เพราะ ‘หวี’ สำคัญกว่าที่คิด! วิธีดูแลผมสวยได้ง่ายๆ แค่เลือกใช้หวีให้ถูก

การเลือกใช้ ‘หวี’ ให้เหมาะสม ถือเป็นวิธีดูแลเส้นผมแบบหนึ่งที่สำคัญ แต่มักถูกมองข้ามอยู่เสมอ หลายคนคิดว่าจะหวีแบบไหนก็คงเหมือนๆ กันนั่นแหละ! แต่หารู้ไม่ว่าการใช้หวีผิดประเภทเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เส้นผมพันกัน แตกปลาย หรือหลุดร่วงได้ง่ายๆ วันนี้เราจะมาบอกวิธีเลือกประเภทของหวี ให้เหมาะกับสภาพผมและกิจวัตรประจำวันของแต่ละคน

1. หวีซี่ ใช้ได้ทั้งตอนที่ผมแห้งหรือผมเปียก ทำให้ผมเรียบ ไม่ชี้ฟู แบ่งเป็น

หวีซี่แบบห่าง เหมาะสำหรับผมที่หนาและยาว ผมเส้นใหญ่ หยิกฟู โดยจะถนอมเส้นผมได้มากกว่า และเหมาะสำหรับสาวที่ชอบดัดผม เพราะจะไม่ทำให้ลอนผมแตกนั่นเอง

หวีซี่แบบถี่ เหมาะสำหรับผมเส้นเล็ก ด้ามมีขนาดเล็กสามารถใช้แบ่งผมได้ ไม่ว่าแสกกลางหรือแสกข้าง เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ชอบทำผมเน้นวอลลุ่ม หรือหนุ่มๆ ที่ชอบเซ็ตทรงแนววินเทจ

 

2. หวีแปรงไนลอน ทำมาจากไนลอนตามชื่อ มักมีปุ่มหุ้มที่ซี่หวี เหมาะสำหรับผมยาวระดับกลางถึงยาวมาก ควรใช้ในช่วงที่ผมแห้ง เพราะหากใช้ตอนผมเปียกจะทำให้ผมฉีกขาดหรือหลุดร่วงได้ โดยหวีประเภทนี้จะช่วยกระตุ้นให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันธรรมชาติออกมาบำรุงเส้นผม และเพิ่มความพองตัวทำให้ผมดูมีวอลลุ่มมากขึ้นด้วย

 

3.หวีแปรงขนธรรมชาติ เป็นขนที่ทำจากขนสัตว์ เช่น ขนหมูป่า ขนม้า ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตย์ขณะหวีผม ให้สัมผัสที่อ่อนโยน เหมาะสำหรับผมทุกประเภทโดยเฉพาะผมเสีย ช่วยให้ผมเงางาม ไม่ชี้ฟู ใช้กับผมเด็กจะช่วยกระตุ้นการทำงานของหนังศีรษะให้มีความแข็งแรงอีกด้วย

แต่!! มีข้อระวังคือควรใช้ตอนผมแห้งสนิทเท่านั้น เนื่องจากขนสัตว์จะดูดซับน้ำทำให้แปรงเปียก เหม็นอับ ทำให้เสียดสีกับเส้นผมมากจนผมขาดหลุดร่วงได้

 

4.หวีแปรงกลม หรือหวีแปรงกลมแกนโลหะ หวีประเภทนี้มีขนแปรงที่ทั้งทำจากขนสัตว์ หรือไนลอน หรือที่เรามักเห็นบ่อยๆ ตามร้านทำผม ใช้เพื่อจับผมเป็นช่อๆ เซ็ตให้เป็นลอน หรือใช้ไดร์ตรงก็ได้เช่นกัน เหมาะกับผมทุกประเภท หากเป็นแกนโลหะจะสามาถจัดทรงผมได้รวดเร็วมากขึ้นเพราะสามารถนำความร้อนได้ดีนั่นเอง

เมื่อรู้ลักษณะพิเศษของหวีแต่ละประเภทกันแล้ว ก็อย่าลืมไปเลือกซื้อหวีให้เหมาะกับสภาพผมตัวเองกันนะ เพื่อทุกคนจะได้มีผมสวยแข็งแรง สลวย เดินออกจากบ้านได้อย่างมั่นใจนั่นเอง…

ขอบคุณข้อมูลจาก ร้านเลดี้ฟอร์ด เอราวัณ กรุงเทพฯ

keyboard_arrow_up