เจาะวิถีโจรสลัด! กับ 25 เรื่องสุดอึ้ง เบื้องหลังการถ่ายทำ ‘Pirates of the Caribbean 5’

กว่าจะสร้างตำนานบทใหม่ที่น่าตื่นเต้นแห่งท้องทะเล มาให้เราสนุกสุดฟินอินตามประหนึ่งเป็น กะลาสีเรือ ในภาพยนตร์ภาคต่อเรื่องดัง “ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน” ที่โด่งดังไปทั่วโลกตลอด 13 ปีที่ผ่านมาคงไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นวันนี้เราจะพาไป โดดลงเรือเจาะเบื้องหลังการถ่ายทำ Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge (สงครามแค้นโจรสลัดไร้ชีพ) ภาคล่าสุด ที่คุณรู้แล้วจะต้องอึ้ง!

1. นักแสดงหนุ่ม “เบรนตัน ธเวทส์” ผู้รับบท “เฮนรี่” ใน Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge (สงครามแค้นโจรสลัดไร้ชีพ) เป็นแฟนภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งแต่สมัยเขายังเป็นแค่นักเรียนตัวน้อยในควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ไม่มีใครที่ดีใจไปกว่าเขาอีกแล้วเมื่อได้รู้ว่านอกจากเขาจะได้รับบทตัวเอกในภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วภาพยนตร์แทบทั้งเรื่องยังจะถ่ายทำในควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลียอีกด้วย!

2. สำหรับ “ฮาเวียร์ บาร์เด็ม” นักแสดงรางวัลออสการ์ การรับบท “กัปตันซาลาซาร์” เป็นเหมือนงานในครอบครัว เพราะ “เพเนโลเป้ ครูซ” ภรรยาของ “บาร์เด็ม” เคยแสดงใน On Stranger Tides ซึ่งเป็น Pirates ภาคก่อนหน้านี้มาแล้ว และตัว “บาร์เด็ม” เองก็มักไปเยี่ยมกองถ่ายเรื่องนั้นเป็นประจำด้วย

3. นักแสดงชาวสเปน “ฮวน คาร์ลอส เวลลิโด” เป็นนักแสดงที่ได้รับเครดิตเพียงคนเดียว ที่รับบทตัวละครสองตัวที่แตกต่างกันใน Pirates of the Caribbean สองภาค หลังจากที่เคยรับบทกัปตันชาวสเปนใน On Stranger Tides มาแล้ว และในตอนนี้ก็ได้รับบท “เลซาโร” ลูกสมุนที่ภักดีของกัปตันซาลาซาร์ใน “Salazar’s Revenge”

4. มีการสร้างไดอารี่ที่คาริน่า สมิธแสนทะนุถนอมขึ้นมา 88 เวอร์ชั่น ก่อนที่จะมีการตัดสินใจเลือกใช้เวอร์ชันหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้ ปกไดอารี่ทำจากหนังและถูกเพิ่มอายุให้ด้วยวิธีการน่าสนใจ นั่นคือด้วยการแช่มันในกาแฟ!

5. ขวดเหล้ารัมของ “กัปตันแจ็ค สแปร์โรว์” เป็นของแท้จากอังกฤษ ศตวรรษที่ 18 ในขณะที่ร่มหลายคันของเรื่องถูกสร้างขึ้นโดย หญิงชราร่างเล็กในวัย 70 กว่าปี ในบริสเบน เธอเป็นหนึ่งในกลุ่มคนกลุ่มสุดท้ายในโลกที่ยังทำงานฝีมือแบบนี้อยู่

6. ชุดของ “ชานซ่า” แม่มดแห่งท้องทะเล ที่รับบทโดย “โกลชิฟเทห์ ฟาราฮานี่” แต่ละชุดใช้เวลาตัดเย็บวันละ 15 ชั่วโมงเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และใช้ทีมงานถึง 42 ชีวิต

7. บริเวณที่ถูกเรียกกันว่า “สนามเรือ” ในเมืองเฮเลนส์เวล รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นสถานที่ตั้งของเรือสิบเอ็ดลำ ซึ่งถูกก่อสร้างขึ้นบนฐานที่เคลื่อนไหวด้วยคอมพิวเตอร์ ผู้คนที่สงสัยใคร่รู้สามารถมองเห็นเสากระโดงเรือหนึ่งหรือสองต้นโผล่ขึ้นจากกองตู้คอนเทนเนอร์ 100 ตู้ ที่กองซ้อนทับกันเหมือนอิฐได้ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่งอนุมานว่า วัตถุประสงค์ของตู้คอนเทนเนอร์ที่ซ้อนทับกันนั้นคือ เพื่อปิดบังการถ่ายทำลับสุดยอดให้พ้นจากสายตาสอดรู้สอดเห็น ในความเป็นจริงแล้ว ตู้คอนเทนเนอร์พวกนั้นเป็นโครงให้กับเทคโนโลยีที่น่าทึ่งในชื่อ แอร์คัฟเวอร์ อินแฟลเทเบิลส์ หรือจอบลูสกรีนเป่าลมขนาดยักษ์ ซึ่งภายหลังถูกแทนที่ด้วยท้องฟ้าและเกลียวคลื่นด้วยฝีมือซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายวิชวล เอฟเฟ็กต์ “แกรี โบรเซนิค” และทีมงานของเขา ผู้คิดค้นเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาได้รับรางวัลความสำเร็จด้านเทคนิคพิเศษจากเวทีออสการ์ปี 2016

