ทรมานกว่าอกหักก็ ‘กรดไหลย้อน’ นี่แหละ เช็คพฤติกรรมแบบไหนพาป่วย เตือน! ปล่อยไว้ไม่รักษาเสี่ยง ‘มะเร็ง’ ไปอีก

กรดไหลย้อน (GERD) ถึงแม้จะไม่ใช่โรคที่ส่งผลอันตรายต่อชีวิตแบบเฉียบพลัน แต่หากเป็นแล้วไม่ยอมพบแพทย์เพื่อทำการรักษา ย่อมส่งผลต่อร่างกายในวันใดวันหนึ่งอย่างแน่นอน

วันนี้รายการอยู่เป็นลืมป่วย โดย 2 พิธีกรความรู้แน่น “คุณหมอผิง- พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล”
และ “น้องแบม- ปิติภัทร คูตระกูล” จะมาแฟนๆ รายการไปรู้จักกับ “โรคกรดไหลย้อน”
พร้อมวิธีรักษาให้หายขาด ใครที่กำลังทรมานจากอาการของโรคไม่ควรพลาด
หรือใครที่กำลังสงสัยว่าตนเองเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้มากน้อยแค่ไหน
ทางรายการได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พลตรี.นพ.สุทธจิต ลีนานนท์ และ นพ.จีรวัส ศิลาสุวรรณ
มาร่วมพูดคุยให้ความรู้

“สำหรับสาเหตุของการเกิดโรคมาจากหลายปัจจัย โดยกรดที่ไหลย้อนกลับไปที่หลอดอาหาร เกิดจากหูรูดหรือรอยต่อระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะหลวม ซึ่งอาจเป็นการหลวมชั่วคราวหรือถาวร สามารถเป็นได้ทุกช่วงวัยแต่จะพบมากในกลุ่มอายุวัยทำงาน 40-50 ปี แต่หากพบในช่วงวัยผู้สูงอายุ ต้องคำนึงในส่วนของโรคมะเร็งด้วย

โดยทั่วไปจะมีอาการบ่งชี้ของโรคชัดเจนอย่างเช่น แสบร้อนที่ยอดอก แสบร้อนที่ลิ้นปี่ มีเรอเปรี้ยวขมคอ แต่อาการที่หลายคนอาจยังไม่รู้ นั่นก็คือ อาการนอกหลอดอาหาร เช่น จุกคอ ไอเรื้อรัง เสียงแหบ หรือบางคนมาพบแพทย์เพราะสงสัยว่าตนเองเป็นโรคหัวใจ แต่เมื่อตรวจเฉพาะทางละเอียดแล้วกลับปกติดี
ข้อนี้อาจบ่งชี้มาที่โรคกรดไหลย้อนก็เป็นได้”

การรักษาโรคกรดไหลย้อน
“ผู้ป่วยต้องเคร่งครัดในเรื่องการปฏิบัติตัวเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรค เช่น เรื่องน้ำหนักหากคนไข้มีน้ำหนักเยอะ
หากลดลงมาให้สมส่วนตามค่ามาตราฐานก็จะช่วยได้มาก บางครั้งอาจไม่ต้องรักษาด้วยวิธีกินยาเลยก็ได้
ปัจจัยอื่นๆ เช่น กินเหล้า สูบบุหรี่ กินยาแก้ปวดบ่อยๆ กินแล้วนอน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพฤติกรรมก่อให้เกิดโรคทั้งสิ้น

เมื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร่วมกับกินยาลดกรดแล้วอาการไม่ดีขึ้น แนวทางการรักษาอาจต้องมองไปถึงการ
“ผ่าตัดหูรูดกระเพาะอาหาร” แต่กว่าจะไปถึงการรักษาด้วยวิธีนี้ คุณหมอต้องพิจารณาสิ่งใดบ้าง?

นอกจากนี้ยังมีสาระความรู้เกี่ยวกับสุขภาพอย่าง “อันตราย ที่เกิดจากการเข้าห้องน้ำเป็นเวลานานๆ” อีกด้วย
ติดตามรายละเอียดทั้งหมดได้ใน อยู่เป็นลืมป่วย ซีซั่น 4 / วิธีรักษาโรคกรดไหลย้อนให้หายขาด

keyboard_arrow_up