ดื่มน้ำไม่เพียงพอ ส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็ก แพทย์แนะ 8 ช่วงเวลาดีๆ ที่ควรดื่มน้ำ

เพราะร่างกายประกอบด้วยน้ำถึง 60% การดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อวันเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามอีกต่อไป โดยเฉพาะอาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการหรือการเรียนรู้ของเด็ก ทั้งเรื่องไม่มีสมาธิในการเรียน ความจำไม่ดี ไม่คล่องแคล่ว และอารมณ์ไม่คงที่ แพทย์แนะสร้างนิสัยลูกให้ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน 

รศ.นพ. พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม เปิดเผยว่า
“ความกังวลของพ่อแม่ที่มีลูกเล็กในวัยเรียนคือห่วงว่าลูกอยู่ที่โรงเรียนจะเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งเรื่องของการรับประทานอาหาร การดื่มน้ำให้เพียงพอ รวมถึงการเจ็บป่วยบ่อยๆ เมื่อไปโรงเรียน เพราะเด็กในวัยนี้มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในด้านต่างๆ ร่วมกับเพื่อนๆ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยไม่สบายจากการติดเชื้อจากเพื่อน หรือเป็นลมแดดจากการอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานาน โดยโรคทางเดินหายใจเป็นปัญหาสุขภาพของลูกที่คุณพ่อคุณแม่กังวลเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ ภูมิแพ้ หวัด ไข้หวัด หลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบ เพราะต้องใช้เวลานานกว่าจะหายเป็นปกติ นอกจากนี้ หากเด็กๆ ดื่มน้ำไม่เพียงพอ นอกจากส่งผลเสียต่อร่างกายแล้ว อาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการหรือการเรียนรู้ของเด็ก ทั้งเรื่องไม่มีสมาธิในการเรียน ความจำไม่ดี ไม่คล่องแคล่ว และอารมณ์ไม่คงที่อีกด้วย

“โดยอาการเหล่านี้ สามารถป้องกันได้ หรือหากเป็นแล้วก็สามารถบรรเทาได้ด้วยธรรมชาติบำบัดด้วยการดื่มน้ำคุณภาพ ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายของเด็กในวัยเรียนประมาณ 6-8 แก้วต่อวัน โดยแนะนำให้จิบน้ำเรื่อยๆ ระหว่างวัน เริ่มตั้งแต่หลังตื่นนอน หลังมื้ออาหาร 3 มื้อ เติมความสดชื่นระหว่างช่วงพักเรียน ระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างอ่านหนังสือ และก่อนเข้านอนเพราะน้ำเป็นส่วนประกอบของเซลล์ในร่างกาย หากได้รับในปริมาณที่เพียงพอก็จะช่วยสร้างสมดุลในร่างกาย เช่น เมื่อเป็นไข้ น้ำสามารถช่วยขับความร้อนออกมากับปัสสาวะ นอกจากการดื่มน้ำแล้ว การรับประทานอาหารให้มีประโยชน์ครบถ้วน 5 หมู่ การพักผ่อนและการออกกำลังกายอย่างเพียงพอก็เป็นเรื่องสำคัญ”

สำหรับเด็กในวัยเรียน คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกนิสัยให้ลูกน้อยดื่มน้ำเปล่าเป็นประจำด้วย เคล็ดลับดังนี้
1. เตรียมน้ำดื่มให้ลูกพกติดตัวไปโรงเรียน ด้วยภาชนะที่มีขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก
2. ขวดหรือกระติกน้ำ ควรมีลวดลายการ์ตูนดึงดูดความสนใจเด็ก
3. เน้นย้ำให้คุณครูช่วยกระตุ้นให้เด็กดื่มน้ำระหว่างคาบเรียน
4. สอนให้เด็กๆ สังเกตตนเองว่าดื่มน้ำเพียงพอหรือไม่อย่างง่ายๆ ด้วยการดูที่ผิวหนังว่า ผิวแห้งหรือปากแห้งหรือไม่
หากผิวแห้งปากแห้งควรรีบดื่มน้ำให้เพียงพอโดยทันที หรือดูจากสีของปัสสาวะหากสีเหลืองเข้มแสดงว่าได้รับน้ำไม่เพียงพอ
5.สอนให้ลูกเลือกรับประทานอาหารที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ เช่น นม ต้มจืด ข้าวต้ม หรือซุป เพื่อให้ได้รับน้ำและสารอาหารจากอาหารที่หลากหลาย

โดย 8 ช่วงเวลาการดื่มน้ำ ที่แพทย์แนะนำสามารถแบ่งเป็นช่วงเวลาดังภาพประกอบต่อไปนี้

ดื่มน้ำไม่เพียงพอ ส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็ก แพทย์แนะ 8 ช่วงเวลาดีๆ ที่ควรดื่มน้ำ
ภาพ : น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ คิดส์
keyboard_arrow_up