8. ร้านค้าแต่ละร้านในฉากเมืองเซนต์มาร์ติน ได้จัดแสดงสินค้าบางอย่างของพวกเขาไว้ด้านนอก ไม่ว่าจะเป็นปลาหมึกแห้ง (ของจริง และส่งกลิ่นตลบอบอวลตลอดระยะเวลาหลายเดือน) สินค้าทอ เครื่องสาน เครื่องปั้นและอาหารต่างๆ

9. แผนกของช่างออกแบบทรงผมหลัก “ปีเตอร์ ซอร์ด คิง” ได้ทำวิกมากกว่า 1,000 หัว ให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ และวันทำงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็เกี่ยวข้องกับตัวประกอบ 700 คน และนักแสดงหลัก 30 คน โดยที่ทีมงานหลักประกอบไปด้วยคน 22 คน และอีก 70 คนอยู่ในเต็นท์หลังใหญ่เพื่อดูแลนักแสดงแบ็คกราวน์ นักแสดงสตันท์และคนที่คอยดูเรื่องสัตว์ สถานที่นั้นถูกพูดถึงอย่างขำขันว่า “โรงงานไส้กรอก”

10. ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย “เพ็นนี โรส” และทีมงานของเธอได้เปลี่ยนซาวน์สเตจพื้นที่ 20,000 ตารางฟุตที่วิลเลจ โร้ดโชว์ สตูดิโอส์ในโกลด์ โคสต์ รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ให้กลายเป็นโกดังเก็บเสื้อผ้า หมวก รองเท้าและเครื่องประดับกว่า 2,000 ชิ้น ซึ่งทุกชิ้นถูกเรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยตามชื่อ ประเภท เพศและอายุของตัวละคร

11. การเพิ่มอายุให้กับเครื่องแต่งกายอย่างพอเหมาะ “เพ็นนี โรส” และทีมงานของเธอได้ใช้เทคนิคนวัตกรรมมากมาย รวมถึง การใส่พวกมันรวมกับก้อนกรวดในเครื่องผสมซีเมนต์ การใช้ที่ขูดชีสทำให้เสื้อผ้าสึกกร่อนและบางครั้ง ก็มีการใช้เครื่องพ่นไฟกับตัวผ้าด้วย!

12. สำหรับเมคอัพเข้มข้นที่เขาต้องเจอ ในบท “กัปตันซาลาซาร์” ผู้ต้องสาป นักแสดงหนุ่ม “ฮาเวียร์ บาร์เด็ม” จะต้องทนนั่งอยู่บนเก้าอี้เมคอัพทุกวัน วันละ 2 – 3 ชั่วโมงขณะที่ “โกลชิฟเทห์ ฟาราฮานี่” นักแสดงสาวสวย ถูกแปลงกายให้กลายเป็น “ชานซ่า” แม่มดผู้ลึกลับแห่งท้องทะเล เธอต้องทนนั่งนานถึง 4 – 5 ชั่วโมง!

13. ตามธรรมเนียมของ “Pirates of the Caribbean” ซึ่งทีมงานและนักแสดงของสี่ภาคที่ผ่านมาจะต้องสู้รบปรบมือกับสภาพอากาศสุดโต่งทั่วโลก โลเกชันถ่ายทำหลักของเรื่อง ซึ่งอยู่ในโกลด์ โคสต์ รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ก็เจอกับสภาพอากาศที่ชื้นแฉะที่สุดในรอบ 61 ปีเนื่องจากพายุไซโคลนที่ชื่อมาร์เซีย

