จากดอยสูง…สู่โต๊ะอาหารสุดเอลิแกนท์! ‘ดอยตุง’ จับมือ ‘Sava All Day Dining’ จัดดินเนอร์การกุศล

ไลฟ์สไตล์ของคนชนเผ่าบนดอยตุง นอกจากความสวยงามที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้นมาอย่างงดงามแล้ว เรื่องราวของประเพณี การใช้ชีวิต รวมไปถึงอาหารท้องถิ่น ล้วนเป็นวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ชวนติดตาม เช่นเดียวกับ DoiTung (ดอยตุง) ได้ร่วมมือกับร้านอาหารชื่อดัง Sava All Day Dining  จัดงานดินเนอร์การกุศล ภายใต้ชื่องาน ‘From Mountain to Table’

อาหารค่ำมื้อพิเศษ จากดอยสูงสู่โต๊ะอาหารสุดหรูในเมือง เพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวของโลกสีเขียวบนดอยสูงกับโลกทันสมัยของเมืองหลวงเข้าด้วยกันอย่างลงตัว บรรยากาศภายในร้านถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ที่ส่งตรงมาจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ พร้อมด้วยเครื่องเซรามิกหลากหลายชนิดจากช่างฝีมือชนเผ่าถูกนำมาประดับและใช้เสิร์ฟภายในงาน โดยมีเซเลบริตี้ใจบุญร่วมงานคับคั่ง

หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า การจัดงาน ‘From Mountain to Table’ เป็นงานซิทดาวน์ดินเนอร์รอบการกุศล ที่จัดขึ้นพิเศษเพียง 1 รอบ โดยความร่วมมือของ ดอยตุง และ ร้านอาหาร Sava All Day Dining สร้างสรรค์เมนูใหม่ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบของโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย สู่การประยุกต์และผสมผสานกรรมวิธีการปรุงแต่งที่ร่วมสมัย เชื่อมโยงเรื่องราวของโลกสีเขียวบนดอยสูงกับโลกทันสมัยของเมืองหลวงเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะถูกนำไปใช้ในการ “ปลูกคน” ในโครงการพื้นที่การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ สำหรับเด็กและเยาวชนของมูลนิธิฯ

ทั้งนี้ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ได้ให้มีการสนับสนุนเรื่องของการปลูกคน โดยการสอนฝึกอาชีพให้หลากหลายอาชีพ รวมทั้งการเกษตรและการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้ามากขึ้น อาทิ การสนับสนุนให้เลี้ยงหมูดำ และนำมาแปรรูปต่อเป็นแฮมหมูดำรมควันจากกะลากาแฟ การปลูกกาแฟคุณภาพดีสู่การพัฒนาเป็นกาแฟดอยตุงและคาเฟ่ดอยตุง

พลพัฒน์ อัศวะประภา เจ้าของร้านอาหาร Sava All Day Dining (ซาว่า ออล เดย์ ไดนิ่ง) กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีโอกาสขึ้นไปสัมผัสชีวิตคนบนดอยตุง ภายใต้การดูแลของ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ รู้สึกประทับใจในเรื่องราวและวัฒนธรรมของคนชนเผ่าต่างๆ ที่มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะเรื่องของอาหารท้องถิ่นในพื้นที่ เลยเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการคิดโปรเจกต์นี้ขึ้นมา เพราะอยากให้คนในเมืองได้ชิมอาหารที่หายากและอร่อยมาก แถมยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจ จึงร่วมกับ เชฟแบม-วรรณพร พิมพิสุทธิ์ เชฟและฟู้ด ดีไซเนอร์ (Food Designer) ชื่อดัง มาสร้างสรรค์เมนูพิเศษ 6 คอร์ส โดยใช้วัตถุดิบในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ อาทิ

