงานเขียนของหม่อมเนื่อง ทำให้คนรู้จักเธอมากขึ้นๆ จนทำให้เกิดปรากฏการณ์แฟนหนังสือบุกถึงบ้าน

นอกจากหนังสือของหม่อมหลวงเนื่องจะขายดีจนมีแฟนหนังสือล้นหลามแล้ว ในช่วงเวลานั้นเอง ความโด่งดั่งของหม่อมหลวงเนื่องก็ยังหยุดไม่อยู่ ด้วยการโดนเชิญไปออกรายการทีวีทุกช่อง รายการวิทยุเกือบทุกคลื่น เชิยไปพูดระดับประเทศอีกนับครั้งไม่ถ้วน นอกเหนือไปกว่านั้น เรื่องราวชีวิตของหม่อมหลวงเนื่อง ยังถูกนำไปทำเป็นการแสดงละครสั้นที่โรงละครกรุงเทพฯ ถึง 2 รอบการแสดงด้วยกัน

ไม่เพียงแต่ความโด่งดังผ่านสื่อต่างๆ เท่านั้น ผลงานของหม่อมหลวงเนื่องยังเต็มไปด้วยคุณค่า จนทำให้เธอได้รับรางวัลที่สำคัญของชีวิตถึง 2 รางวัล ปริญญาบัตร และ นักเขียนดีเด่นของรางวัลนราธิป  นับว่าทั้งสองรางวัลนี้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลนิลรัตน์เป็นอย่างมาก

หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ ผู้ที่มีอารมณ์ดีในวัย 96 ปี ถึงแม้ร่างกายจะแข็งแรงซักเพียงใด แต่แน่นอนว่าสังขารทั้งหลายย่อมไม่เที่ยง ท่านจากไปอย่างสงบด้วยโรคชรา เมื่อวันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553

ที่มา —- รายการ ตำนาน ตอน หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์

keyboard_arrow_up