14. ฉากเมืองเซนต์มาร์ติน ที่มีความละเอียดละอออย่างพิเศษสุด ภายใต้การออกแบบของ “ไนเจล เฟลป์” และดำเนินการสร้างโดยหัวหน้าผู้กำกับศิลป์ “เอียน เกรซีย์” และผู้ประสานงานการก่อสร้าง “เบอร์นีย์ ไชลด์” ครอบคลุมพื้นที่ห้าเอเคอร์ที่เขียวชอุ่มในย่านฮินเทอร์แลนด์ของเมืองม็อดแลนด์ แม้ว่าสิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่จะมีแต่ด้านหน้าเท่านั้น แต่สถานที่อย่างน้อยสองแห่ง ซึ่งก็คือร้านเหล้าไกรมส์ ทาเวิร์น และสวิฟท์ ชาร์ต เฮาส์ ก็เป็นฉากสามมิติ ที่ถูกสร้างและตกแต่งให้เข้าบรรยากาศโดยแผนกตกแต่งฉากของ “เบเวอร์ลีย์ ดันน์” อาคารบางหลังได้รับการออกแบบอย่างชาญฉลาดให้สามารถรื้อถอนออกเพื่อเคลื่อนย้ายอาคารทั้งหลังไปยังส่วนต่างๆ ของเมือง เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกที่ว่าเมืองนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นมา

15. เรือของ “กัปตันซาลาซาร์” ที่ผู้ออกแบบงานสร้างไนเจล เฟลป์ สถาปนิกของมันเรียกว่าเป็น “เด็กคุมผับร่างยักษ์” เป็นเหมือนกับปราสาทสเปนที่ลอยได้ แม้ว่าเรือของ “กัปตันซาลาซาร์” จะถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นเรือตามจินตนาการแทนที่จะยึดติดกับประวัติศาสตร์การเดินเรืออย่างเคร่งครัด แต่ “เฟลป์” ก็ได้หยิบยืมแบบดีไซน์ของนกอินทรีย์สองหัวบนใบเรือหลักมาจากแบบดีไซน์ในประวัติศาสตร์และปืนใหญ่บนดาดฟ้าเรือก็มีสัญลักษณ์ของราชนาวีสเปน และมีโลมาสองตัวห้อยอยู่ ซึ่งเป็นภาพที่ชินตาสำหรับปืนใหญ่ของฝรั่งเศสและสเปนในศตวรรษที่ 18

ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน 5

16. ในเวลาค่ำคืนในเฮเลนส์เวล “จิงโจ้” มักจะปรากฏตัวขึ้นมาในท้องทุ่งกว้างใหญ่ ตรงด้านหลังของเต็นท์อาหารขนาดใหญ่ เพื่อสำรวจเรื่องราวพิลึกพิลั่นที่เกิดขึ้นในละแวกบ้านของพวกมัน

17. กว้านของเรือแบล็ค เพิร์ล เป็นอันเดียวกับที่เราเห็นกันในเวอร์ชันก่อนๆ ของเรือลำนี้ในภาคแรก ภาคสองและภาคสาม นับว่าเป็นผู้รอดชีวิตจากท้องทะเลตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ! (สำหรับพวกคุณที่เป็นชาวบก กว้านคือเครื่องมือที่ใช้หมุนเพื่อให้เชือกหรือสายเคเบิลหมุนรอบมัน และใช้เคลื่อนย้ายหรือยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากได้ เช่นสมอเรือ)

18. ที่เฮสติ้งส์ พอยท์ พ้นจากพรมแดนของควีนส์แลนด์เข้าไปในนิวเซาธ์เวลส์ วันถ่ายทำเริ่มต้นขึ้นด้วยการเต้นระบำต้อนรับทีมงานและนักแสดงโดยสมาชิกเผ่ากู๊บจิงเบอร์ราจากบันด์จาลังก์ ผู้ปกปักษ์พิทักษ์ผืนดินนั้นมานับพันๆ ปี

19. ในวันถ่ายทำ “มุข” กิโยตินหมุนติ้วสำหรับซีเควนซ์จัตุรัสประหาร มีฝนตกห่าใหญ่ลงมาในฉากเมืองเซนต์มาร์ติน ทีมงานได้เคลื่อนย้าย ทรายกว่า 30 ตัน เข้ามาเพื่อรักษาพื้นให้แห้งสำหรับการถ่ายทำ

20. ในตอนที่กองถ่าย “Salazar’s Revenge” ถ่ายทำในป่ารกชัฏบริเวณภูเขาแทมโบริน พวกเขาจะต้องสวมหมวกหนาเพื่อป้องกันศีรษะจากเม็ดถั่วดำหนักอึ้งที่ร่วงลงมาจากต้นไม้เก่าแก่ ทีมงานออสเตรเลียกล่าวติดตลกกับเพื่อนร่วมงานของพวกเขาจากอเมริกาและประเทศอื่นๆ ว่า จริงๆ แล้ว หมวกพวกนั้นใช้ป้องกัน “ดร็อปแบร์” สัตว์ประหลาดในตำนานที่มีกระเป๋าหน้าท้อง มีลักษณะคล้ายกับโคอาลากินคน และจะกระโจนจากยอดไม้สูงเพื่อเกาะศีรษะเหยื่อที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

