ทริคการเลือก ‘เพชร’ กับ 4 ศัพท์ต้องรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อ

“เพชร” เครื่องประดับที่มีเสน่ห์และมีคุณค่าทางจิตใจ ไอเทมช่วยเสริมบุคลิกภาพของผู้สวมใส่ โดยเฉพาะสาวๆ เครื่องเพชรเป็นชิ้นสำคัญที่ต้องมีไว้ครอบครอง แถมยังสนใจซื้อเพชรเพื่อการลงทุนมากขึ้น เพราะถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่ราคาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเป็นเพชรน้ำงามและเม็ดโต มูลค่าก็ขยับสูงขึ้นไปอีก แต่คงมีอีกหลายคนที่สงสัยว่าเลือกเพชรนั้นจำเป็นต้องมีความรู้อะไรบ้างเพื่อให้ได้เพชรที่ดีที่สุดไว้ครอบครอง

“JUBILEE DIAMOND” (ยูบิลลี่ ไดมอนด์) แบรนด์เพชรชั้นนำที่อยู่คู่ชาวไทยมาถึง 89 ปี มีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับ หลักการเลือกซื้อเพชร ที่เรียกว่า “4Cs” (Carat, Color, Clarity และ Cutting) มาฝาก

ทริคการเลือก 'เพชร' กับ 4 ศัพท์ต้องรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อ

1. Carat

กะรัต คือ หน่วยวัดน้ำหนักเพชร ซึ่ง 1 กะรัต เท่ากับ 100 สตางค์ หากเป็นเพชรทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง (Diameter) ของเพชร 1 กะรัต จะประมาณ 6 มิลลิเมตร (เกินครึ่งเซนติเมตรเล็กน้อย) โดยเพชรขนาดที่เหมาะสมสำหรับแหวนเพชรเม็ดเดียว (Solitaire Ring) สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ เพชรขนาด 10 สตางค์ขึ้นไป ซึ่งจะเป็นขนาดเริ่มต้นที่กำลังพอดีสำหรับผู้ที่เริ่มต้นการสวมใส่เครื่องประดับเพชร

ข้อแรก ต้องรู้จัก “กะรัต” หน่วยวัดน้ำหนักเพชร (Carat)

ขนาดของกะรัต

หน่วยวัดน้ำหนักเพชร (Carat)


2. Color

เพชรธรรมชาตินั้นมีหลากหลายสี ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีชมพู สีเหลือง สีน้ำเงิน แต่กลุ่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ กลุ่มเพชรที่ใสไร้สี ซึ่งเพชรที่ไร้สีถือเป็นเพชรที่ดีที่สุด โดยคนไทยจะเรียกความใสของเพชรว่า “น้ำ”

ความใสของเพชรที่ดีที่สุด คือ D color หรือ “เพชรน้ำ100” ไล่ไปจนถึง Z color ซึ่งจะเริ่มเห็นการเจือปนของสีอื่นๆ ในเพชรมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสีเหลือง วิธีดูสีของเพชรว่าขาวใสระดับใด สามารถดูได้ด้วยตนเองโดยคว่ำหน้าเพชรลงบนกระดาษขาว สังเกตสีที่ก้นเพชรจะเป็นตำแหน่งที่ชัดเจนที่สุด โดยในส่วนเพชรที่เหมาะแก่การนำไปทำเครื่องประดับเริ่มตั้งแต่ระดับ J color ขึ้นไป

ข้อสอง วิธีดูสีของเพชรว่าขาวใสระดับใด (Color)


3. Clarity

ความสะอาด หรือตำหนิภายในและภายนอกตามธรรมชาติ ที่ไม่สามารถลบออกได้ เพชรที่ดีที่สุดต้องมีตำหนิน้อยที่สุดหรือแทบไม่มีเลย ซึ่งระดับเพชรที่สะอาดมากที่สุด เรียกว่า IF (Internally Flawless) คือ ไม่มีตำหนิในเนื้อเพชรเลย เพชรระดับที่เหมาะกับการใส่เป็นเครื่องประดับ เริ่มตั้งแต่ความสะอาด VS ขึ้นไป หากคุณซื้อเพชรที่มีใบ Certificate มาตรฐานระดับโลกจากสถาบัน HRD หรือ GIA ในใบ Certificate นั้นจะระบุตำแหน่งของตำหนิเพชรไว้อย่างชัดเจน ทำให้คุณสามารถมั่นใจได้ว่า คุณได้เลือกซื้อเพชรที่ตรงตามคุณภาพอย่างแท้จริง

ความสะอาด (Clarity) ในระดับเพชรที่สะอาดมากที่สุด เรียกว่า IF

ความสะอาดของเพชรในระดับต่างๆ

ระดับตำหนิที่เด่นชัดขึ้นตามลำดับ (Clarity)


4. Cutting

การเจียระไน ทำให้เพชรเป็นประกายระยิบระยับ เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุดมี 3 องค์ประกอบ ได้แก่
1. สัดส่วนเพชรจะต้องสมบูรณ์แบบที่สุด จะทำให้ประกายของเพชรสะท้อนขึ้นมาด้านบนกระทบกับตามากที่สุด
2. คุณภาพการขัดเงา เหลี่ยมเจียระไนที่ดีจะทำให้เพชรเม็ดนั้นส่องประกายที่ดีแวววาวและสวยงาม
3. ความสมมาตร คือการเจียระไนที่ทำให้เหลี่ยมเพชรทุกๆ เหลี่ยมได้สัดส่วน ขนาดเท่ากัน จะมีผลทำให้เพชรมีการสะท้อนประกายได้ระยิบระยับมากที่สุด

หากครบทั้งสามข้อนี้จะได้ ระดับ Excellent หรือตามมาตรฐานการให้เกรดคุณภาพเพชรระดับโลก ทั้งจากสถาบัน HRD หรือ GIA จะนิยมเรียกว่า “เพชรระดับ Triple Excellent”

สัดส่วนเพชรจะต้องมีสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบที่สุด

การเจียระไน ทำให้ประกายเพชรเป็นประกายระยิบระยับ

สร้อยคอเพชรคอลเลกชั่น เดอะ ริทึ่ม ออฟ เนเจอร์

โดยองค์ประกอบทั้ง 4Cs นี้ “JUBILEE DIAMOND” (ยูบิลลี่ ไดมอนด์) ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ตามมาตรฐานการให้เกรดคุณภาพเพชรระดับสากล เพราะมีใบรับประกันคุณภาพเพชรระดับโลกอย่าง HRD และ GIA เป็นการรับประกันคุณภาพ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Jubilee Customer Center โทร 02-625-1111 หรือติดตามข่าวสารได้ที่ www.jubileediamond.co.th, Facebook : Jubilee Diamond (Thailand), Line : @jubileediamond

keyboard_arrow_up