ซุป’ตาร์พาตะลุย : ‘เลโอ’ ชวน ‘นิกกี้’ ปั่นจักรยานไปดูบ้านของพ่อ ที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก

ซุป’ตาร์พาตะลุยวันนี้บุกไปกันที่จังหวัดตาก กับซุป’ตาร์หนุ่มเพื่อนซี้ของพิธีกรนิกกี้ ณฉัตร นั่นก็คือหนุ่ม เลโอ โซสเซย์ นั่นเอง

ถ้าพูดถึงจังหวัดตาก แลนด์มาร์คที่สำคัญที่สุดคือ เขื่อนภูมิพล หรือเขื่อนของพ่อหลวง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นเขื่อนเอนกประสงค์แห่งแรกของประเทศไทย

ที่บอกว่าเป็นเขื่อนเอนกประสงค์ เพราะเขื่อนที่นี่ทำได้หลายอย่าง เช่น เก็บน้ำไว้ช่วยเหลือไม่ให้น้ำไหลลงไปข้างล่างเยอะเกิน โดยมีเขื่อนกั้นไว้ หลังจากนั้นก็ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อการอุปโภคและบริโภค เพื่อการผลักดันน้ำเค็ม การท่องเที่ยว การคมนาคมขนส่ง การประมง และที่สำคัญที่สุดคือเพื่อการเกษตร

เขื่อนภูมิพล ยังเป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย มีความสูง 154 เมตร และความกว้าง 207 กิโลเมตร ยิ่งกว่านั้นยังนำแรงของน้ำไปหมุนกังหันให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าให้เราใช้กันทั่วประเทศ

เขื่อนภูมิพลอยู่ห่างจากจังหวัดตากประมาณ 1 ชั่วโมง บริเวณเขื่อนถูกห้อมล้อมไปด้วยขุนเขา

แต่เดิมเขื่อนภูมิพลนั้น มีชื่อว่า เขื่อนยันฮี ต่อมาในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงเสด็จมาเยือนที่เขื่อนแห่งนี้ในปีพ.ศ. 2501 และทรงพระราชทานชื่อจาก เขื่อนยันฮี เป็น เขื่อนภูมิพล ตั้งแต่นั้นมา

มาถึงแล้ว หนุ่มนิกกี้และหนุ่มเลโอก็ปั่นจักรยานมาพักชมวิวบน สะพานแขวน สะพานที่สร้างจากอุปกรณ์เหลือใช้จากการสร้างโรงไฟฟ้าของเขื่อนภูมิพล นอกจากจะเป็นสะพานแขวนแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการปั่นจักรยานอีกด้วย ซึ่งในทุกๆ ปีจะมีการจัดแข่งขันการปั่นจักรยาน

ปั่นกินลมชมวิวจนมาถึง สะพานขาว เป็นสะพานแรกที่สร้างขึ้นพร้อมๆ กับสันเขื่อน บรรยากาศขอบอกว่าดีมาก เขียวขจีละลานตา อากาศเย็นสดชื่น

งานนี้ยังได้ พี่แป๋ว เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ประจำเขื่อนภูมิพล ที่ให้บริการคำแนะนำแก่ผู้มาเที่ยวชมเขื่อนแห่งนี้มากว่า 20 ปี ให้เกียรติมาเป็นไกด์พิเศษให้กับ 2 หนุ่มของเราด้วย

ก่อนอื่นก็พาลงไปบุกห้องควบคุมการเดินเครื่องว่า น้ำ ไป-มา ยังไง รวมถึงกรรมวิธีการสร้างพลังงานไฟฟ้าจากแรงดำน้ำ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากเขื่อนภูมิพล ไม่ใช่แหล่งผลิตโดยตรง โดยมี พี่หมู เจ้าหน้าที่ประจำห้องควบคุมให้คำแนะนำ

ทัศนศึกษากันมาพอสมควรแล้ว ก็ไปนมัสการ หลวงพ่อ 7 กษัตริย์ พระประจำเขื่อนทุกเขื่อนของการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย โดยมีพระพุทธรูป 1 องค์ และพญางูถึง 7 ตน เพื่อที่จะเรียกฝน ให้มีนำพอเพียงแก่ประชาชน

จุดต่อมาคือ อาคารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน มีชื่อเดิมคือ อาคารเรือนไม้ หรือที่คนที่นี่เรียกกันว่า บ้านของพ่อ ซึ่งมีประวัติที่ทรงคุณค่าต่อจิตใจและนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ของชาวเขื่อนภูมิพล ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เมื่อครั้นเสด็จมาในปี 2501 และประทับแรมที่อาคารแห่งนี้

พระองค์ท่านเสด็จมาที่เขื่อนภูมิพลถึง 4 ครั้งด้วยกัน จึงมีของที่พระองค์ท่านเคยใช้เก็บไว้ให้ดูมากมาย

และพระองค์ท่านยังทรงตรัสเกี่ยวกับความสำคัญของน้ำไว้ว่า

” หลักสำคัญต้องมีน้ำบริโภค

น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก

ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้

ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้

ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้

แต่ถ้าไม่มีไฟฟ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้ “

keyboard_arrow_up