21. ซีเควนซ์ “การแต่งงานแบบฝืนใจ” ที่แสนคึกคัก และถูกถ่ายทำที่เฮสติ้ง พอยท์ กลายเป็นงานภายในครอบครัวสำหรับ “สตีเฟ่น เกรแฮม” (สครัม) ผู้ซึ่ง “ฮันนาห์ วอลเตอร์ส” ภรรยาของเขาที่เป็นนักแสดงมากความสามารถ ได้ถูกทีมผู้สร้างขอร้องให้รับบท “เบียทริซ เคลลี่” ว่าที่เจ้าสาวที่ไม่ค่อยจะเขินอายนักของ “กัปตันแจ็ค อัลฟีย์” และ “เกรซ” ลูกๆ ผู้น่ารักและแสบซ่าสองคนของ “เกรแฮมและวอลเตอร์ส” รับบทลูกสองคนของ “เบียทริซ” และก็เป็นหน้าที่ของแผนกแต่งหน้าและทำผมมากความสามารถที่จะต้องทำให้ตระกูลเกรแฮม/วอลเตอร์ส ที่หน้าตาดูดีกลับกลายเป็นดูไม่ได้ให้มากที่สุด!

22. กองถ่ายได้ใช้ “นัคเคิลบูม” (เครนบูมที่เหมือนกับยีราฟ ใช้สำหรับการยก การวางและการขยับเขยื้อนสิ่งของด้วยระบบไฮโดรลิค) ไม่ต่ำกว่า 27 ตัวในบริเวณสนามเรือ และมีกริดแสงความยาว 150 ฟุตส่องอยู่เหนือเรือเพื่อสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมในเวลากลางคืน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลากลางคืน มีการใช้งานเทคโนเครนสามตัวทุกวันพร้อมด้วยกล้องห้าตัวที่ติดตั้งอยู่ด้านบน โดยรวมแล้ว สนามเรือแห่งนี้ได้ใช้อุปกรณ์หนัก 30-40 ชิ้น

23. ปฏิบัติการขนส่งครั้งใหญ่สำหรับการถ่ายทำของกองถ่ายบนหมู่เกาะวิทซันเดย์ รวมถึงการใช้รถบรรทุก 60 คันเดินทางเป็นระยะทาง 1,400 กิโลเมตร จากที่ตั้งกองถ่ายที่โกลด์ โคลสต์ ตามด้วยการขับรถ 40 นาที และการล่องเรือจากแผ่นดินใหญ่สู่เกาะแฮมิลตัน ซึ่งเป็นโลเกชันแห่งหนึ่ง ตามด้วยการล่องเรืออีกชั่วโมงครึ่งไปยังเกาะอื่นๆ ที่ทีมงานกำลังถ่ายทำอยู่

24. ตอนที่กองถ่าย “Salazar’s Revenge” ถ่ายทำที่ชายหาดไวท์ฮาเวนในหมู่เกาะวิทซันเดย์ สภาพอากาศและกระแสน้ำขึ้นลงที่ผิดปกติ ได้ก่อให้เกิดสถานการณ์ที่นักแสดงและทีมงานจะต้องลงจากยานพาหนะ ราวกับกำลังทำการยกพลขึ้นบก ด้วยการลุยน้ำที่ลึกถึงเอว อกหรือคอ ตามความสูงของพวกเขา ขณะใส่เสื้อผ้าชุดลำลอง

25. หลังจากที่การถ่ายทำหลัก 93 วันในออสเตรเลียสิ้นสุดลง พายุก็ได้โหมกระหน่ำโจมตีหมู่เกาะวิทซันเดย์ ซึ่งเป็นโลเกชันถ่ายทำสุดท้ายของทีมงาน ทำให้มีการยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดจากเกาะแฮมิลตัน ทีมงานและนักแสดงกว่า 200 ชีวิตจะต้องนั่งเรือท้าคลื่นลมแรงผ่านช่องแคบวิทซันเดย์ไปสู่แผ่นดินหลัก และจะต้องนั่งรถนานกว่าสองชั่วโมงไปยังเมืองแม็คเคย์ ก่อนจะได้บินกลับบ้านที่พวกเขาจากมา

ภาพ : © Disney Enterprises, Inc. All Rights Reserved.


อ่านต่อ >>

ผิดที่เราเจอกันช้าไป! ‘คายา สโคเดลาริโอ’ นางเอกหนังโจรสลัดฯ กับโปรไฟล์ที่ไม่ธรรมดา!

ณเดชน์แห่งฮอลลีวูด! มารู้จัก ‘เบรนตัน ธเวทส์’ กะลาสีเรือโจรสลัด ผู้ขโมยหัวใจสาวทั่วโลก

ถอดหน้ากากผีกัปตันซาลาซาร์! ‘ฮาเวียร์ บาร์เด็ม’ สุดยอดตัวร้าย ใน Pirates of the Caribbean 5

keyboard_arrow_up