หมูดำ สายพันธุ์ดอยตุง เกิดจากการผสมพันธ์ระหว่างหมูพันธุ์พื้นเมืองในพื้นที่ดอยตุงและหมูพันธุ์เหมยซาน เลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติ มีสีดำสนิททั้งตัว เนื้อนุ่มด้วยชั้นไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อแดง เป็นหมูกึ่งเนื้อกึ่งมันปลอดยีนส์เครียดและปลอดสารเร่งเนื้อแดง 100%, ไก่ดำ, แคปหมู ผลิตผลจากการส่งเสริมอาชีพให้กับชาวบ้านในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ, น้ำพริกอาหม่อ ต้นตำหรับชนเผ่าอาข่าที่ใช้สมุนไพรชนเผ่าเป็นวัตถุดิบในการผลิตไม่ใส่ผงชูรส

และ งาขี้ม้อน พืชถิ่นบนที่สูง ใช้ประกอบอาหารพื้นบ้านมีประโยชน์จากแคลเซียมไขมันดี นอกจากนี้ยังมีการใช้วัตถุดิบจากเชียงราย สัปปะรดภูแลเชียงราย, มะแขว่น รสชาติเผ็ดร้อนคล้ายกับพริกและมีกลิ่นหอม ช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยและเครื่องลาบเหนือ ประกอบด้วย พริกแห้ง, หอม, กระเทียม, ข่า, ตะไคร้, มะแขว่น, มะแหลบ, ดีปลี, พริกไทย, เม็ดผักชี เป็นเครื่องปรุงติดบ้านของชาวภาคเหนือไว้ใช้เพิ่มรสชาติและเป็นตัวช่วยในการดับกลิ่นคาวเนื้อในการปรุงลาบ โดยนำมาปรุงแต่งด้วยวิธีที่ทันสมัยรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูพื้นพิเศษ อร่อย แปลกแตกต่างแต่ทานง่าย รสชาติเยี่ยม ออกมาเป็น 6 เมนู พิเศษ ซึ่งล้วนแต่เป็นเมนูมงคลตามความเชื่อของคนเหนือ

เริ่มออเดิร์ฟกันด้วยเมนู ข้าวตังน้ำพริกอาหม่อ ซึ่งเป็นน้ำพริกมาจากชนเผ่าอาข่าคลุกรวมกับ, หมูสับมะเขือส้ม, กระเทียมฝาน เอาไปผัดให้นัวเข้ากัน ใส่น้ำซุปเล็กน้อย ราดลงไปที่ข้าวตังที่กริลแล้วซึ่งเป็นเมนูภาคกลาง ตกแต่งด้วยผักต่างๆ ที่มาจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ อาทิ กระเจี๊ยบ, ขมิ้นขาว, ผักชีลาว, เปลือกส้ม และ กากหมู ซึ่งเป็นซิกเนอเจอร์ของซาว่า รสชาติที่ออกมาจะ เผ็ด หวาน เค็ม ดื่มคู่กับชาอู่หลงก้านอ่อน เข้ากันเป็นอย่างดี

 

ตามมาด้วย อ่องปูน้ำจืดและข้าวเกรียบงาดำ อ่องปูเป็นอาหารทางเหนือ เอามาผสมกับซอสมิริน ซอสปรุงอาหารของญี่ปุ่น ให้อารมณ์เหมือนเมนู “คานิมิโซะ” ทานกับซัลซาสับปะรดภูแลเชียงราย และข้าวเกรียบงาดำ จากจังหวัดพิจิตร รสชาติ ออกมันๆ เค็มๆ ตัดเลี่ยนด้วยรสเปรี้ยวของซัลซาสัปปะรดภูแล เวลาทานจะได้เทกเจอร์ (Textureเนื้อปู และ ความกรอบของข้าวเกรียบงาดำ เป็นการผสมผสานกลิ่นอายชาวเหนือของอ่องปูและความเมืองของซัลซานัวๆ ได้รสกลมกล่อม

 

