เปิดตัว Healthy Lung Thailand ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด หลังพบคนไทยป่วยมากเป็นอันดับ 3!

พบผู้ป่วยมะเร็งปอดในประเทศไทยมากเป็นอันดับ 3 รองจากโรคมะเร็งเต้านม และโรคมะเร็งตับ และยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งอันดับสองในประเทศอีกด้วย

นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 กล่าวผลการดำเนินโครงการ Healthy Lung Thailand เมื่อปีที่แล้วว่า ในประเทศไทย มีการตรวจพบผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาถึง 78,036 คน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่ผู้พักอาศัยได้รับมลพิษทางอากาศและมีพฤติกรรมสูบบุหรี่ขี้โย อันเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง แต่หลังจากที่เราได้เปิดตัวโครงการ Healthy Lung Thailand ไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 จำนวนผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในประเทศไทยก็มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 20.4 โดยในอัตรานี้มีผู้ป่วยที่พักอยู่อาศัยในเขตสุขภาพที่ 1 ถึงร้อยละ 12 และนั่นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโครงการ Healthy Lung Thailand มีส่วนสำคัญในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในประเทศไทย อีกทั้งยังมีส่วนสนับสนุนด้านองค์ความรู้ต่อโรคให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งมีผลให้การตรวจวินิจฉัยโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย”

สำหรับการดำเนินโครงการ Healthy Lung Thailand ส่วนขยายต่อไปสู่การดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด นั้นมีผลมาจากสถานการณ์ของผู้ป่วยมะเร็งปอดในประเทศไทย ซึ่งมีการตรวจพบมากเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งตับและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็งอันดับหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ ทางแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการขยายขอบเขตการดำเนินงานให้ครอบคลุมโรคมะเร็งปอด โดยจะมีการร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขและมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย ในการดำเนินโครงการในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดสูงที่สุดในประเทศไทย รวมถึงพื้นที่เขตสุขภาพที่ 8 (7 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) และพื้นที่เขตสุขภาพที่ 11 (7 จังหวัดในภาคใต้) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการตรวจพบผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดและมีเครือข่ายโรงพยาบาลที่แข็งแกร่ง สามารถประสานงานกันระหว่างหน่วยงานทางการแพทย์ภายในพื้นที่ได้อย่างไร้รอยต่อ

นายแพทย์เอกภพ สิระชัยนันท์ นายกมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันของโรคมะเร็งปอดในประเทศไทยว่า โรคมะเร็งปอดถือเป็นโรคที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากมะเร็งเป็นอันดับ 2 แล้ว ยังเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งเต้านมและมะเร็งตับอีกด้วย ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดราว 20,000 ราย โดยในจำนวนนี้ก็จะมีผู้เสียชีวิตถึงร้อยละ 40 หรือ 8,000 รายเลยทีเดียว โดยที่ทางเรามีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขสถานการณ์ของโรคมะเร็งปอดในประเทศไทยให้มีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Healthy Lung Thailand ในการสนับสนุนด้านการส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้สามารถประเมินสถานการณ์ของโรคมะเร็งปอดได้อย่างแม่นยำ ก่อนที่จะประสานงานต่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาตามกระบวนการทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะทำให้อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดในประเทศไทยลงน้อยลงไปในที่สุด

นางอิงก์ กุสุมา ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการขยายขอบเขตของโครงการ Healthy Lung Thailand ว่า จากจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ ทั้งโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคมะเร็งปอด ในทวีปเอเชียที่มีการพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน เรามีความยินดีที่จะได้ร่วมมือกับมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทยที่จะเข้ามาช่วยสร้างความตระหนักถึงโรคมะเร็งปอด พร้อมทั้งเสริมวิชาความรู้ให้กับแพทย์เพื่อให้มีความสามารถในการตรวจวินิจฉัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านทางการจัดการอบรมวิชาการในเขตสุขภาพที่ 1, เขตสุขภาพที่ 8, และเขตสุขภาพที่ 11 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทางเราเชื่อมั่นว่ามีศักยภาพในการดำเนินโครงการให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีตามวัตถุประสงค์ของโครงการและสามารถตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาของโรคระบบทางเดินหายใจได้อย่างครบถ้วน

โครงการ Healthy Lung Thailand ในส่วนขยายที่จะดำเนินการใน 3 พื้นที่เขตสุขภาพนั้น จะมีแผนการดำเนินงานไปจนถึงสิ้นปี 2562 ภายใต้กรอบแนวคิด 3 ประการ ได้แก่ 1) ความร่วมมือกับหน่วยงานในภาคส่วนต่างๆ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้และให้ความสำคัญต่อโรค 2) การเสริมสร้างศักยภาพและการเข้าถึงการบริการ และ 3) การสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อนำไปสู่พัฒนาการด้านการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายในการรณรงค์และอบรมเสริมความรู้ในเรื่องโรคมะเร็งปอดให้กับบุคลากรทางการแพทย์กว่า 8,000 คน เพื่อทราบถึงปัจจัยเสี่ยง แนวทางป้องกัน การวินิจฉัยและแยกแยะระหว่างโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคมะเร็งปอดได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ โครงการฯ ยังมีเป้าหมายในการสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อระดับชาติ 5 ปี ซึ่งจะให้ความสำคัญกับโรคมะเร็งและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เพื่อที่จะลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อให้ได้ในอัตราร้อยละ 25.

keyboard_arrow_up