ยาก่อนอาหาร-หลังอาหาร รับประทานอย่างไรถึงหายป่วย?

“หมอแล็บ” ไขข้อข้องใจ “กินยาแล้วแต่ทำไมรู้สึกว่าอาการป่วยไม่ดีขึ้น?”
ลองสังเกตุตัวเองกันดูว่ารับประทานยาด้วยวิธีผิดๆ อยู่หรือเปล่า ถ้างั้นมาเช็คกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

รับประทานยาพร้อมนมได้หรือไม่?
“ไม่ได้ เพราะแคลเซียมจะไปจับกับตัวยาและอาจทำให้ยาไม่ถูกดูดซึมหรืออาจจะไปลดประสิทธิภาพ
นอกจากนมแล้ว ชา กาแฟ น้ำผลไม้ ก็ห้าม! แนะนำให้กินกับน้ำเปล่าจะดีที่สุด”

ยาก่อนอาหาร-ยาหลังอาหาร ต้องรับประทานอย่างไร?
“ยาก่อนอาหาร”  ควรทานในขณะท้องว่างหรือก่อนอาหาร 30 นาที เพื่อให้ยาไม่ถูกทำลายหรือลดประสิทธิภาพลง เพราะหากรับประทานพร้อมอาหารอาจทำให้ถูกลดการดูดซึม หรือยาอาจถูกทำลายจากกรดในกระเพาะอาหารที่จะหลั่งออกมาหลังรับประทานอาหารเสร็จ ถ้าหากลืมทานยาก่อนอาหาร หมอแล็บแนะควรรับประทานหลังจากทานอาหารเสร็จราว 2 ชั่วโมง หรือข้ามไปมื้อถัดไปแทน”

มาในส่วนของ “ยาหลังอาหาร”กันบ้าง หมอแล็บแนะควรกินหลังจากรับประทานอาหารเสร็จทันหรือไม่เกิน 15 นาที เพราะยามีผลข้างเคียงค่อนข้างมากและยาต้องการกรดในกระเพาะอาหารเพื่อช่วยในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย แต่หากลืม! ให้ทานในมื้อถัดไป

ไข้หวัด เจ็บคอไม่จำเป็นต้องทานยาปฏิชีวนะ เพราะมันมีไว้ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
แต่การเป็นหวัดส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์อะไรแล้ว
ยังจะทำให้ร่างกายดื้อยาอีกด้วย

หายแล้วหยุดทานยาทันทีได้หรือไม่?
“หากเป็นยาบรรเทาอการ เช่น ยาพารา ยาลดไข้ ยาคลายกล้ามเนื้อ สามารถทำได้ แต่หากเป็นยากลุ่มรักษาหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอจาม หรือยารักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารบางอย่าง เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ กรดไหลย้อน จำเป็นต้องทานต่อเนื่อง ซึ่งอาจมีทานร่วมกับยาตัวอื่นด้วย สำหรับในส่วนของยาปฏิชีวนะ ต้องทานให้ครบตามจำนวนที่แพทย์สั่ง ยกเว้นมีอาการแพ้ยาควรหยุดยาและรีบพบแพทย์ทันที”