ความสุขที่ส่งต่อได้… จากโรงรับจำนำ สู่ร้านแบรนด์เนมมือสอง Brand Off Tokyo by Money Café

จากประสบการณ์กว่า 40 ปี ในธุรกิจโรงรับจำนำปิ่นเกล้าคู่ขนานลอยฟ้า “คุณชูศักดิ์ ตั้งเลิศสัมพันธ์” ทายาทรุ่นที่ 2 ผู้พลิกโฉมโรงรับจำนำให้รูปลักษณ์ทันสมัยขึ้น พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “โรงรับจำนำมันนี่ คาเฟ่ ปิ่นคู่” สู่การต่อยอดธุรกิจใหม่ ส่งความสุขในราคาที่จับต้องได้ผ่านสินค้ากระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง ภายใต้ชื่อ “Brand Off Tokyo by Money Café”

วันนี้ “อมรินทร์ทีวี ออนไลน์” พาไปทำความรู้จักประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มันนี่ คาเฟ่ จำกัด “คุณชูศักดิ์ ตั้งเลิศสัมพันธ์ ที่ล่าสุดเพิ่งแกรนด์โอเพนนิ่งร้านรับซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนสินค้าแบรนด์เนมมือสองภายใต้ชื่อ Brand Off Tokyo by Money Café ในย่านสยามสแควร์ ซอย 3 พร้อมชูคอนเซปต์ “Sharing Economy Sharing Happiness” โดย “คุณชูศักดิ์” เล่าถึงจุดกำเนิดไอเดียและแรงบันดาลใจในธุรกิจกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองว่า

“อย่างที่ทราบกันว่าธุรกิจโรงรับจำนำต้องมีความเกี่ยวพันกับสินค้ามือสองอยู่ส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะของที่หลุดจำนำ ดังนั้นเราจะมีความคุ้นเค้ยกับโปรดักซ์ที่เป็นสินค้ามือสองมาสักพักหนึ่งแล้ว ซึ่งธุรกิจโรงรับจำนำส่วนใหญ่สินค้ามือสองจะเป็นพวกนาฬิกา, จิวเวลรี่และทองคำ เราจึงเริ่มสนใจกระเป๋า เพราะน่าจะมีส่วนช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกันในธุรกิจโรงรับจำนำ

ความร่วมมือระหว่าง Brand Off Tokyo ร้านซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าแบรนด์เนมมือสองรายใหญ่ของญี่ปุ่นที่มีสาขากว่า 50 แห่งทั่วประเทศ ให้มาเปิดในเมืองไทย

“ช่วงที่มีโอกาสได้เดินทางไปฮ่องกงกับญี่ปุ่นบ่อยๆ ก็ไปเห็น Brand Off Tokyo ก็เลยไปเสิร์ชหาข้อมูลก็พบว่ามีประวัติน่าสนใจ มีความเป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่น มีความเป็นกระเป๋าตรงกับสิ่งที่เราต้องการ ก็เลยเริ่มติดต่อทำธุรกิจกับ Brand Off Tokyo เมื่อเราทำ Proposal เสนอไป ใช้ระยะเวลาเกือบ 2 ปี จนกระทั่งได้ Brand Off Tokyo เข้ามา ดังนั้นในส่วนของกระเป๋า ภาพของเราก็ค่อนข้างชัดแล้ว มีความเป็นมืออาชีพทุกประเภทของสินค้ามือสอง ไม่ว่าจะเป็น จิวเวลรี่, นาฬิกา, ทองคำ และกระเป๋า”

“หากถามว่ามีคนเอากระเป๋ามาฝากที่โรงรับจำนำบ้างมั้ย ถ้าเป็นสมัยก่อนเลยไม่มี แต่ช่วงหลังอาจจะมี แต่ยังไม่มีที่เป็นรูปธรรมชัดๆ ส่วนตัวถึงได้มีความสนใจในตัวของ Brand Off Tokyo ที่มีความชัดเจนแและน่าเชื่อถือสูง เนื่องจาก Brand Off Tokyo อยู่ในสมาคม AACD (The Association Against Counterfeit Product Distribution) สมาคมที่ต่อต้านและป้องกันสินค้าเลียนแบบ ซึ่งทำให้ลูกค้าของ Brand Off Tokyo เกิดความมั่นใจได้ทั้งเรื่องคุณภาพ ราคา และสินค้าที่เป็นของแท้ 100%

สินค้ามือสอง ไม่ว่าจะเป็น จิวเวลรี่, นาฬิกา เป็นสินค้าที่หลุดมาจากโรงรับจำนำ
“ส่วนใหญ่ครับ เราถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากที่เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างโรงรับจำนำของผม กับทาง Brand Off Tokyo เพราะส่วนตัวธุรกิจโรงรับจำนำเรามีประสบการณ์ 40 ปี ส่วนทาง Brand Off Tokyo มีประสบการณ์ 25 ปี ฉะนั้นในทุกโปรดักซ์ที่เราขายอยู่ภายใต้ชื่อ Brand Off Tokyo by Money Café ก็ต้องได้รับความน่าเชื่อถือและความมั่นใจได้ 100%”

“สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้ามายของเรา ปัจจุบันจะเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงจะประมาณ 60 – 65 % และส่วนที่เหลือจะเป็นผู้ชาย ซึ่งลูกค้ากลุ่มแรกสุดที่เรามองหาคือ ผู้บริโภคที่มีกระเป๋าอยู่แล้วในจำนวนมากและคิดว่าไม่ได้ใช้แล้วอยากเทรดให้กับทางเรา โดยเรามีสเปเชียลลิสต์จากญี่ปุ่นมาประเมินราคาให้ ลูกค้าเป้าหมายกลุ่มที่สอง คือ กลุ่มที่มีกระเป๋าอยู่เยอะแล้วและชอบที่จะอัพเดทเทรนด์ อยากจะเทรดไปเทรดมา เราก็มีเซอร์วิสทางด้านนี้ ทั้งซื้อขายและแลกเปลี่ยน และลูกค้ากลุ่มสุดท้ายคือ วัยทำงานเริ่มต้นที่มีความชอบสินค้าในบางแบรนด์เป็นพิเศษและอยากใช้จ่ายในราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งเราสามารถตอบสนองกลุ่มลูกค้าในตรงนั้นได้”

ชูคอนเซปต์ “Sharing Economy… Sharing Happiness”

“คอนเซปต์ในการทำธุรกิจของเรา คือ ‘Sharing Economy Sharing Happiness’ เป็นปรัชญาที่ต่อเนื่องจากญี่ปุ่นด้วยส่วนหนึ่งเพราะตัว Brand Off Tokyo ก็จะมองเรื่อง คุณค่าของโปรดักซ์ทุกชิ้นว่ามันมีมูลค่าไม่จบ สามารถที่จะส่งต่อกันไปได้เรื่อยๆ เพราะฉะนั้นเราคิดว่า ในยุคปัจจุบันเรื่อง Sharing Economy เป็นสิ่งที่สอดคล้องและเหมาะสมเป็นอย่างมากเพราะมันสามารถทำให้ทุกคนซื้อของได้ในราคาที่ถูกลง และสามารถส่งต่อได้ ซึ่งการส่งต่อนี้ก็เป็นการส่งต่อในรูปแบบความสุขได้ด้วย คือ Sharing Happiness การส่งต่อความสุขผ่านสินค้าแบรนด์เนม คิดง่ายๆ ถ้าผมใช้แล้วเริ่มเบื่อ ผมไปเทรดแล้วได้เงินกลับไปก็มีความสุขแบบหนึ่ง”

“ถามว่ามาเทรดแล้วได้กำไรมั้ย อันนี้มันแล้วแต่บางรุ่น แต่ในปัจจุบันผมยังไม่อยากมองไปถึงกำไร เนื่องจากว่ามันอาจเป็นเรื่องของลิมิเต็ดบางรุ่น แต่ถ้าเทียบจากว่า โปรดักซ์นั้นวางอยู่บ้านเฉยๆ กับ เอามาเทรดแล้วได้เงินกลับไป ผมว่าเอามาเทรดดีกว่า อีกมุมหนึ่งที่บอกว่า มันเป็นความสุขส่งต่อได้ คือ คนที่ซื้อของต่อเราไป ก็อาจจะรู้สึกว่าเป็นแบรนด์ที่เขาอยากได้แต่ซื้อได้ถูกลง ความสุขตรงนี้ก็จะส่งต่อได้ ทุกอย่างผมว่ามันส่งผลดีในแง่ของปัจเจกบุคคล สังคมทั้งหมดก็เลยเป็น Sharing Economy Sharing Happiness”

จุดเด่นของ Brand Off Tokyo by Money Café ที่นักช้อปแบรนด์เนมหาจากที่ร้านอื่นไม่ได้

“ความแตกต่างที่ชัดเจน ข้อแรกคือ ลูกค้าของ Brand Off Tokyo by Money Café จะได้ของแท้แน่นอน 100% เพราะ Brand Off Tokyo อยู่ในสมาคม AACD ต่อต้านสินค้าเลียนแบบ และเรายังมี สเปเชียลลิสต์จากญี่ปุ่น ที่มีความสามารถในการดูโปรดักซ์และประเมินราคา ด้วยประสบการณ์มากกว่า 17 ปี มานั่งประจำที่ร้านเราอีกด้วย อีกจุดเด่นของเราคือ ลูกค้าสามารถลิสต์สินค้าที่เป็นไอเทมพิเศษ เพื่อให้ทางเราเสาะหาจากแหล่งต่างๆ ให้ได้ เนื่องจาก Brand Off Tokyo นั้นมีสาขาอยู่หลายแห่งทั่วโลก”

นอกจากนี้ คุณชูศักดิ์ ยังกล่าวต่อว่า

“พฤติกรรมของผู้บริโภค ณ ตอนนี้ ก็มีทั้งในส่วนของออนไลน์และออฟไลน์ ในส่วนของการขายแบบออนไลน์ทางเราจะมีรูปการขายที่ชัดเจนก็น่าจะเป็นช่วงครึ่งปีหลัง แต่ในส่วนของแฟล็กชิพสโตร์ ลูกค้าก็สามารถเข้าถึงสินค้าได้ดีกว่า เพราะลูกค้าบางท่านก็อยากเห็นสินค้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อ แฟล็กชิพสโตร์แห่งนี้ก็จะตอบสนองลูกค้ากลุ่มนี้ โดยเรามีแพลนขยายอีก 2 สาขาในปีหน้า”

พบกับสินค้าแบรนด์เนมมือสองมากกว่า 600 รายการ ที่ร้าน Brand Off Tokyo by Money Café ในย่านสยามสแควร์ ซอย 3 งานนี้สาวขาช้อปยุค 4.0 บอกเลยรูดปรื้ดๆ เพราะทางร้าน Brand Off Tokyo by Money Café มีบริการรูดสินค้าผ่านบัตรเครดิตโดยไม่มีค่าธรรมเนียม และลูกค้าที่ซื้อสินค้าของทางร้านไปจะมีใบเสร็จและแสตมป์ สามารถนำสินค้ามาเทรดกลับได้ในราคาสูงสุด 85%

keyboard_arrow_up