จมหายไปกว่า 250 ปี จู่ๆ ซากเรือโบราณที่หายสาบสูญก็ถูกพบอีกครั้ง

โดยรรมชาติของเรืออับปาง หากไม่จมอยู่ที่ก้นมหาสมุทร ก็คงถูกคลื่นลมแยกชิ้นส่วนจนไม่เหลือชิ้นดี แต่ก็ยังมีเรือบางลำเหมือนกันที่หลบซ่อนจากสายตามนุษย์มานานนับร้อยปี ก่อนที่ความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมจะทำให้มันปรากฏโฉมขึ้นมาอีกครั้ง อย่างเช่นเรื่องราวของเรือสินค้าที่ชื่อว่า Sally ซึ่งเสียหายเพราะคลื่นลมรุนแรงในปี 1769 และจมอยู่ที่บริเวณช่างฝั่งเขตน้ำตื้นของมณฑลเดวอน (Devon) ประเทศอังกฤษ ก่อนที่จะมีการพบเห็นอีกไม่กี่ครั้ง จนผู้คนต่างเชื่อว่าเรือลำนี้คงผุพังไปเรียบแล้ว

แม้จะไม่ถูกพบเห็นอีกเลยเป็นเวลานานหลายร้อยปี แต่แล้วจู่ๆ ในปี 1940 ก็ได้มีการค้นพบซากไม้รูปร่างคล้ายเรือในบริเวณใกล้เคียงกันขณะที่น้ำลด และผู้คนต่างเชื่อว่ามันน่าจะเป็นซากของเรือไวกิ้งโบราณที่จมอยู่ในทราย แต่จากการตรวจสอบอายุของไม้ และรายละเอียดต่างๆ นักโบราณคดียืนยันว่า มันคือชิ้นส่วนของเรือ Sally ที่ยังหลงเหลืออยู่

ถึงจะสร้างความฮาฮือให้กับผู้คนอย่างมาก และมีการเรียกร้องให้นำมันขึ้นมาจากทราย เพื่อเก็บเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในพิพิธภัณฑ์ แต่เนื่องจากชิ้นส่วนของเรือเกือบทั้งหมดนั้นจมอยู่ในทรายจึงทำให้ยากต่อการขนย้าย และนักวิทยาศาสตร์เกรงว่าการขุดทรายประมาณมหาศาลเพื่อนำซากเรือออกมานั้น อาจสร้างกระทบต่อระบบนิเวศและสภาพภูมิประเทศของชายหาดในบริเวณนั้นได้ ทำให้ทางการอังกฤษตัดสินใจเปลี่ยนพื้นที่ที่พบซากเรือลำดังกล่าวให้กลายเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแทน

ที่มา – boredomtherapy.com

keyboard_arrow_up