ตำนานอมตะเถระกรุงรัตนโกสินทร์ ‘สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)’

หากพูดถึงชื่อของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) หรือว่าหลวงพ่อโต สิ่งแรกที่เราจะนึกถึงคงหนีไม่พ้นเรื่องราวของพระคาถา “ชินบัญชร”

พระคาถาชินบัญชร นับได้ว่าเป็นพระคาถาที่คนไทยรู้จักกันแพร่หลาย หลายคนเคยกล่าวว่าพระคาถานี้ เป็นพระคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ รวมทั้งยังสามารถดลบันดาลสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

ที่มาของพระคาถาบทนี้ เริ่มจากที่มีพุทธาแสงบอกว่าให้ไปธุดงค์ขึ้นไปทางเหนือ แต่ไม่รู้ว่าที่ไหน หลวงพ่อโตก็รอนแรมไปทั่ว จนไปถึงเมืองกำแพงเพชร เมื่อไปถึงที่กำแพงเพชร ในขณะที่ท่านกำลังปักกลดนั่งกรรมฐานอยู่ ได้มีเทพยดาอารักษ์มานิมิตรกายให้ท่านเห็น และบอกกับท่านว่ามีสิ่งหนึ่งรอคอยการมาของท่าน ขอให้รับไว้ด้วย สิ่งนั้นคือพระพุทธศาสนาที่มาประดิษฐาน ญ ดินแดนแห่งน้านแล้ว เมื่อสิ้นคำก็เกิดปรากฏการณ์ อสุนีบาตฟาดเปรี้ยงไปที่ยอดเจดีย์องค์ที่อยู่ด้านหลังจนแตกเป็นโพลง หลวงพ่อโตจึงเดินไปดูตามรอยแตกเหล่านั้น ปรากฏว่าเจอกับกรับไม้โบราณ ท่านจึงเก็บกลับมา แต่ยังไม่รู้ว่าเกี่ยวกับอะไร

จนกระทั่งท่านกลับมาวัดระฆัง สร้างพระให้กับผู้คนมากมาย จนเรื่องไปรู้ถึงในวัง รัชกาลที่ 4 ทรงถามหลวงพ่อโตว่า “ขรัว ทำไมไม่สร้างพระให้ฉันบ้างล่ะ” หลวงพ่อโตก็รับปากที่จะสร้างให้ แต่สร้างพระให้เจ้านาย ท่านก็เป็นทุกข์ว่าพระที่ท่านสร้างจะปลุกเสกด้วยพระคาถาอะไรถึงจะขลัง ท่านเป็นทุกข์อยู่หลายวัน จนกระทั่งคืนหนึ่งท่านนิมิตรว่า พรหมณ์ชินนะบัญชะระ ได้เสด็จลงมาบอกว่า “ขรัว เอาพระคาถาชินบัญชรที่ได้เก็บมา เอามาปลุกเสกสิ” ท่านจึงนึกขึ้นมาได้ จึงไปเปิดกรับไม้มา ปรากฏว่าในกรับไม้เป็นแผ่นลานทองที่ลงอักขระไว้ ท่านก็มานั่งอ่านพิจารณาดู และนำมาปรับเสริมเพิ่มเติม

โดยหลักใจความแล้วนั้น พระคาถาชินบัญชร ได้เกิดขึ้นมาก่อนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นพันปี แต่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) นั้น เป็นผู้ที่นำมาปรับปรุง และนำมาใช้

โดยเฉพาะคุณของพระคาถาชินบัญชรนั้น กล่าวโดยสรุปว่า ถ้าหากใครที่ได้สวดพระคาถานี้ ก็จะทำให้มีความเจริญรุ่งเรือง เพราะความนัยย์แห่งพระคาถาชินบัญชรนั้น ถือว่าเป็นบทสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า และคุณของพระอริยสงฆ์ในนานานับประการ รวมทั้งหมด 28 องค์ ด้วยกัน

และอีกสิ่งนึงที่หลายๆ คนจะนึกถึงเมื่อได้ยินชื่อของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) นั่นก็คือพระสมเด็จ

พระเครื่อง เป็นวัตถุมงคลที่มีคุณค่าทางจิตใจ ซึ่งหลายคนใช้เป้นที่ยึดเหนี่ยวในการดำเนินชีวิต และถ้าพูดถึงที่สุดของพระเครื่องแล้ว คงต้องยกให้กับ พระสมเด็จ ด้วยมวลสร้างที่นำมาสร้างพระสมเด็จ เป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะนำมาสร้างเป็นพระเครื่องได้ รวมถึงสิ่งของต่างๆ เหล่านั้น ล้วนมาจากสิ่งของรอบตัวสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จึงทำให้พระสมเด็จ มีมนต์ขลัง เปี่ยมด้วยพุทธคุณ

ด้วยหลายปัจจัยจึงทำให้ พระสมเด็จ เป็น 1 ใน 5 เบญจภาคี และได้รับกการยกย่องให้เป็นจักรพรรดิของพระเครื่อง

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นบุคคลที่มีประวัติชีวิตน่าสนใจ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของชีวิต ท่านเกิดในสมัยรัชกาลที่ 1 ในปีพ.ศ. 2331 ณ บ้านไก่จ้น อ.ท่าเรือ จ. พระนครศรีอยุธยา และเริ่มเข้าสู่เส้นทางใต้ร่มกาสาวพักตร์ตั้งแต่วัยเยาว์ ต่อมาเมื่อบรรพชาท่านยังได้รับฉายานามในพระพุทธศาสนาว่า พรหมรังสี จนกระทั่งได้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆษิตาราม ในสมัยรัชกาลที่ 4 ขณะอายุ 65 ปี

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นพระเถระรุ่นใหญ่ที่ปฏิบัติตนอย่างเรียบง่าย ใช้ชีวิตแบบไม่ยึดติดในสิ่งของ หรือยศฐาบันดาศักดิ์ วางตนเป็นต้นแบบที่ดีในหมู่พระสงฆ์

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นผู้ให้ธรรม และคำแนะนำมากมายกับพระมหากษัตริย์ รวมถึงประชาชนชาวไทย ทะนุบำรุงศาสนาเรื่อยมา จนกระทั่งมรณะภาพ เมื่อปีพ.ศ. 2415 ท่านเป็นสงฆ์ที่มีปฏิปฐาน่าเลื้อมใส ซึ่งอยู่ในแผ่นดินสยามถึง 5 รัชกาล

keyboard_arrow_up