ดื่มน้ำ ช่วงเวลาไหนดี? เคล็ดไม่ลับ ปริมาณการดื่มน้ำ ในแต่ละช่วงวัย

น้ำเป็นเหมือนฮีโร่ของร่างกาย เพราะน้ำเป็นสารอาหารที่ร่างกายได้รับง่ายๆ แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายเยอะมาก โดยเฉพาะการเริ่มดื่มน้ำที่สะอาดและมีคุณภาพ จะเป็นจุดเริ่มต้นอนาคตดีๆ ของทุกคนในครอบครัว แต่ร่างกายของคนเรามีความต้องการน้ำแตกต่างกัน ดื่มน้ำ ช่วงเวลาไหนดี? และปริมาณการดื่มน้ำในแต่ละช่วงวัยจะเป็นอย่างไร? คุณอิสตรี ประจญศานต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยถึงความสำคัญของการเลือกน้ำดื่มคุณภาพว่า

“น้ำเป็นส่วนประกอบหลักในร่างกายหรือประมาณ 2 ใน 3 ของร่างกาย และยังกระจายอยู่ในอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เช่น สมอง หัวใจ กล้ามเนื้อ ผิวหนัง และเป็นตัวหล่อลื่นระหว่างข้อต่อ นอกจากนี้ น้ำยังมีส่วนในการส่งเสริมการทำงานของกระบวนการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งสารอาหาร ขับถ่ายของเสียในเหงื่อ ปัสสาวะ และให้ความชุ่มชื้นกับร่างกาย ที่สำคัญคือน้ำดื่มที่มีคุณภาพ และสะอาดจะช่วยลดการเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินอาหาร และสร้างความสดชื่นให้กับร่างกายอีกด้วย”

โดยปกติคนเราจะสูญเสียน้ำวันละประมาณ 2.5 ลิตร ความต้องการน้ำในแต่ละวันจะมีปริมาณที่ต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น อายุ เพศ  อากาศร้อน หรือเมื่อออกกำลังกายแล้วเสียเหงื่อมาก ร่างกายจะขับเหงื่อและระเหยออกทางผิวหนังมากขึ้น

ดังนั้นการดื่มน้ำที่มีคุณภาพจะช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพดี เริ่มที่

1) ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน การดื่มน้ำในแต่ละช่วงเวลามีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้ ตอนเช้า ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ระหว่างวัน ช่วยให้สดชื่น รักษาสมดุลของร่างกาย หลังกินข้าว ช่วยขนส่งสารอาหารที่ได้จากการย่อยไปสู่เซลล์ต่างๆ และช่วยในการไหลเวียนของสารต่างๆ ภายในร่างกาย

2) เลือกดื่มน้ำที่ผ่านกระบวนการที่มีคุณภาพ สะอาด สามารถพกติดตัวไปได้ทักที่ทุกเวลา

3) หมั่นดื่มน้ำให้บ่อยครั้งตลอดวัน

4) ดื่มน้ำมากขึ้นเมื่ออยู่กลางแจ้ง วันที่มีอากาศร้อน หรือมีการเสียเหงื่อมากดื่มน้ำบ่อยๆ ระหว่างเล่นกีฬา โดยมีเทคนิค ดังนี้ ก่อนออกกำลังกาย 1-2 ชั่วโมง ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ระหว่างการออกกำลังกาย จิบน้ำทุกๆ 15 นาที หลังออกกำลังกาย ดื่มน้ำ 2-4 แก้ว เพื่อคืนน้ำให้กับร่างกายหลังจากเสียเหงื่อ

5) ดื่มน้ำมากขึ้น เมื่อร่างกายรู้สึกกระหายน้ำเมื่อปากหรือผิวแห้ง หรือเมื่อปัสสาวะสีเหลืองเข้ม

ในแต่ละช่วงวัยก็ยังมีความต้องการน้ำที่แตกต่างกัน

เด็กเล็ก ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 6 แก้วต่อวัน 

เด็กโตและผู้ใหญ่ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วหรือ 1.5 ลิตรต่อวัน

ผู้สูงอายุ จะมีความรู้สึกกระหายน้ำน้อยลง อาจส่งผลให้การดื่มน้ำต่อวันไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระวัง เพราะจะทำให้ความเข้มข้นของเลือดสูง ทำให้เป็นลมและไม่รู้สึกตัวได้ คนรอบข้างจึงควรย้ำเตือนให้ผู้สูงอายุดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน


สำหรับเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ควรสร้างนิสัยให้ลูกดื่มน้ำเปล่าอย่างเพียงพอเป็นประจำทุกวันโดย

 1) สร้างความตื่นเต้นในการดื่มน้ำเปล่า เช่น คุณแม่เตรียมน้ำดื่มคุณภาพในขวดที่มีลวดลายการ์ตูนที่เด็กๆ ชื่นชอบให้พกติดตัว

2) วางแผนสร้างวินัยในการดื่มน้ำ ฝึกลูกให้ดื่มน้ำเป็นเวลา เช่น หลังตื่นนอน หลังทานอาหารแต่ละมื้อ ระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ และคอยย้ำเตือนให้เด็กๆ ดื่มน้ำระหว่างวัน

3) สร้างกำลังใจให้ลูกด้วยการชมเวลาที่เขาดื่มน้ำ ก็สามารถช่วยให้เขาชอบดื่มน้ำมากขึ้น

ทุกคนควรเลือกน้ำดื่มที่สะอาดซึ่งสังเกตได้จากลักษณะภายนอก น้ำที่สะอาดจะมีความใส ไม่มีสี น้ำถูกบรรจุอยู่ในภาชนะที่สะอาดและปิดสนิท เมื่อดื่มแล้วไม่มีกลิ่นหรือรสชาติที่ไม่พึงประสงค์

คุณอิสตรี ประจญศานต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด
keyboard_arrow_up