จากนั้นเสิร์ฟต่อกับเมนู ลาบคั่วไก่ดำ ใส่มะแขว่น โดยใช้ ไก่ดำดอยตุง ซึ่งเป็นไก่ที่มีสีดำตั้งแต่เนื้อ, ขา, กระดูก เนื้อไก่ดำจะมีความมันน้อยกว่าไก่ทั่วไป คล้ายๆ ไก่บ้าน วิธีทำนำเครื่องลาบและมะแข่วน หรือพริกหอม สมุนไพรที่เกิดขึ้นในป่าภาคเหนือจะออกเฉพาะหน้าหนาวมาตำกับเครื่องลาบ แล้วนำไปคลุกกับไก่ดำและแฮมหมูดำรมควันจากกะลากาแฟของดอยตุง ใส่พริกป่น, พริกลาบ, หอมแดง, ผักชีใบเลื่อย คลุกรวมกันเอาไปผัด จะได้รสชาติ เผ็ด เค็ม

 

ต่อด้วย สันคอหมูดำย่าง ข้าวฟืนกับส้ามะเขือแจ้ เห็ดเผาะและพริกข่า สันคอหมูดำหมักกับมะแขว่นพริกหอมย่างปรุงรสด้วยเกลือ น้ำมัน และซอสปรุงรส นำไปย่างไฟอ่อนๆ ทานคู่กับข้าวฟืนไทลื้อกราแตง ได้รสชาติ จืดๆ มันๆ ทานกับน้ำพริกข่าแห้ง และส้ามะเขือแจ้ ได้รสชาติเผ็ดๆ นัวๆ

แกงฮังเลหมูดำน้ำอ้อยและแมคคาเดเมีย กับข้าวหนุกงาขี้ม้อน และผักกาดจอ พระเอกเมนูนี้อยู่ที่หมูดำ ดอยตุงที่ถูกนำไปเคี่ยวข้ามคืนจนเนื้อมีความหยุ่นๆ ทานกับ ข้าวหนุกงาขี้ม้อน ข้าวทางเหนือที่นิยมกินตอนหน้าหนาวเพราะให้พลังงานสูง โดยนำข้าวหนุกงาไปคลุกกับงาขี้ม้อนที่ผ่านการคั่วและตำ คลุกกับงาและเกลือก่อนห่อใบตอง และเอาไปปิ้ง โดยมีผักกาดจอน้ำอ้อย อาหารที่คนเหนือทุกคนต้องมีในครัว ทานคู่กัน

 

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน ไอศกรีมกะทิ ข้าวแต๋นน้ำอ้อยงาหอม และขนมเหนียว อินสไปร์มาจากข้าวแต๋น ของว่างที่ใช้รับแขกของภาคเหนือ โดยเป็นข้าวแต๋นที่ราดน้ำอ้อยที่ผ่านการเคี่ยวกับงาดำ ทานกับขนมเหนียวของภาคกลาง และไอศกรีมกะทิราดข้าวพอง ได้รสชาติผสมความเป็นรสเหนือและรสเมืองในคำเดียวกัน

ทั้งนี้ เมนู แกงฮังเลหมูดำน้ำอ้อยและแมคคาเดเมีย กับข้าวหนุกงาขี้ม้อน และผักกาดจอ จะถูกนำมาเป็นเมนูแนะนำพิเศษ และจำหน่ายต่อไป ในระหว่างวันที่ 1 – 31 ธันวาคม 2561Sava All Day Dining (ซาว่า ออล เดย์ ไดนิ่ง)

ชั้น 6 โซน เดอะ เฮลิกซ์ ดิ เอ็มควอเทียร์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook : DoiTung Club หรือติดตามตามข้อมูลเกี่ยวกับโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ได้ที่ Facebook : มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ Mae Fah Luang Foundation under Royal Patronage  https://www.facebook.com/MaeFahLuangFoundation

keyboard_arrow_up